Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4174/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยใช้ใบสุทธิปลอมสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อเจ้าหน้าที่ของโจทก์และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นเหตุให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญต้องมีคำวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจำเลยสิ้นสุดลงและโจทก์ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาไม่สุจริตมาแต่ต้น จงใจกระทำผิดกฎหมายละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420 และจำเลยต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๒ ในการที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นทั่วราชอาณาจักรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๒๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วราชอาณาจักรไทย จำเลยซึ่งเป็นผู้มีสัญชาติไทยแต่มีบิดาเป็นคนต่างด้าว รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเพราะขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๙ ได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราชฏรจังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ ๔ โดยกรอกข้อความอันเป็นเท็จในใบสมัครและแจ้งแก่เจ้าพนักงานของโจทก์ว่า

จำเลยจบการศึกษาชั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒ หรือชั้นมัธยมปีที่ ๘ ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการและนำใบแทนใบสุทธิอันเป็นเอกสารสิทธิและเอกสารราชการมาแสดง ซึ่งใบสุทธิดังกล่าวเป็นใบสุทธิที่จำเลยกับพวกทำปลอมขึ้น เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานของโจทก์รับสมัครจำเลยไว้ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ ๔ ต่อมาหลังจากที่จำเลยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ความจริงจึงปรากฏว่าจำเลยขาดคุณสมบัติและคณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้สมาชิกภาพในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจำเลยสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๒๑ โจทก์จึงจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่แทนตำแหน่งของจำเลยที่ว่างลง โจทก์เสียค่าใช้จ่ายรวม ๑,๔๙๖,๐๐๐ บาท การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน ๑,๔๙๖,๐๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ปลอมและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม คณะตุลาการรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจวินิจฉัยให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใดคนหนึ่งสิ้นสุดลง จำเลยยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ การที่โจทก์จัดให้มีการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นความประมาทเลินเล่อของโจทก์เอง เงินที่โจทก์ใช้ในการเลือกตั้งเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินมิใช่ของโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะเรียกร้องเอาค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งจากจำเลย หากฟังว่าจำเลยปลอมและใช้ใบสุทธิปลอมสมัครรับเลือกตั้งก็ไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์เพราะตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๒ ไม่ได้บัญญัติให้สิทธิแก่โจทก์เรียกร้องค่าเสียหายต่าง

ๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง มีแต่บัญญัติกำหนดหน้าที่ให้จัดการเตรียมการเลือกตั้งเท่านั้น และการกระทำของจำเลยก็ไม่ใช่เป็นเหตุอันก่อให้เกิดผลโดยตรงที่ทำให้โจทก์ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง แต่เป็นผลที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด คดีของโจทก์ขาดอายุความค่าใช้จ่ายในการจัดการและดำเนินการเลือกตั้งไม่ควรเกิน ๗๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยแต่ปัญหาข้อกฎหมาย โดยต่างแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า (๑) จำเลยได้ใช้ใบสุทธิปลอมสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และจำเลยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต่อมาคณะกรรมการตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าจำเลยสิ้นสมาชิกภาพจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำให้โจทก์ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่จริงตามฟ้อง (๒)

ค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ของโจทก์มีเพียงใดนั้น คู่ความขอให้ถือเอาหลักฐานการจ่ายเงินซึ่งโจทก์จะอ้างส่งศาลใน ๓๐ วัน (๓) จำเลยรับว่าในกรณีเรื่องนี้จำเลยได้ถูกฟ้องที่ศาลจังหวัดนครราชสีมาตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๕๐๕/๒๕๒๓ ซึ่งศาลดังกล่าวพิพากษาลงโทษจำคุก ๑ ปี และคดีถึงที่สุดแล้ว ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสองเป็นเงินจำนวน๑,๒๓๐,๒๔๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหามาสู่ศาลฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง และจำเลยต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือไม่ ในปัญหาแรกจำเลยฎีกาว่าโจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจโดยตรงที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร โจทก์ทั้งสองมีแต่เพียงหน้าที่จัดการดำเนินการเพื่อให้ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการกระทำโดยผิดกฎหมายต่อสิทธิของโจทก์

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยใช้ใบสุทธิปลอมสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นเหตุให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญต้องมีคำวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจำเลยสิ้นสุดลง และโจทก์ทั้งสองต้องจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ย่อมแสดงชัดว่าจำเลยมีเจตนาไม่สุจริตแต่ต้น จงใจกระทำผิดกฎหมาย ละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ทั้งสองในอันที่จะไม่ให้จำเลยกระทำการใด ๆ ที่ฝ่าฝืนกฎหมายต่อโจทก์ทั้งสอง โดยใช้ใบสุทธิปลอมมาสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อเจ้าหน้าที่ของโจทก์ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองซึ่งจำเลยมีหน้าที่ต้องเคารพต่อสิทธิดังกล่าวของโจทก์ทั้งสอง

การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐ หาจำต้องมีบทบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้สิทธิโจทก์เรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำผิดได้โดยเฉพาะ จึงจะทำให้การกระทำของจำเลยเป็นละเมิดดังจำเลยฎีกาไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาอ้างว่าการกระทำของจำเลยไม่ได้ทำให้เสียหายแก่ทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสอง เพราะประชาชนยินยอมให้ใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์นั้น ไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่อาจทำให้การกระทำของจำเลยซึ่งเป็นการทำละเมิดอยู่แล้ว กลายเป็นไม่เป็นการทำละเมิดไปไม่ ในปัญหาประการหลังที่ว่า จำเลยจะต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า โจทก์ทั้งสองไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงเพราะเงินที่โจทก์ทั้งสองนำไปใช้จ่ายในการเลือกตั้งซ่อมแทนตำแหน่งจำเลยที่ว่างลงเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของโจทก์

ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นผลทำให้เกิดความเสียหายต่อโจทก์ทั้งสองโดยตรงที่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ อันเนื่องมาจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจำเลยสิ้นสุดลงตามคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ จำเลยหาชอบที่จะกล่าวอ้างว่าเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งดังกล่าวอันเป็นงบประมาณแผ่นดินเป็นเงินของประชาชนไม่ เพราะโจทก์ทั้งสองได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินก็เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ในการปฏฺบัติราชการแผ่นดินตามกฎเกณฑ์และระเบียบแบบแผนที่วางไว้ โจทก์ทั้งสองจึงต้องรับผิดชอบในงบประมาณเหล่านี้ไม่ให้เกิดความเสียหาย จำเลยไม่อาจจะบ่ายเบี่ยงเป็นอย่างอื่นไปได้ เพราะการใช้ใบสุทธิปลอมเพื่อสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจำเลย

จำเลยหาได้มุ่งประสงค์เพียงให้ได้สมัครรับเลือกตั้งเท่านั้นดังจำเลยฎีกาไม่ แต่เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมุ่งประสงค์เพื่อจะให้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย หาไม่แล้วจำเลยคงจะไม่ใช้วิธีสมัครรับเลือกตั้งอันผิดต่อกฎหมายเช่นนั้น เมื่อผลของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งถูกคณะกรรมการตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจำเลยต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราษอาณาจักรไทยปัจจุบันเป็นผลโดยตรงจากการทำละเมิดจากจำเลยเช่นนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่ความเสียหายที่ไกลเกินกว่าเหตุ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุรวิทย์ หิรัญคำ
ศาลอุทธรณ์ - นายประชา บุญวนิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้