Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 41566)

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลมีอำนาจตัดหรืองดสืบพยานตามที่เห็นสมควรเพื่อให้คดีดำเนินไปโดยไม่ชักช้าในกรณีที่ศาลสอบทนายโจทก์ว่าจะสืบพยานต่อไปในข้อใดและทนายโจทก์แถลงว่ายังแถลงไม่ได้ขอสงวนไว้ก่อนแม้ทนายอีกฝ่ายแถลงว่าพยานที่จะสืบข้อใดหากรับข้อเท็จจริงได้ก็จะรับเพื่อไม่ให้คดีล่าช้าทนายโจทก์ก็ยังยืนยันเช่นเดิมดังนี้ การที่ทนายโจทก์ไม่แถลงให้ศาลทราบการประวิงคดีให้ชักช้า ศาลจึงชอบจะงดสืบพยานโจทก์ต่อไปได้คำสั่งให้งดสืบพยานไม่ใช่คำวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดี ผู้พิพากษานายเดียวมีอำนาจสั่งได้ตามมาตรา 21 แห่งธรรมนูญศาลยุติธรรม การที่ศาลอนุญาตให้อ้างพยานเพิ่มเติมโดยมิได้สอบถามคู่ความอีกฝ่ายนั้น แม้จะเป็นการผิดระเบียบวิธีพิจารณาอยู่บ้างแต่ถ้าไม่เสียความเป็นธรรมแก่คู่ความอีกฝ่ายแล้วเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ลงชื่อในใบมอบอำนาจโดยมิได้กรอกข้อความเพื่อให้ผู้อื่นทำการแทนถือว่าเป็นการกระทำที่ทำให้บุคคลภายนอกหลงเชื่อจำต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 822,821 โจทก์ฟ้อง จำเลยต่อสู้ว่าได้ทำนิติกรรมขายฝากโดยมิได้รับอนุญาตจากสามีและสามีได้บอกล้างแล้วดังนี้ คดีมีประเด็นที่จะต้องนำสืบว่าสามีจำเลยได้อนุญาตหรือไม่ทั้งสองฝ่ายมีสิทธินำสืบข้อเท็จจริงในประเด็นข้อนี้ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกันคดีแรก

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีสิทธิได้รับมรดกในที่ดินโฉนดที่ 8117 และ 802 ร่วมกัน จำเลยที่ 1 ได้หลอกลวงให้โจทก์ทั้งสองลงชื่อในใบมอบอำนาจโดยมิได้กรอกข้อความเพื่อจะเอาไปจัดการลงชื่อและแบ่งแยกที่ดินนั้นให้นางสาวศิริ ต่อมาโจทก์จึงทราบว่าจำเลยทั้งสองสมคบกันโดยไม่สุจริต ใช้ใบมอบอำนาจนั้นไปทำนิติกรรมขายฝากกัน จึงขอให้พิพากษาว่า สัญญาขายฝากเป็นโมฆะจำเลยที่ 1 ให้การรับว่าเป็นจริงตามฟ้อง จำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่าได้รับซื้อฝากที่พิพาทโดยสุจริต และเสียค่าตอบแทน ใบมอบอำนาจหากปลอมก็เป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของโจทก์ที่ไม่กรอกข้อความ คดีหลังโจทก์ฟ้องว่าได้รับซื้อฝากที่พิพาทจากจำเลย จำเลยไม่ยอมออกจากที่พิพาท จึงขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า

สัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้เงิน สามีจำเลยมิได้อนุญาตให้จำเลยทำสัญญาขายฝาก และสามีจำเลยได้บอกล้างนิติกรรมแล้ว ขอให้โจทก์รับเงินแล้วโอนที่ดินให้จำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องของโจทก์ในคดีแรก และยกฟ้องของจำเลยในคดีหลัง และพิพากษาให้ขับไล่จำเลยในคดีหลังพร้อมกับให้ใช้ค่าเสียหายโจทก์ในคดีแรกและจำเลยในคดีหลังอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ในคดีแรกและจำเลยในคดีหลังฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า.-1. ที่ผู้ฎีกาฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานของผู้ฎีกาโดยไม่ชอบนั้น เห็นว่าการตัดหรืองดสืบพยานเป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจสั่งตามควรแก่กรณีเป็นเรื่อง ๆ ไป เพื่อให้คดีดำเนินไปโดยรวดเร็วไม่ชักช้า คดีนี้ เมื่อสืบตัวผู้ฎีกาเสร็จแล้ว

ศาลได้สอบถามทนายของผู้ฎีกาว่า พยานที่จะสืบต่อไปจะสืบในข้อใด ทนายของผู้ฎีกาทุกคนแถลงว่า จะแถลงไม่ได้ ขอสงวนไว้ก่อน และเมื่อทนายของอีกฝ่ายแถลงว่าพยานของผู้ฎีกาที่จะสืบข้อใดรับได้ก็จะแถลงรับข้อเท็จจริงเพื่อมิให้การพิจารณาล่าช้า ทนายผู้ฎีกาก็ยังแถลงยืนยันเช่นเดิมอีก ดังนั้น การที่ทนายของผู้ฎีกาไม่แถลงให้ศาลทราบ จึงเป็นการประวิงคดีให้ชักช้า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานของผู้ฎีกา จึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบแล้ว2. ที่ว่าผู้พิพากษานายเดียวไม่มีอำนาจสั่งตัดพยานนั้น เห็นว่าคำสั่งเช่นนี้ไม่ใช่คำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีผู้พิพากษานายเดียวมีอำนาจสั่งได้ ตามมาตรา 21 แห่งธรรมนูญศาลยุติธรรม3. ที่ว่าศาลไม่มีอำนาจอนุญาตให้จำเลยที่ 2 อ้างพยานเพิ่มเติมโดยไม่ได้สอบถามโจทก์ก่อนเป็นการไม่ชอบนั้น

ปรากฏว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ได้คัดค้านศาลก็สั่งว่า ถ้าพยานที่จำเลยที่ 2 อ้างเพิ่มเติมเบิกความข้อใดที่โจทก์ยังไม่ได้ให้การไว้ จะพิจารณาให้โจทก์สืบแก้ได้ แต่เมื่อสืบพยานที่อ้างเพิ่มเติมแล้ว โจทก์ก็มิได้แถลงขอสืบข้อใดอีก ทั้งโจทก์ก็ได้ซักค้านพยานที่อ้างเพิ่มเติมแล้วฉะนั้น แม้จะเป็นการผิดระเบียบวิธีพิจารณาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เสียความเป็นธรรมแก่โจทก์ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้4. การที่ผู้มอบอำนาจได้ลงชื่อในใบมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทนตนโดยไม่ได้กรอกข้อความ ถือว่าเป็นการกระทำที่ทำให้บุคคลภายนอกหลงเชื่อ จำต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 822, 8215. ที่ฎีกาว่าจำเลยทำนิติกรรมสัญญาขายฝากโดยมิได้รับอนุญาตจากสามี

สามีบอกล้างแล้ว และโจทก์ไม่มีประเด็นนำสืบนั้น เห็นว่าตามคำฟ้องของโจทก์และตามคำให้การของจำเลย จำเลยต่อสู้ว่าทำนิติกรรมสัญญาขายฝากโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสามี และสามีได้บอกล้างแล้ว ดังนี้ คดีมีประเด็นที่จะต้องนำสืบกันว่า สามีจำเลยได้อนุญาตให้จำเลยทำนิติกรรมขายฝากรายนี้หรือเปล่า ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีสิทธินำสืบข้อเท็จจริงในประเด็นข้อนี้ได้จึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรุณ ตินทุกะสิริ · โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้