Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4128/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามบทบัญญัติของมาตรา 40 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ซึ่งบัญญัติว่าถ้าที่ดินและโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ เป็นของคนละเจ้าของ เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆต้องเสียภาษีทั้งสิ้น ฯลฯ นั้น เป็นการกำหนดว่าหากที่ดินและโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างเป็นของคนละเจ้าของกันแล้ว เป็นหน้าที่ของเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินรวมกันแต่เมื่อค่าเช่าที่โจทก์ได้รับจากห้างหุ้นส่วนจำกัดช. เป็นการให้เช่าสถานีบริการ รวมทั้งที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับสถานีบริการแสดงว่าเงินค่าเช่าจำนวนดังกล่าวเป็นค่าเช่าสถานีบริการและเช่าที่ดินรวมกันแล้ว การที่โจทก์ในฐานะเจ้าของโรงเรือนซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนได้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินรวมกันมา จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 40

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า การแจ้งประเมินและการกำหนดค่ารายปี544,733.33 บาท ของจำเลยไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขอให้เพิกถอนใบแจ้งรายการประเมินเล่มที่ 54 เลขที่ 10ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2538 และใบแจ้งคำชี้ขาดเล่มที่ 19เลขที่ 52 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2539 และถ้าศาลเห็นว่าไม่สมควรเพิกถอนก็ขอให้พิพากษาแก้ไขใบแจ้งการประเมินและคำชี้ขาดโดยกำหนดค่ารายปีใหม่เป็นเงิน 396,900 บาท ค่าภาษีจำนวน 49,612.50 บาท ให้จำเลยคืนเงินภาษีจำนวน 18,484.17 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระแก่โจทก์ครบถ้วนจำเลยให้การว่า การกำหนดค่ารายปีและการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ตลอดจนการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว

ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขการประเมินตามใบแจ้งการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน เล่มที่ 54 เลขที่ 10ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2538 และใบแจ้งคำชี้ขาด เล่มที่ 19เลขที่ 52 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2539 และให้จำเลยคืนเงินภาษีจำนวน 18,484.17 บาท ภายในสามเดือนนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด หากไม่คืนภายในกำหนดดังกล่าวให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของจำนวนเงิน 18,484.17 บาทนับถัดจากวันครบกำหนดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่าเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2538 โจทก์ได้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินตามเอกสารหมาย

ล.1 แผ่นที่ 1 ถึง 3โดยระบุรายละเอียดว่า ได้รับค่าเช่าจากห้างหุ้นส่วนจำกัดชัยชนะบริการ จำนวน 343,440 บาท และระบุชื่อเจ้าของที่ดินและค่าเช่าที่ดินปีละ 201,333.33 บาท พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยทำการประเมินโดยนำค่าเช่าที่ดินจำนวน 201,333.33 บาทรวมกับค่าเช่าที่โจทก์ได้รับจำนวน 343,440 บาท มากำหนดเป็นค่ารายปีจำนวน 544,773.33 บาท ค่าภาษีจำนวน 68,096.67 บาทตามใบแจ้งรายการประเมินเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 1 โจทก์ชำระค่าภาษีดังกล่าวแล้วได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยปลัดกรุงเทพมหานครปฏิบัติราชการแทนได้ชี้ขาดเห็นชอบด้วยกับการประเมินของเจ้าหน้าที่ตามใบแจ้งคำชี้ขาด เอกสารหมาย

ล.6 แผ่นที่ 5 ศาลภาษีอากรกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เงินจำนวน 343,440 บาท ที่โจทก์แสดงไว้ในแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2538เป็นค่าเช่าที่โจทก์ได้รับจากห้างหุ้นส่วนจำกัดชัยชนะบริการในการให้เช่าสถานีบริการรวมทั้งที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับสถานีบริการมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2538 และคำชี้ขาดชอบด้วยกฎหมายหรือไม่โดยจำเลยอุทธรณ์ว่าผู้เป็นเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างกับผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินในคดีนี้เป็นคนละเจ้าของกัน โดยโจทก์เป็นเจ้าของสถานีบริการ ส่วนนางปริยาวดี วัดแก้ว กับนางจันทนา ธีระธาดา เป็นเจ้าของที่ดินดังนั้น คดีจึงต้องด้วยบทบัญญัติของมาตรา 40 วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ซึ่งบัญญัติว่าแต่ถ้าที่ดินและโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ เป็นของคนละเจ้าของ เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ต้องเสียภาษีทั้งสิ้น ฯลฯ นั้นเห็นว่า ตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นการกำหนดว่าหากที่ดินและโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างเป็นของคนละเจ้าของกันแล้วเป็นหน้าที่ของเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินรวมกัน แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่าค่าเช่าที่โจทก์ได้รับจากห้างหุ้นส่วนจำกัดชัยชนะบริการเป็นการให้เช่าสถานีบริการ รวมทั้งที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับสถานีบริการแสดงว่าเงินค่าเช่าจำนวน 343,440 บาท เป็นค่าเช่าสถานีบริการและเช่าที่ดินรวมกันแล้ว การที่โจทก์ในฐานะเจ้าของโรงเรือนซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนได้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินรวมกันมาแล้ว จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น การประเมินของพนักงานเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินและคำชี้ขาดจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เหล็ก ไทรวิจิตร · ยงยุทธ ธารีสาร · วิรักษ์ เอื้ออังกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6329/2552

สิทธิในการเลิกสัญญาของคู่สัญญาอาจเกิดจากข้อกำหนดในสัญญาหรือโดยบทบัญญัติของกฎหมายอันเป็นหลักทั่วไปตามมาตรา 387 ถึง 389 หรือตามบทบัญญัติว่าด้วยเอกเทศสัญญา ลักษณะเช่าทรัพย์ ข้ออ้างของจำเลยที่ว่าโจทก์ปฏิบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5219/2534

ปรากฏตามคำฟ้องว่า ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 1เด็ดขาดก่อนที่โจทก์จะยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ย่อมหมดอำนาจที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของตนได้ อำนาจในการจัดการทรัพย์สินและต่อสู้คดีใด…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 523)

กรณีที่จะเป็นการรับช่วงสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นต้องเป็นกรณีที่ผู้ชำระหนี้รับช่วงสิทธิของผู้รับชำระหนี้มาฟ้องร้องเอาจากผู้ที่ตนชำระหนี้แทนแต่กรณีของคดีนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องจำเลยผู้รับชำร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 103859)

กรณีที่จะเป็นการรับช่วงสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ต้องเป็นกรณีที่ผู้ชำระหนี้รับช่วงสิทธิของผู้รับชำระหนี้มาฟ้องร้องเอาจากผู้ที่ตนชำระหนี้แทน แต่กรณีของคดีนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องจำเลยผู้รับช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1727/2517

จำเลยเป็นผู้ยื่นประเมินภาษีโรงเรือนต่อเทศบาลสำหรับโรงเรือนอันเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยและภริยาจำเลย โดยมิได้ระบุว่าจำเลยกระทำการแทนผู้ใด เมื่อจำเลยได้รับแจ้งการประเมินยังยอมรับว่าค้างชำระค่าภาษีอยู่จริง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้