Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 417/2493

พ.ศ. 2493 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่เคยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกายมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งหลังได้ถูกลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาอีก แต่ปรากฏว่าโทษครั้งก่อน ๆ นั้นระยะเวลาห่างไกลกันกับโทษครั้งนี้ถึง 20 ปีและ 16 ปี และความผิดครั้งนี้เกิดจากการวิวาทกัน ดังนี้ ยังไม่ถือว่า จำเลยมีสันดานเป็นผู้ร้าย และยังไม่ควรกักกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้แทง ย.และนางค. โดยเจตนาฆ่า ย. ได้ถึงแก่ความตาย ส่วนนาง ค.มีบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษกักกันจำเลย จำเลยต่อสู้ว่า ทำไปเพื่อป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ศาลชั้ต้นพิพากษาจำคุกจำเลย ๗ ปีตาม ก.ม. ลักษณะอาญาตามมาตรา ๒๕๑ ฐานเดียว ส่วนข้อหาว่าทำร้ายนาง ค.โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นในข้อกักกันเห็นว่า จำเลยเคยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกายมาแล้ว ๒ ครั้ง แสดงว่าจำเลยเป็นคนดุร้าย ผิดตามพระราชบัญญัติกักกันฯ ๒๔๗๙ มาตรา ๘ ให้ลงโทษกักกันอีก ๓ ปี ศาลอุทธรณืพิพากษาแก้เฉพาะให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษฐานกักกันเสีย นอกนั้นคงยืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษมาแล้ว ๒ ครั้ง ๆ แรกเรื่องทำร้ายร่างกาย จำคุก ๖ เดือน พ้นโทษเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ ครั้งที่ ๒ โทษหนีราชการทหาร ลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย จำคุก ๑๑ เดือน พ้นโทษเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ ซึ่งเป็นระยะเวลาห่างไกลกับการกระทำผิดคราวนี้ถึง ๒๐ ปีและ ๑๖ ปี และการกระทำผิดคราวนี้ ก็เกิดเนื่องจากสมัครวิวาทกัน เห็นว่ายังไม่พอจะถือว่าจำเลยมีสันดานเป็นผู้ร้าย ยังไม่ควรลงโทษกักกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ปรีชาวินิจฉัย · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายไสว เสนาขัณฑ์
ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒินัยเนติศาสตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้