Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4139/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 บัญญัติแต่เพียงว่าการโอนสิทธิเรียกร้องต้องทำเป็นหนังสือจึงจะสมบูรณ์ และการโอนนั้นจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกได้แต่เมื่อได้บอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้ หรือลูกหนี้ยินยอมด้วยในการโอนนั้นโดยได้ทำคำบอกกล่าวหรือความยินยอมเป็นหนังสือ มิได้บัญญัติว่าหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องนั้นจะต้องลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน ฉะนั้น การโอนสิทธิเรียกร้องที่ได้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนฝ่ายเดียวจึงเป็นการสมบูรณ์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ก.จ.๑๘๕๓๐ จากบริษัทบางกอกอินเวสท์เมนท์ จำกัดเป็นเงิน ๔๒๙,๐๐๐ บาท และเป็นผู้เอาประกันภัยรถคันนั้นไว้กับจำเลยโดยจำเลยต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน ๒๓๐,๐๐๐ บาทเพื่อความสูญหายอันเกิดจากการลักทรัพย์ที่ประกันภัยไว้ โดยให้โจทก์ที่ ๒ เป็นผู้รับผลประโยชน์ ครั้นเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๕ ซึ่งอยู่ในระหว่างอายุสัญญาประกันภัยรถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้ถูกคนร้ายลักไป โจทก์ที่ ๑ แจ้งให้จำเลยทราบแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมชำระค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๒๓๐,๐๐๐ บาทนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองทำหนังสือสละสิทธิในการรับค่าสินไหมทดแทนไปแล้วจึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่เสียหายตามฟ้องขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒๖๔,๕๐๐ บาทแก่โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน ๒๓๑,๐๐๐ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในต้นเงิน ๒๓๐,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์จำเลยนำสืบฟังได้ว่าโจทก์ที่ ๑ เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์บรรทุก ๑๐ ล้อ หมายเลขทะเบียน ก.จ.๑๘๕๓๐ จากบริษัทบางกอกอินเวสท์เม้นท์ จำกัด เป็นเงิน ๔๒๙,๐๐๐ บาท โดยตกลงจะชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือนรวม ๒๐ เดือน ๆ ละ ๒๑,๔๕๐ บาท ต่อมาวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๒๔ ซึ่งอยู่ในระหว่างที่โจทก์ที่ ๑ ชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบจำนวน โจทก์ที่ ๑ เอารถยนต์คันนั้นประกันภัยไว้กับจำเลยโดยให้โจทก์ที่ ๒ เป็นผู้รับประโยชน์ครั้นเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๕ ซึ่งอยู่ในระหว่างอายุสัญญาประกันภัย ในขณะที่รถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้กับจำเลยจอดอยู่ที่บ้านเลขที่ ๙/๘ ถึง ๙/๙ ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตบางเขนกรุงเทพมหานคร

มีคนร้ายลักไป โจทก์ที่ ๑ ได้แจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจและแจ้งให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยรับว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โดยจะต้องให้บริษัทบางกอกอินเวสท์เม้นท์ จำกัดเป็นผู้รับเงินเพราะโจทก์ที่ ๑ ชำระค่าเช่าซื้อยังไม่ครบ โจทก์ทั้งสองจึงต่างทำหนังสือขอสละสิทธิในการรับค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทบางกอกอินเวสท์เม้นท์ จำกัด เป็นผู้รับตามหนังสือขอสละสิทธิเอกสารหมาย ล.๑ และ ล.๓

ที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อโจทก์ทั้งสองได้ทำหนังสือขอสละสิทธิในการรับค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทบางกอกอินเวสท์เม้นท์ จำกัดเป็นผู้รับตามหนังสือขอสละสิทธิเอกสารหมาย ล.๑ ล.๓ แล้ว โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๓๐๖ บัญญัติไว้แต่เพียงว่า การโอนสิทธิเรียกร้องต้องทำเป็นหนังสือจึงจะสมบูรณ์ และการโอนนั้นจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกได้แต่เมื่อได้บอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้ หรือลูกหนี้ยินยอมด้วยในการโอนนั้น โดยได้ทำคำบอกกล่าวหรือความยินยอมเป็นหนังสือหาได้บัญญัติว่าหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องนั้นจะต้องลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอนไม่ ฉะนั้นการโอนสิทธิเรียกร้องที่ได้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนฝ่ายเดียวก็เป็นการสมบูรณ์ตามบทบัญญัติมาตรานี้

เมื่อได้พิเคราะห์เอกสารหมาย ล.๑ ถึง ล.๓ แล้ว จะเห็นได้ว่าเป็นหนังสือที่โจทก์ทั้งสองผู้เป็นเจ้าหนี้ทำขึ้นด้วยเจตนาโอนสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่มีต่อจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ของโจทก์ทั้งสองให้แก่บริษัทเงินทุนบางกอกอินเวสท์เม้นท์จำกัด โดยบอกกล่าวให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้นให้แก่บริษัทเงินทุนบางกอกอินเวสท์เม้นท์ จำกัด ถือได้ว่าการโอนสิทธิเรียกร้องรายนี้ได้ทำเป็นหนังสือเป็นการสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วโจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้อง กรณีไม่จำเป็นจะต้องวินิจฉัยฎีกาข้อต่อไปของจำเลยอีก ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ทั้งสอง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · เกียรติ จาตนิลพันธุ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้