Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยประพันธ์และนำพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ฉบับลงวันที่ 15 สิงหาคม 2521 เมื่ออ่านแล้วได้ความว่า รถยนต์คันที่โจทก์นั่งมาเป็นฝ่ายผิด เจ้าพนักงานตำรวจเข้าปฏิบัติหน้าที่ต่อคู่กรณีตามความเป็นจริงกลับถูกโจทก์ตะคอกด่าว่า"โง่ทำงานไม่เป็น" แล้วโจทก์สั่งให้คนขับรถขับรถยนต์หนีไป โจทก์เป็นคนขนาดเคยเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยกลับเหยียดหยามกฎหมาย ดังนี้ จำเลยจะอ้างว่าข้อความที่จำเลยประพันธ์เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมเกี่ยวกับการกระทำของโจทก์ตามข่าวในหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 14 สิงหาคม2521 หาได้ไม่ เพราะมีการยืนยันข้อเท็จจริงว่า โจทก์ด่าว่าเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่ทั้ง ๆ ที่รถยนต์ที่โจทก์นั่งมาเป็นฝ่ายผิดแล้วโจทก์ยังให้คนขับรถยนต์หนีไป ซึ่งข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่าโจทก์ไม่ได้ด่าว่าเจ้าพนักงานตำรวจ และไม่ได้สั่งให้คนขับรถยนต์หนีไปจึงเป็นการใส่ความโจทก์อันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทในคดีที่ฎีกาได้แต่ปัญหาข้อกฎหมายเมื่อพฤติการณ์ที่ปรากฏในคดีโทษที่ศาลอุทธรณ์กำหนดยังไม่เหมาะสมแก่รูปคดี เพราะข้อความที่จำเลยประพันธ์สืบเนื่องมาจากข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับลงวันที่ 14 สิงหาคม 2521 จำเลยจึงประพันธ์ข้อความในคดีนี้ขึ้นในหนังสือพิมพ์ฉบับวันรุ่งขึ้นในหัวข้อเรื่อง "บุคคลในข่าว" อันเป็นการวิจารณ์ข่าวเพิ่มเติม มิใช่ประพันธ์เรื่องขึ้นใหม่ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจเปลี่ยนแปลงโทษที่ศาลอุทธรณ์กำหนดไว้ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประพันธ์ข้อความในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2521 มีข้อความหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519ข้อ 7, 8จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้จำคุก 1 เดือนกับให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ จำนวน7 วัน โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าข้อความที่จำเลยประพันธ์ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

พิเคราะห์แล้วข้อความที่จำเลยประพันธ์และนำพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับที่ 7511 วันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2521 หน้า 4 เมื่ออ่านแล้วได้ความว่า รถยนต์คันที่โจทก์นั่งมาเป็นฝ่ายผิด จ่าสิบตำรวจเจริญ เจ้าพนักงานตำรวจเข้าปฏิบัติหน้าที่ต่อคู่กรณีตามความเป็นจริงกลับถูกโจทก์ตะคอกด่าว่า "โง่ทำงานไม่เป็น" แล้วโจทก์สั่งให้คนขับรถยนต์หนีไปโจทก์เป็นคนขนาดเคยเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยกลับเหยียดหยามกฎหมาย จำเลยอ้างว่าข้อความดังกล่าวเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตในการวิจารณ์ข่าวซึ่งลงในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 14 สิงหาคม2521 อันเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมเกี่ยวกับการกระทำของโจทก์ตามข่าวในหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว

เห็นว่าข้อความที่จำเลยประพันธ์มิใช่เพียงติชมการกระทำของโจทก์ตามข่าวเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์ด่าว่าเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่ ทั้ง ๆ ที่รถยนต์ที่โจทก์นั่งมาเป็นฝ่ายผิด แล้วโจทก์ยังให้คนขับรถยนต์หนีไป ซึ่งข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วว่า โจทก์ไม่ได้ด่าว่าเจ้าพนักงานตำรวจ และไม่ได้สั่งให้คนขับรถยนต์หนีไปจึงเป็นการใส่ความโจทก์ อันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมา ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์ที่ปรากฏในคดีนี้โทษที่ศาลอุทธรณ์กำหนดมายังไม่เหมาะสมแก่รูปคดี เพราะข้อความที่จำเลยประพันธ์นั้นสืบเนื่องมาจากข่าวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับลงวันที่ 14 สิงหาคม 2521 (เอกสารหมาย

ล.1) ในหัวข้อข่าวที่ว่า "สมัครเกิดโมโหเดือดด่าใส่ตำรวจโง่" ภายในข่าวมีข้อความว่า รถของโจทก์เบียดกับรถเมล์เล็กเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจที่เกิดเหตุแล้วยืนยันว่ารถของโจทก์เป็นฝ่ายผิดทำให้โจทก์ไม่พอใจจึงว่าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเครื่องแบบผู้นั้นว่า "โง่ทำงานไม่เป็น" ฯลฯ เรื่องราวเป็นมาเช่นนี้จำเลยจึงประพันธ์ข้อความนั้นขึ้นในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับลงวันที่ 15 สิงหาคม 2521 ในหัวข้อเรื่อง "บุคคลในข่าว" (เอกสารหมาย จ.1) อันเป็นการวิจารณ์ข่าวเพิ่มเติม มิใช่ประพันธ์เรื่องขึ้นใหม่ สภาพแห่งความผิดไม่ร้ายแรง ประกอบทั้งจำเลยก็ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน และโจทก์กับจำเลยไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัว ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน โดยพฤติการณ์และเหตุผลแห่งรูปคดีเห็นว่ามีเหตุสมควรรอการลงโทษให้ เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาอุทธรณ์เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 1 เดือนปรับ 1,000 บาท ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56, 58 ไม่ชำระค่าปรับจัดการ ตามมาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้