คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่า คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม เนื่องจากเป็นคดีความผิดทางอาญามีโทษจำคุกและปรับตามประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเกิดขึ้นในเขตอำนาจศาลจังหวัดสุรินทร์ ส่วนคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ต่อศาลปกครองนครราชสีมาเป็นคดีอีกส่วนหนึ่งต่างหากจากคดีนี้ ศาลจังหวัดสุรินทร์เห็นว่า คดีนี้ที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นนายอำเภอรัตนบุรีว่าใช้อำนาจโดยมิชอบสั่งให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทับใหญ่และประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทับใหญ่ เป็นเหตุให้โจทก์ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทับใหญ่นั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
พ.ศ. ๒๕๔๒ การที่จำเลยที่ ๑ ออกคำสั่งให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งข้างต้น เป็นเหตุให้โจทก์ตกเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๔๕ จำเลยที่ ๑ กระทำไปโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๑๒ (๖) ประกอบมาตรา ๔๗ ตรี (๖) ซึ่งเป็นการกระทำที่นอกเหนือหรือมิได้กระทำตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คำสั่งของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวถือเป็นคำสั่งทางปกครอง คดีนี้จึงเป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น
อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๓) ส่วนการดำเนินการของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๐ ล้วนเป็นการกระทำที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากคำสั่งของจำเลยที่ ๑ คดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๐ จึงมีมูลความแห่งคดีที่เกี่ยวเนื่องกับคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองเช่นกัน ศาลปกครองนครราชสีมาเห็นว่า การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐกรณีเดียวกัน อาจเป็นทั้งการกระทำทางปกครองและการกระทำตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายที่มีโทษทางอาญา ดังนั้น การกระทำใดประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายที่มีโทษทางอาญากำหนดไว้เป็นการเฉพาะโดยตรง
การกระทำดังกล่าวจะอยู่ในอำนาจการควบคุมตรวจสอบของศาลยุติธรรมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและตามมาตรา ๒๑๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่การกระทำใดเป็นการกระทำที่เข้าหลักเกณฑ์เป็นกรณีพิพาทตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ศาลปกครองย่อมมีอำนาจควบคุมตรวจสอบได้ เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลตรวจสอบการกระทำของจำเลยทั้งสิบว่าเป็นความผิดตามมาตรา ๑๕๗ มาตรา ๘๓ และมาตรา ๘๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๑๕ และมาตรา ๑๓๒ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ และขอให้ศาลพิจารณาลงโทษทางอาญาแก่จำเลยทั้งสิบตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าว จึงเป็นการดำเนินการเพื่อให้ลงโทษผู้กระทำความผิดทางอาญา ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะโดยตรง
คดีจึงอยู่ในอำนาจควบคุมตรวจสอบของศาลยุติธรรมตามมาตรา ๒๑๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คำวินิจฉัย ปัญหาที่ต้องพิจารณา คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้แม้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่โจทก์ฟ้องคดีโดยกล่าวอ้างว่าได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยที่ ๑ ในฐานะนายอำเภอรัตนบุรี ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีมีคำสั่งให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทับใหญ่และประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทับใหญ่ย้อนหลัง และจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ในฐานะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุรินทร์
กระทำการโดยมิชอบด้วยหน้าที่ นำคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๑ เข้าสู่การพิจารณาและวินิจฉัยให้โจทก์เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทับใหญ่ตามคำร้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๗ ถึงที่ ๑๐ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ มาตรา ๘๓ และมาตรา ๘๖ และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๑๕ และมาตรา ๑๓๒ อันเป็นการฟ้องคดีเพื่อให้ลงโทษผู้กระทำความผิดทางอาญา ข้อพิพาทในคดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีระหว่างนายลม วิเศษวงษา โจทก์ นายศราวุธ ศุภลักษณศึกษากร ที่ ๑ นายปราโมทย์
สุจินพรัหม ที่ ๒ นายจรัส หนูพันธ์ ที่ ๓ นางอัจฉรา ภาณุรัตน์ ที่ ๔ พลตำรวจตรี สมเกียรติ บุญยเกียรติ ที่ ๕ พลตรี ธวัชชัย สมุทรสาคร ที่ ๖ นายประเทือง เติมสุข ที่ ๗ นายพุทธกาล แสนกล้า ที่ ๘ นายโสม พางาม ที่ ๙ นายทองพูน สุทธิธรรม ที่ ๑๐ จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ลงชื่อ) วิรัช ลิ้มวิชัย (ลงชื่อ) สุวัฒน์ วรรธนะหทัย (นายวิรัช ลิ้มวิชัย) (นายสุวัฒน์ วรรธนะหทัย) ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม (ลงชื่อ) อักขราทร จุฬารัตน (ลงชื่อ) จรัญ หัตถกรรม (นายอักขราทร จุฬารัตน) (นายจรัญ หัตถกรรม) ประธานศาลปกครองสูงสุด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง (ลงชื่อ) พลโท ศานิต สร้างสมวงษ์ (ลงชื่อ) พลโท อาชวัน อินทรเกสร (ศานิต สร้างสมวงษ์) (อาชวัน อินทรเกสร) หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร (ลงชื่อ) พรชัย รัศมีแพทย์ (นายพรชัย รัศมีแพทย์) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ?? ?? ?? ?? ๕()