Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเพิ่งซื้อที่ดินและบ้านพิพาทจาก ณ. และเข้าครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทภายหลังจากที่โจทก์ได้รับจำนองที่ดินและบ้านพิพาทไว้จาก ณ. แล้วโจทก์จึงได้สิทธิจำนองในที่ดินและบ้านพิพาทโดยชอบและมีสิทธิบังคับจำเลยให้ชำระหนี้จำนองได้.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2526 นายณรงค์วงษ์สุวรรณ นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 5 แปลง จดทะเบียนจำนองไว้แก่โจทก์ เพื่อเป็นการประกันหนี้ที่นายณรงค์กู้ไปจากโจทก์ ต่อมานายณรงค์ได้ชำระหนี้บางส่วนและไถ่ถอนจำนองไป 4 แปลง คงเหลือที่ดินที่ยังไม่ได้ไถ่ถอนจำนองเพียงแปลงเดียวต่อมานายณรงค์ผิดสัญญากู้ โจทก์ได้ฟ้องนายณรงค์ให้ชำระหนี้เงินกู้และบังคับจำนองที่ดินแปลงดังกล่าว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี เมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินจำนองจำเลยได้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ อ้างว่านายณรงค์ได้ขายให้แก่จำเลยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 17เมษายน (ที่ถูกมกราคม) 2527

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ถอนการยึดคดีถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวแก่จำเลยในฐานะผู้รับโอนทรัพย์จำนอง ให้ชำระหนี้ที่ผู้จำนองค้างชำระแก่โจทก์ภายในกำหนด 1 เดือน หากไม่ชำระโจทก์จะบังคับจำนองจำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวแล้วแต่เพิกเฉยจำเลยจะต้องชำระหนี้ที่ผู้จำนองเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ขอให้พิพากษาให้จำเลยไถ่ถอนการจำนองทรัพย์ตามฟ้อง โดยให้ชำระเงินแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไถ่ถอนจำนอง ขอให้เอาทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ โจทก์เคยนำยึดที่ดินและบ้านพิพาทเพื่อบังคับจำนองโดยอ้างว่าเป็นที่ดินและบ้านของนายณรงค์จำเลยได้ร้องขัดทรัพย์ว่าที่ดินและบ้านพิพาทเป็นของจำเลย ซึ่งนายณรงค์ได้ขายให้แก่จำเลยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2526นายณรงค์ได้สละการครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่จำเลยอยู่อาศัยทันที

จำเลยได้ครอบครองอย่างเจ้าของตลอดมา ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยได้สิทธิครอบครองที่ดินและบ้านดังกล่าว พิพากษาให้ปล่อยที่ดินและบ้านคืนให้แก่จำเลย คดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยมิใช่ผู้ที่อยู่ในฐานะผู้รับโอนทรัพย์จำนอง โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับจำนองต่อจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินจากโจทก์ หากจำเลยไม่ไถ่ถอนให้เอาทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิบังคับจำเลยให้ชำระหนี้จำนองหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าที่จำเลยให้การและนำสืบกล่าวอ้างว่า จำเลยได้สิทธิครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทตั้งแต่ก่อนนายณรงค์นำไปจำนองไว้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน2526 โดยจำเลยซื้อที่ดินและบ้านพิพาทจากนายณรงค์ตั้งแต่ประมาณต้นเดือนมีนาคม 2526 และนายณรงค์ได้ส่งมอบที่ดินและบ้านดังกล่าวให้จำเลยครอบครองอยู่อาศัยทันทีนั้น มีพิรุธไม่น่าเชื่อเพราะแตกต่างขัดแย้งกับที่จำเลยเคยกล่าวอ้างไว้ในคำร้องขัดทรัพย์ของจำเลยในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 116/2529 ของศาลชั้นต้นที่ว่า จำเลยเพิ่งซื้อที่ดินและบ้านพิพาทจากนายณรงค์เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2527 และแตกต่างขัดแย้งกับคำเบิกความของจำเลยเองที่ว่า จำเลยได้นำชื่อไปเข้าทะเบียนบ้านพร้อมกับเข้าไปอยู่ในบ้านพิพาทซึ่งปรากฏตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารหมาย

ล.3ว่าจำเลยและบุคคลในครอบครัวของจำเลยเพิ่งแจ้งย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านพิพาทเมื่อเดือนกรกฎาคม 2529 ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยเพิ่งซื้อที่ดินและบ้านพิพาทจากนายณรงค์ และเข้าครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทภายหลังจากที่โจทก์ได้รับจำนองที่ดินและบ้านพิพาทไว้จากนายณรงค์แล้ว โจทก์จึงได้สิทธิจำนองในที่ดินและบ้านพิพาทโดยชอบและมีสิทธิบังคับจำเลยให้ชำระหนี้จำนองได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พรชัย สมรรถเวช · ยงยุทธ ธารีสาร · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้