Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 417/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยชกต่อยผู้ตายโดยใช้มือขวาข้างเดียว ชกประมาณ 5 ถึง 6 หมัด ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาที อ. พยานโจทก์อยู่ห่างจากผู้ตายประมาณ 5 เมตร ย่อมสามารถเห็นจำเลยใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายได้ชัดเจน หากจำเลยมีอาวุธอยู่ในมือผู้ตายต้องได้รับบาดแผลหลายแผล แต่ปรากฏว่าผู้ตายถูกแทงเพียงแห่งเดียวที่บริเวณใต้ราวนมด้านซ้าย คำเบิกความพยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ กรณีมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นคนใช้เหล็กแหลมเป็นอาวุธแทงผู้ตายหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 91, 288, 289, 295

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางอำไพ มารดาของนายณัฐภัทร ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูก อนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์เฉพาะข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนซึ่งโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายเท่านั้น)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้ายใช้เหล็กแหลมเป็นอาวุธแทงนายณัฐภัทรหรือแบงค์ ผู้ตาย ที่บริเวณใต้ราวนมด้านซ้ายเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย และมีคนร้ายใช้เหล็กแหลมแทงนายเจนณรงค์หรือบ่าว ผู้เสียหายที่ 1 ที่บริเวณสะเอวด้านหลังทะลุหน้าท้อง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ให้รับอันตรายสาหัส และมีคนร้ายใช้เหล็กแหลมเป็นอาวุธแทงนายณัฐพงษ์หรือณัฐ ผู้เสียหายที่ 2 ที่บริเวณใต้ราวนมด้านซ้ายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายแก่กาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่า จำเลยร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายหรือไม่ โจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบว่าเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2555 เวลาประมาณ 19 นาฬิกา

ผู้เสียหายที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ขับรถจักรยานยนต์ผ่านวิทยาลัยเทคนิคพัทลุง นายสิทธิโชคหรือกลั้ว และจำเลยกับพวกรวมประมาณ 8 คน ขับรถจักรยานยนต์มาประกบ นายสิทธิโชคและจำเลยพูดกับพวกว่าลงไปต่อยดีกว่าแล้วขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าผู้เสียหายที่ 1 กับพวกไป วันรุ่งขึ้นเวลาประมาณ 20 นาฬิกา นายณัฐภัทร ผู้ตาย ผู้เสียหายที่ 1 ผู้เสียหายที่ 2 นายอนุศักดิ์หรืออี๊ด และนายสุธรรมหรือสอง เดินทางไปดูหนังตะลุงที่โรงเรียนวัดนาท่อม ผู้เสียหายที่ 1 พบเพื่อนอีก 2 คน จึงเดินไปด้วยกัน ขณะเดินไปโรงหนังตะลุงพบ นายสิทธิโชคกับพวกอีก 3 ถึง 4 คน เดินสวนทางมา นายสิทธิโชคเดินเข้ามาหา ผู้เสียหายที่ 1 จึงชกนายสิทธิโชคแล้วชกต่อยกัน พวกของนายสิทธิโชคเข้ามาช่วยนายสิทธิโชค

เมื่อพวกของผู้เสียหายที่ 1 เดินเข้ามา นายสิทธิโชคจึงวิ่งหนีไปทางเสาธง แล้วถูกนายอนุศักดิ์จับตัวไว้ พวกของนายสิทธิโชคซึ่งนั่งอยู่บริเวณเสาธงจึงวิ่งเข้ามา นายอนุศักดิ์ปล่อยตัวนายสิทธิโชค ผู้เสียหายที่ 1 วิ่งเข้าไปล็อกคอนายสิทธิโชคไว้ นายโกศลหรือหนวด กับพวกอีก 3 คน เข้ามาทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 ผู้ตายเข้ามาช่วยกระชากมือดึงผู้เสียหายที่ 1 จนล้ม พวกของนายสิทธิโชคเข้ารุมทำร้ายผู้ตาย โดยนายโกศลยืนทางด้านหลังล็อกคอผู้ตายไว้ จำเลยใช้เหล็กแหลมยาวประมาณ 5 นิ้ว แทงผู้ตายที่บริเวณอกด้านซ้าย แล้วต่างฝ่ายต่างวิ่งหนีเพราะมีคนตะโกนว่าตำรวจมา ผู้ตายบอกผู้เสียหายที่ 1 ว่าถูกผู้ชายรูปร่างสูงผิวขาวแทงด้วยขณะเข้าไป ล็อกคอนายสิทธิโชค

ร้อยตำรวจตรีอนูญหรืออนุญ รองสารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจภูธรโคกชะงายซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในที่เกิดเหตุพบผู้ตายและผู้เสียหายทั้งสองจึงนำส่งโรงพยาบาลพัทลุง ร้อยตำรวจเอกนพรัตน์ พนักงานสอบสวนตรวจสถานที่เกิดเหตุแล้วเดินทางไปที่โรงพยาบาลพัทลุง ปรากฏว่าผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว โดยแพทย์ตรวจพบบาดแผลถูกแทงด้วยวัตถุมีคมที่ใต้ราวนมด้านซ้ายถึงแก่ความตายเพราะเสียเลือดมากจากบาดแผลถูกแทง ผู้เสียหายที่ 1 มีบาดแผลฉีกขาดขอบไม่เรียบลึกถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง และบาดแผลถูกแทงที่บริเวณหน้าท้องด้านขวาส่วนล่าง พบบาดแผลทะลุบริเวณเอวขวาด้านหลัง ผู้เสียหายที่ 2 มีบาดแผลถูกของมีคมลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมที่บริเวณใต้ราวนมด้านซ้าย วันที่ 29 มีนาคม 2556 พันตำรวจโทพีรสินธุ์

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยในชั้นแจ้งข้อกล่าวหาและชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ จำเลยนำสืบว่า คืนเกิดเหตุจำเลยไปดูการแสดงหนังตะลุงกับนายสิทธิโชค และพวกอีก 3 คน ขณะนั่งดูหนังตะลุงนายสิทธิโชคเดินออกไป ต่อมามีคนพูดว่า นายสิทธิโชคถูกทำร้าย จำเลยจึงไปบอกมารดานายสิทธิโชค แล้วไม่ได้กลับไปที่เกิดเหตุอีก หลังเกิดเหตุ 2 วัน ร้อยตำรวจตรีสำเร็จมาตามจำเลยไปให้การในฐานะพยาน แต่ไม่พบพนักงานสอบสวน จำเลยจึงเดินทางกลับ

ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่า นายสุธรรมและนายอนุศักดิ์ประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า เห็น นายโกศลล็อกคอผู้ตายแล้วจำเลยชกต่อยผู้ตายลักษณะเหมือนจ้วงแทงที่บริเวณหน้าอกผู้ตาย เชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายฆ่าผู้ตายจริงนั้น ได้ความตามที่นายสุธรรมเบิกความว่า นายโกศลเป็นคนล็อกผู้ตายและจำเลยเป็นคนใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้ตาย แต่ตอบคำถามที่ปรึกษากฎหมายจำเลยถามค้านว่า ขณะผู้ตายถูกแทงนายสุธรรมอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 10 เมตร ตอนที่ผู้ตายถูกรุมทำร้าย นายสุธรรมมองจากข้างนอกไม่ค่อยเห็นว่าใครทำอะไร เมื่อพบพนักงานตำรวจที่โรงพยาบาลนายสุธรรมไม่ได้บอกว่าคนร้ายเป็นใคร ในชั้นสอบสวนนายสุธรรมให้การครั้งแรกว่า ตอนที่เห็นจำเลยเข้าไปชกผู้ตาย

นายสุธรรมเห็นทางด้านข้าง ตอนนั้นผู้ตายหันหน้าไปทางวัด ส่วนจำเลยหันหน้าเข้าหาผู้ตาย ต่อมามีการให้การต่อพนักงานสอบสวนต่อหน้าสหวิชาชีพ นายสุธรรมได้ให้การใหม่ต่างจากคำให้การเดิม นายสุธรรมให้การวันที่ 14 พฤษภาคม 2555 แต่บันทึกคำให้การ นายสุธรรมให้การในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 หลังจากเกิดเหตุ 6 เดือนเศษ นายสุธรรมมีเวลาคิดไตร่ตรองที่จะเบิกความปรักปรำจำเลยจึงไม่น่าเชื่อถือ เพราะเมื่อเกิดเหตุแล้วนายสุธรรมตามไปดูผู้ตายและผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 ที่โรงพยาบาลได้พบกับเจ้าพนักงานตำรวจแต่ก็ไม่บอกเจ้าพนักงานตำรวจว่าจำเลยเป็นคนร้ายใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้ตาย ต่อมาอีก 7 วัน เมื่อนายสุธรรมมาให้การกับพนักงานสอบสวน

นายสุธรรมก็ยังไม่ให้การว่าจำเลยเป็นผู้แทงผู้ตาย ส่วนนายอนุศักดิ์เบิกความตอบโจทก์ว่าขณะที่นายโกศลล็อกตัวผู้ตาย เห็นจำเลยชกต่อยผู้ตายบริเวณหน้าอกจึงเชื่อว่าจำเลยน่าจะเป็นคนแทงผู้ตาย นายอนุศักดิ์ไม่เห็นมีดที่จำเลยถืออยู่แต่อย่างใด ขณะนั้นอยู่ห่างจากผู้ตายประมาณ 5 เมตร แต่นายอนุศักดิ์เบิกความตอบที่ปรึกษากฎหมายจำเลยถามค้านว่าเห็นผู้ตายและจำเลยตอนชกต่อยกันด้านข้าง เห็นว่า จำเลยชกต่อยผู้ตายโดยใช้มือขวาข้างเดียว จำเลยชกผู้ตายประมาณ 5 ถึง 6 หมัด ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาที เห็นว่าคำเบิกความของนายอนุศักดิ์ไม่น่าเชื่อถือ เพราะนายอนุศักดิ์อยู่ห่างจากผู้ตายประมาณ 5 เมตร ย่อมสามารถเห็นจำเลยใช้อาวุธแทงผู้ตายได้ชัดเจน

นายอนุศักดิ์เบิกความตอบคำถามค้านว่า จำเลยต่อยผู้ตายประมาณ 5 ถึง 6 หมัด หากจำเลยมีอาวุธอยู่ในมือผู้ตายต้องได้รับบาดแผลหลายแผลแต่ปรากฏว่าผู้ตายถูกแทงเพียงแห่งเดียวที่บริเวณใต้ราวนมด้านซ้าย คำเบิกความของนายสุธรรมและนายอนุศักดิ์มีน้ำหนักไม่น่าเชื่อถือ กรณีจึงมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นคนใช้เหล็กแหลมเป็นอาวุธแทงผู้ตายหรือไม่ จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · พิศล พิรุณ · นพพร โพธิรังสิยากร
ศาลล่าง
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุง - นายวันชัย รัตนสุรการย์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสมศักดิ์ เนตรมัย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ยชอ.32/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ126/2556
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ226/2556
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้