Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4164/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อสัญญาจ้างว่าความที่ตกลงให้ผู้ว่าจ้างชำระค่าจ้างส่วนที่ 2 อีกร้อยละ 10 ของยอดหนี้ทุนทรัพย์ที่ฟ้องและจากทุกจำนวนที่ผู้รับจ้างได้ดำเนินการจนผู้ว่าจ้างได้รับชำระหนี้ เป็นข้อตกลงส่วนหนึ่งของสัญญาในการกำหนดหลักเกณฑ์การคิดคำนวณค่าทนายความในส่วนที่ 2 ตามเจตนาของคู่สัญญา โดยกำหนดหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องดำเนินการให้ผู้ว่าจ้างได้รับชำระหนี้ก่อน จึงจะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ในอัตราร้อยละ 10 จากจำนวนเงินที่ผู้ว่าจ้างได้รับ แต่ทั้งนี้ไม่เกินร้อยละ 10 ของทุนทรัพย์ที่ฟ้องแต่ละคดี ข้อตกลงดังกล่าวไม่เป็นการต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ทนายความฯ และประกาศข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความฯ ทั้งไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตาม ป.พ.พ. มาตรา 150

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นครหลวงเครดิต จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2543 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าจ้างทนายความและค่าใช้จ่ายรวมจำนวน 21,212,203.08 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้รายละเอียดตามบัญชีท้ายคำรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 105 แล้ว ผู้ชำระบัญชีของลูกหนี้โต้แย้งว่า ข้อตกลงว่าจ้างเจ้าหนี้เป็นทนายความไม่มีลายมือชื่อของผู้แทนลูกหนี้เซ็นรับทราบสัญญา ขอให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเห็นว่า ลูกหนี้กับเจ้าหนี้ตกลงกันด้วยวาจาให้เจ้าหนี้ดำเนินคดีต่าง

ๆ ให้ เมื่อเจ้าหนี้ดำเนินการแล้วก็มีหนังสือแจ้งค่าทนายความและค่าใช้จ่ายตลอดมา และลูกหนี้ชำระค่าทนายความและค่าใช้จ่ายบางส่วนให้แก่เจ้าหนี้แล้ว จึงเป็นการยอมรับข้อตกลงในสัญญาค่าทนายความที่กำหนดไว้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ลูกหนี้ยังค้างชำระอยู่เป็นเงิน 70,000 บาท เจ้าหนี้จึงมีสิทธิได้รับค่าทนายความที่ค้างชำระอยู่นี้ สำหรับค่าทนายความส่วนที่ 2 นั้น เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้ก็ต่อเมื่อได้ดำเนินการในคดีต่าง ๆ จนถึงขั้นตอนการบังคับคดีตามพิพากษาด้วย แต่ไม่ปรากฏว่าเจ้าหนี้ได้ดำเนินการบังคับคดีในคดีดังกล่าว ลูกหนี้จึงยังไม่มีหน้าที่ต้องชำระค่าทนายความในส่วนที่ 2 เมื่อรวมค่าทนายความที่ค้างชำระในส่วนที่ 1 กับค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีต่าง

ๆ ที่เจ้าหนี้ทดรองจ่ายแทนลูกหนี้ไปแล้วเป็นเงินเพียง 212,320 บาท เจ้าหนี้ขอมา 21,212,203.08 บาท จึงขอมามากไป 20,999,883.08 บาท เห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ค่าทนายความและค่าใช้จ่ายจำนวน 212,320 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 130 (7) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ส่วนที่ขอเกินมาให้ยกเสีย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน เจ้าหนี้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งฟังเป็นยุติว่า ลูกหนี้ว่าจ้างเจ้าหนี้ให้ดำเนินคดีหลายคดี ลูกหนี้ชำระค่าจ้างและค่าใช้จ่ายบางส่วนให้แก่เจ้าหนี้ โดยลูกหนี้ยังมิได้ชำระค่าจ้างในส่วนที่ 2 ซึ่งตกลงกันว่าลูกหนี้จะชำระค่าจ้างนอกเหนือจากส่วนที่ 1 ให้แก่เจ้าหนี้อีกในอัตราร้อยละ 10 ของยอดหนี้ตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยจากทุกจำนวนที่ลูกหนี้ได้รับชำระหนี้ ไม่ว่าจะได้มาโดยวิธีใดและจำนวนเท่าใดภายในกำหนดเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับชำระหนี้ดังกล่าว ลูกหนี้ยังมิได้ชำระหนี้ค่าจ้างในส่วนที่ 2 ของคดีหมายเลขแดงที่ 758/2540 ของศาลแพ่ง จำนวน 1,145,218.89 บาท คดีหมายเลขแดงที่ 15206/2538 ของศาลแพ่ง

จำนวน 349,823.29 บาท คดีหมายเลขแดงที่ 2573/2541 ของศาลแพ่ง จำนวน 8,621,746.24 บาท คดีหมายเลขแดงที่ 1171/2538 ของศาลจังหวัดภูเก็ต จำนวน 2,461,641.79 บาท คดีหมายเลขแดงที่ 6988/2540 ของศาลแพ่ง จำนวน 3,204,520.54 บาท คดีหมายเลขแดงที่ 7085/2540 ของศาลแพ่ง จำนวน 2,563,616.43 บาท คดีหมายเลขแดงที่ 14202/2541 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ จำนวน 1,586,507.40 บาท และคดีหมายเลขแดงที่ 16808/2540 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ จำนวน 381,618.50 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 20,314,693.08 บาท ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของเจ้าหนี้ว่า สัญญาจ้างว่าความระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ในค่าจ้างส่วนที่ 2 ตกลงให้ค่าจ้างร้อยละ 10 ของยอดหนี้ตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยจากทุกจำนวนที่ลูกหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นโมฆะหรือไม่

เห็นว่า ข้อสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ที่ตกลงให้ลูกหนี้ชำระค่าจ้างส่วนที่ 2 อีกร้อยละ 10 ของยอดหนี้ทุนทรัพย์ที่ฟ้องและจากทุกจำนวนที่เจ้าหนี้ได้ดำเนินการจนลูกหนี้ได้รับชำระหนี้ เป็นข้อตกลงส่วนหนึ่งของสัญญาในการกำหนดหลักเกณฑ์การคิดคำนวณค่าทนายความในส่วนที่ 2 ตามเจตนาของคู่สัญญา โดยกำหนดหน้าที่ของเจ้าหนี้ที่จะต้องดำเนินการให้ลูกหนี้ได้รับชำระหนี้ก่อนจึงจะมีสิทธิได้รับชำระหนี้ในอัตราร้อยละ 10 จากจำนวนเงินที่ลูกหนี้ได้รับชำระหนี้ แต่ทั้งนี้ไม่เกินร้อยละ 10 ของทุนทรัพย์ที่ฟ้องแต่ละคดี ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวไม่เป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 และประกาศข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ

พ.ศ.2529 ทั้งไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ข้อสัญญาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ดังกล่าวจึงไม่เป็นโมฆะ ฎีกาของเจ้าหนี้ข้อนี้ฟังขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของเจ้าหนี้ในประการต่อไปมีว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้หรือไม่เพียงใด เห็นว่า ข้อตกลงค่าทนายความในส่วนที่ 2 ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ตามข้อตกลงค่าทนายความเอกสารหมาย จ.5 จ.11 จ.18 จ.24 จ.28 จ.31 จ.34 และ จ.36 ที่ตกลงว่า ลูกหนี้จะชำระค่าทนายความส่วนที่ 2 ให้แก่เจ้าหนี้อีกในอัตราร้อยละ 10 ของยอดหนี้ตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยจากทุกจำนวนที่ลูกหนี้ได้รับชำระหนี้ ไม่ว่าจะได้รับมาโดยวิธีใดและจำนวนเท่าใดภายในกำหนด 15 วัน

นับแต่วันที่ได้รับชำระหนี้ดังกล่าว โดยเจ้าหนี้จะดำเนินการบังคับคดีให้ลูกหนี้ด้วย เป็นการตกลงโดยชัดแจ้งแล้วว่าสิทธิในการได้รับชำระหนี้ค่าทนายความส่วนที่ 2 ในอัตราร้อยละ 10 ของยอดหนี้ตามฟ้องของเจ้าหนี้มีเงื่อนไขการชำระหนี้ว่าให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามสัดส่วนจากจำนวนเงินที่ลูกหนี้ได้รับชำระหนี้แล้วไม่ว่าโดยวิธีใดจากการดำเนินคดีของเจ้าหนี้ตามสัญญาว่าจ้าง เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้ฟ้องคดีตามข้อตกลงแล้ว มูลหนี้ตามข้อตกลงทนายความในส่วนที่ 2 ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด แม้เป็นหนี้ที่มีเงื่อนไขการชำระหนี้ในอนาคตจำนวนรวม 20,314,693.08 บาท เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ค่าทนายความในส่วนที่ 2 โดยมีเงื่อนไขได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 ที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งศาลล้มละลายกลางให้ยกคำขอรับชำระหนี้ในส่วนค่าทนายความส่วนที่ 2 ของเจ้าหนี้จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของเจ้าหนี้ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ค่าทนายความส่วนที่ 2 ในอัตราร้อยละ 10 ของยอดหนี้ตามฟ้องแต่ละคดี รวมจำนวน 20,314,693.08 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (7) โดยมีเงื่อนไขว่าให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวนดังกล่าวตามสัดส่วนก็ต่อเมื่อกองทรัพย์สินของลูกหนี้ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีต่าง ๆ แล้วไม่ว่าโดยวิธีใดจากการดำเนินคดีของเจ้าหนี้ตามสัญญาว่าจ้าง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บรรหาร มูลทวี · สมชาย พงษธา · สุพัฒน์ บุญยุบล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6901/2567

โจทก์มอบหมายให้จำเลยนำเงินไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืมโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วนำผลประโยชน์มามอบให้ จำเลยจึงเป็นตัวแทนของโจทก์ในกิจการดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 กรณีเช่นนี้จึงไม่สามารถแย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6391/2567

จำเลยทำสัญญาขายอาคารสำนักงานและอาคารโรงงานซึ่งผู้คัดค้านยึดไว้ในคดีล้มละลาย โดยมิใช่การกระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ย่อมเป็นนิติกรรมอันมีวัตถุที่ป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้