Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4170/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาซื้อขายเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซิน ข้อ 8 กำหนดเบี้ยปรับในกรณีที่ผู้ขายผิดสัญญาไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อ หรือส่งมอบสิ่งของทั้งหมดไม่ถูกต้อง ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้และวรรคสองระบุว่า ในกรณีที่ผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อริบหลักประกันหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันแล้วแต่ผู้ซื้อจะเห็นสมควร ส่วนสัญญาข้อ 9 กำหนดเบี้ยปรับในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาต่อผู้ขาย ยังคงยอมให้ผู้ขายนำสิ่งของที่ซื้อขายตามสัญญาส่งให้แก่ผู้ซื้อต่อไป ผู้ซื้อจึงจะมีสิทธิเรียกร้องเอาเบี้ยปรับจากผู้ขายเป็นรายวันได้นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญาจนกว่าผู้ขายได้นำสิ่งของมาส่งให้แก่ผู้ซื้อจนครบถ้วน เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเนื่องจากจำเลยส่งมอบเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินทั้งหมดไม่ถูกต้องตามสัญญาซื้อขาย จึงเป็นเรื่องโจทก์ไม่ได้รับเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินที่ไม่ถูกต้องตามที่สัญญากำหนดไว้ถือได้ว่าจำเลยไม่ได้ส่งมอบสิ่งของตามสัญญา ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จำเลยส่งมอบสิ่งของให้โจทก์ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องตามสัญญาและโจทก์ได้ยอมรับไว้โดยจะใช้สิทธิปรับเป็นรายวันตามสัญญาข้อ 9 แต่อย่างใด โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องเอาเบี้ยปรับตามสัญญา ข้อ 8 วรรคสอง เท่านั้น หามีสิทธิเรียกร้องเอาเบี้ยปรับเป็นรายวันตามสัญญาข้อ 9 ไม่ แม้สัญญาซื้อขายจะได้กำหนดค่าเสียหายที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ให้แก่โจทก์ไว้ก็ตาม แต่การที่โจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากจำเลยผิดสัญญา โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 วรรคสอง โจทก์แจ้งความซื้อเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินเพื่อใช้ในราชการในการจัดซื้อจะต้องตั้งงบประมาณและต้องได้รับอนุมัติจำนวนเงินที่จะจัดซื้อจากรัฐบาล ซึ่งพ่อค้าเช่นจำเลยย่อมจะต้องทราบ เมื่อจำนวนเงินที่โจทก์ได้รับจากเงินงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้สามารถซื้อเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินจากจำเลยได้ 10 เครื่องตามความต้องการของโจทก์ จำเลยย่อมคาดเห็นล่วงหน้าแล้วว่าถ้าจำเลยผิดสัญญาไม่อาจส่งมอบเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินให้แก่โจทก์ได้โจทก์จะต้องได้รับความเสียหาย เมื่อโจทก์ไม่สามารถจะซื้อเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินที่จะใช้ทำงานได้ตามความต้องการของโจทก์จำเลยก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการ ได้ทำสัญญาซื้อขายเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินพร้อมอุปกรณ์จำนวน ๑๐ เครื่อง ในราคา ๔๘๐,๐๐๐ บาท โดยมีจำเลยที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกันในวงเงินไม่เกิน ๒๔,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยที่ ๑ ส่งมอบเครื่องกลั่นน้ำมันให้โจทก์ตรวจสอบ โจทก์ตรวจสอบแล้วพบว่าเครื่องกลั่นน้ำมันดังกล่าวมีลักษณะไม่ตรงตามแบบที่ระบุไว้ในสัญญา จึงแจ้งให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ แก้ไขแต่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เพิกเฉย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา โจทก์จำเป็นต้องใช้เครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินจึงซื้อจากผู้อื่นได้เพียง ๗ เครื่อง ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเบี้ยปรับเป็นรายวันและค่าเสียหายเป็นเงิน ๒๘๓,๖๘๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย โดยให้จำเลยที่ ๓ ร่วมรับผิดจำนวน ๒๔,๐๐๐ บาท

จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ ได้มอบเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินพร้อมอุปกรณ์ตามรูปแบบและรายการที่จำเลยที่ ๑ เสนอต่อโจทก์ถูกต้องครบถ้วน โจทก์ไม่ยอมรับและบอกเลิกสัญญา จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ คดีโจทก์ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้โดยให้จำเลยที่ ๓ ร่วมรับผิดในจำนวนเงินไม่เกิน ๒๔,๐๐๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์แจ้งความประกวดราคาซื้อเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินพร้อมอุปกรณ์จำนวน ๑๐ เครื่อง ใช้ทดสอบตามวิธีของ เอ เอส ที เอ็ม ดี ๘๖ ตามแบบเครื่องมือของ เอ เอส ที เอ็ม อี ๑๓๓ จำเลยที่ ๑ ได้ยื่นซองเสนอราคาโจทก์พิจารณาแล้วตกลงซื้อเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินพร้อมอุปกรณ์จากจำเลยที่ ๑ จำนวน ๑๐ เครื่อง เป็นเงิน ๔๘๐,๐๐๐ บาทได้ทำสัญญาซื้อขายกันและกำหนดส่งมอบเครื่องดังกล่าวภายในวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๒๕ โดยมีจำเลยที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ในวงเงินไม่เกิน ๒๔,๐๐๐ บาท ปรากฏตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.๖ วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๕ จำเลยที่ ๑ ส่งมอบเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินพร้อมอุปกรณ์ยี่ห้อเฮอซอกจำนวน ๑๐ เครื่องแก่โจทก์

คณะกรรมกาตรวจรับของโจทก์ได้พิจารณาแล้วอ้างว่าเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินพร้อมอุปกรณ์ดังกล่าวมีลักษณะไม่ตรงตามแบบเครื่องมือของ เอ เอสที เอ็ม อี ๑๓๓ ที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขาย ไม่ยอมรับและได้แจ้งให้จำเลยที่ ๑ จัดการแก้ไข ต่อมาโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยที่ ๑ และได้แจ้งให้จำเลยที่ ๓ ทราบ แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๑ เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญากับจำเลยที่ ๑ ได้ วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ในปัญหาที่ว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาเบี้ยปรับจากจำเลยทั้งสามเป็นรายวันหรือไม่ ข้อสัญญาที่เกี่ยวกับการเรียกร้องเบี้ยปรับระบุไว้ตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.๖ ข้อ ๘ ว่า เมื่อครบกำหนดส่งมอบสิ่งของตามสัญญานี้แล้วถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อ หรือส่งมอบสิ่งของทั้งหมดไม่ถูกต้องหรือส่งมอบสิ่งของไม่ครบจำนวน

ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ในกรณีที่ผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อริบหลักประกันหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันตามสัญญาเป็นจำนวนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้แล้วแต่ผู้ซื้อจะเห็นสมควร และถ้าผู้ซื้อจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่นเต็มจำนวนหรือเฉพาะจำนวนที่ขาดส่งแล้วแต่กรณีภายในกำหนด ๒ เดือน นับแต่วันที่บอกเลิกสัญญา ผู้ขายต้องยอมรับผิดชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ด้วย ข้อ ๙ ในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามข้อ ๘ ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละศูนย์จุดสอง (๐.๒) ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ขายได้นำสิ่งของมาส่งให้แก่ผู้ซื้อจนถูกต้องครบถ้วน ฯลฯ

ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาข้อ ๘ กำหนดเบี้ยปรับในกรณีที่ผู้ขายผิดสัญญาโดยไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อ หรือส่งมอบสิ่งของทั้งหมดไม่ถูกต้อง หรือส่งมอบสิ่งของไม่ครบจำนวน และผู้ซื้อได้บอกเลิกสัญญาต่อผู้ขาย ส่วนสัญญาข้อ ๙ กำหนดเบี้ยปรับในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาต่อผู้ขาย ยังคงยอมให้ผู้ขายนำสิ่งของที่ซื้อขายตามสัญญาส่งให้แก่ผู้ซื้อต่อไป ผู้ซื้อจึงจะมีสิทธิเรียกร้องเอาเบี้ยปรับจากผู้ขายเป็นรายวันได้ นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญาจนกว่าผู้ขายได้นำสิ่งของมาส่งให้แก่ผู้ซื้อจนครบถ้วน กรณีที่จำเลยที่ ๑ ส่งมอบเครื่องกลั่นน้ำมัเบนซินไม่ถูกต้องตามสัญญาซื้อขาย โจทก์ได้ให้จำเลยที่ ๑ แก้ไขจำเลยที่ ๑ ไม่จัดการแก้ไขให้ถูกต้อง

โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา กรณีจึงเป็นเรื่องโจทก์ไม่ได้รับเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินที่ไม่ถูกต้องตามที่สัญญากำหนดไว้ ถือได้ว่าจำเลยไม่ได้ส่งมอบสิ่งของตามสัญญาไม่ใช่เป็นเรื่องที่จำเลยส่งมอบสิ่งของให้โจทก์ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องตามสัญญา และโจทก์ได้ยอมรับไว้โดยจะใช้สิทธิปรับเป็นรายวันตามสัญญาข้อ ๙ แต่อย่างใด เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเนื่องจากจำเลยส่งมอบสิ่งของทั้งหมดไม่ถูกต้องตามที่สัญญากำหนด โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องเอาเบี้ยปรับตามสัญญาข้อ ๘ วรรคสอง เท่านั้น หามีสิทธิเรียกร้องเอาเบี้ยปรับเป็นรายวันตามสัญญาข้อ ๙ ไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสามข้อนี้ฟังขึ้น ในปัญหาที่ว่า โจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามชำระราคาเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้นจำนวน ๗ เครื่อง ตามสัญญาข้อ ๘ วรรคสอง แต่ฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามชำระราคาเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินจำนวน ๓ เครื่อง ที่โจทก์ไม่อาจซื้อได้ครบตามที่ทำสัญญาไว้กับจำเลยที่ ๑ โจทก์มีสิทธิเรียกร้องได้หรือไม่เพียงใด และศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายดังกล่าวให้โจทก์ เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นหรือไม่ตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย

จ.๖ โจทก์ตกลงซื้อเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินจากจำเลยที่ ๑จำนวน ๑๐ เครื่อง ราคา ๔๘๐,๐๐๐ บาท เมื่อจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาและโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว ตามสัญญาข้อ ๘ วรรคสอง โจทก์มีสิทธิซื้อเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินจากผู้อื่นใด และจำเลยที่ ๑ ต้องยอมรับผิดชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่กำหนดไว้ เห็นว่าข้อสัญญาดังกล่าวเป็นการกำหนดค่าเสียหายที่จำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดชดใช้ให้แก่โจทก์ โจทก์จะเรียกร้องเอาตามข้อสัญญาดังกล่าวก็ได้แต่การที่โจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๒๒ วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายหาเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นไม่ จึงมีปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิได้รับชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่

เพียงใด คดีนี้โจทก์แจ้งความซื้อเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินเพื่อไปใช้ในราชการและในการจัดซื้อจะต้องตั้งงบประมาณและต้องได้รับอนุมัติจำนวนเงินที่จะจัดซื้อจากรัฐบาลซึ่งพ่อค้าเช่นจำเลยที่ ๑ ย่อมจะต้องทราบเมื่อจำนวนเงินที่โจทก์ได้รับจากเงินงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้สามารถซื้อเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินจากจำเลยที่ ๑ ได้ ๑๐ เครื่องตามความต้องการของโจทก์ จำเลยที่ ๑ ย่อมคาดเห็นล่วงหน้าแล้วว่า ถ้าจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาไม่อาจส่งมอบเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินให้แก่โจทก์ได้ โจทก์จะต้องได้รับความเสียหายจากการไม่ได้ใช้เครื่องกลั่นน้ำมันเบนซิน และโจทก์จะต้องใช้เครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินจำนวน ๑๐ เครื่อง เพื่อประโยชน์แก่ราชการและประชาชนนอกจากนี้จำเลยที่ ๑ ก็น่าจะทราบอีกว่าโจทก์ไม่สามารถซื้อเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินได้ครบ ๑๐ เครื่อง

จากบุคคลอื่นเว้นแต่จะซื้อจากจำเลยที่ ๑ เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ใช้เงินงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามที่ตกลงทำสัญญาซื้อเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินจากจำเลยที่ ๑ ซื้อเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินจากผู้อื่นได้เพียง ๗ เครื่อง ถึงแม้จะไม่ใช่เครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินชนิดและยี่ห้อเดียวกับที่จำเลยที่ ๑ ตกลงขายให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ ก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เพราะโจทก์ไม่สามารถจะซื้อเครื่องกลั่นน้ำมันเบนซินชนิดและยี่ห้อดังกล่าวได้เนื่องจากไม่มีประสิทธิภาพที่จะใช้ทำงานได้ตามความต้องการของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายในส่วนนี้มาเป็นเงิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท โดยคิดราคาที่โจทก์ซื้อสูงไปจากราคาที่จำเลยที่ ๑ ตกลงขายแก่โจทก์ จึงเป็นคุณแก่จำเลยแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน ๑๔๐,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · นิเวศน์ คำผอง
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายโสภณ จันเทรมะ
ศาลอุทธรณ์ - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้