Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4145/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ที่ระบุค่าเช่าซื้อจำนวน 2,878,504.80 บาท นั้น จำเลยทั้งสองยอมรับว่าจำนวนเงินดังกล่าวถูกต้องตรงกับความเป็นจริงหลังจากหักเงินดาวน์ออกแล้ว การระบุค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลือหลังจากหักเงินดาวน์ออกแล้วก็เพื่อการคำนวณจำนวนเงินที่จะต้องชำระในแต่ละงวดเท่านั้น ส่วนเงินดาวน์แม้จะมิได้ระบุในสัญญาก็หาใช่สาระสำคัญไม่ เพราะกฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าจะต้องระบุจำนวนเงินดาวน์ไว้ จึงเป็นเพียงข้อเท็จจริง ที่คู่ความอาจนำสืบได้ เอกสารสัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองจึงไม่ใช่เอกสารปลอม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์ ในราคา ๒,๘๗๘,๕๐๔.๘๐ บาท โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ ตั้งแต่งวดที่ ๒๑ ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันทันที ต่อมาโจทก์ติดตามยึดรถคืนได้ในสภาพชำรุดและนำออกประมูลขายได้เป็นเงินเพียง ๑,๒๒๗,๒๗๒.๗๓ บาท ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขาดราคาเช่าซื้อ ขาดประโยชน์ที่ควรจะได้จากการนำรถให้บุคคลอื่นเช่าและค่าใช้จ่ายในการติดตามรถคืน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน ๖๔๘,๗๕๕.๓๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การ และจำเลยที่ ๑ แก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นเอกสารปลอม เพราะภายหลังจำเลยที่ ๑ ลงลายมือชื่อและประทับตราแล้ว โจทก์ได้กรอกข้อความลงในสัญญาว่าจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อในราคา ๒,๘๗๘,๕๐๔.๘๐ บาท โดยไม่มีเงินดาวน์ ซึ่งความจริงแล้วจำเลยที่ ๑ ตกลงเช่าซื้อรถจากโจทก์ในราคา ๓,๐๒๒,๔๓๐.๐๓ บาท ชำระเงินดาวน์ในวันทำสัญญาจำนวน ๑๕๔,๐๐๐ บาท ซึ่งโจทก์กรอกข้อความฝ่าฝืนข้อตกลงไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ ๑ ไม่ตรงต่อความจริงและมีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษี จำเลยที่ ๑ ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์รวม ๒๐ งวด เป็นเงิน ๑,๕๔๐,๐๐๐ บาท รวมกับเงินดาวน์แล้วรวมเป็นเงิน ๑,๖๙๔,๐๐๐ บาท โจทก์ต้องคืนเงินที่จำเลยที่ ๑ ชำระให้โจทก์จำนวน ๑,๖๙๔,๐๐๐ บาท แก่จำเลยที่ ๑ แต่จำเลยที่ ๑ ใช้รถ ๔๕ เดือนเศษ

ขอคิดเงินที่โจทก์ต้องจ่ายคืนเพียง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง และบังคับให้โจทก์ชำระเงินจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องแย้ง (ฟ้องแย้งวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๔๑) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ ๑

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยคัดค้านว่าสัญญาไม่สมบูรณ์ แม้โจทก์ไม่ได้ระบุเงินดาวน์ลงในสัญญาแต่โจทก์กรอกรายละเอียดลงในสัญญาตามความจริงถูกต้องครบถ้วน สัญญาจึงมีผลสมบูรณ์ ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๔๑) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ ๔,๐๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำนวนเงินดาวน์และจำนวนเงินราคาเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญของสัญญาเช่าซื้อ การที่สัญญาเช่าซื้อมิได้รวมเงินดาวน์เข้าไปในราคาเช่าซื้อย่อมเป็นการปลอมเอกสารนั้น เห็นว่า สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ที่ระบุค่าเช่าซื้อจำนวน ๒,๘๗๘,๕๐๔.๘๐ บาท นั้น จำเลยทั้งสองยอมรับว่าจำนวนเงินดังกล่าวถูกต้องตรงกับความเป็นจริงหลังจากหักเงินดาวน์ออกแล้ว การระบุค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลือหลังจากหักเงินดาวน์ออกแล้วก็เพื่อการคำนวณจำนวนเงินที่จะต้องชำระในแต่ละงวดเท่านั้น ส่วนเงินดาวน์แม้จะมิได้ระบุในสัญญาก็หาใช่สาระสำคัญไม่ เพราะกฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าจะต้องระบุจำนวนเงินดาวน์ไว้ จึงเป็นเพียงข้อเท็จจริงที่คู่ความอาจนำสืบได้ เอกสารสัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองจึงมิใช่เอกสารปลอม ฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น?

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มานะ ศุภวิริยกุล · สายันต์ สุรสมภพ · สุรพล เจียมจูไร
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวนันทา ปัทมสูต
ศาลอุทธรณ์ - นายเกรียงศักดิ์ คงผล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้