Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 41669)

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทำสัญญาจ้างทำนาเป็นหนังสือโดยอำพรางนิติกรรมการเช่านาสัญญาเช่านาที่ถูกอำพรางนั้นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือทำตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ มิฉะนั้นไม่มีผลบังคับและจะถือเอาหลักฐานสัญญาจ้างทำนาเป็นหลักฐานการเช่านามิได้ เมื่อการเช่านามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ และโจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากนาแล้ว จำเลยก็ไม่มีสิทธิอยู่ในนาที่เช่านั้นต่อไปได้ การอยู่ต่อมาของจำเลยจึงเป็นละเมิด (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 20/2509)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าได้ทำสัญญาเป็นหนังสือจ้างจำเลยทำนาของโจทก์มิได้กำหนดเวลาจ้างไว้ ต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่ส่งข้าวให้โจทก์ โจทก์ได้บอกเลิกสัญญา แต่จำเลยยังไม่ยอมออกไปจากนาของโจทก์ จึงขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายจำเลยทั้งสองต่อสู้ว่าได้เช่านาของโจทก์โดยตกลงด้วยวาจาโจทก์บังคับและหลอกลวงให้จำเลยทำสัญญาจ้างทำนา จึงขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นฟังว่าสัญญาจ้างทำนาทำกันไว้ในลักษณะนิติกรรมอำพรางโจทก์จำเลยคงปฏิบัติต่อกันในลักษณะเป็นสัญญาเช่านา สัญญาจ้างทำนาจึงไม่มีผลบังคับ จำเลยไม่ผิดสัญญาเช่านา พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังว่า สัญญาจ้างทำนาเป็นนิติกรรมอำพรางการเช่านาแต่การเช่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัย 2 ข้อ

คือ 1. สัญญาเช่านาที่ถูกอำพรางโดยสัญญาจ้างทำนาจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือทำตามที่กฎหมายบัญญัติไว้หรือไม่ และ 2. จะถือเอาหลักฐานสัญญาจ้างทำนาเป็นหลักฐานการเช่านาได้หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า 1. สัญญาเช่านาที่ถูกอำพรางโดยสัญญาจ้างทำนา ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือทำตามที่กฎหมายบัญญัติไว้มิฉะนั้นไม่มีผลบังคับ 2. จะถือเอาหลักฐานสัญญาจ้างทำนาเป็นหลักฐานการเช่านาไม่ได้ ฉะนั้น การเช่านาพิพาทจึงจะบังคับคดีกันมิได้ เมื่อโจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองทราบแล้ว จำเลยก็ไม่มีสิทธิอยู่ในนาของโจทก์ต่อไป การอยู่ต่อมาของจำเลยจึงเป็นละเมิดพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่จำเลยและให้ใช้ค่าเสียหาย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกษม ทิพยจันทร์ · พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้