Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2544 (เลขอ้างอิง 41118)

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การจัดการมรดกนั้นหาใช่ว่ามุ่งจะรับทรัพย์มรดกโดยถ่ายเดียวหาได้ไม่ หากผู้ตายมีหนี้สินก็มีหน้าที่ต้องรวบรวมทรัพย์มรดกใช้หนี้ด้วยเหลือจากการชำระหนี้เท่าใดจึงเป็นมรดกที่จะนำมาแบ่งกันได้ เหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ร้องซึ่งเป็นบิดาของผู้ตายกับผู้คัดค้านซึ่งเป็นภริยาของผู้ตายตกลงกันไม่ได้เพราะทางฝ่ายผู้ร้องจะรับเฉพาะทรัพย์สิน ส่วนที่เป็นหนี้สินจะให้ทางฝ่ายผู้คัดค้านเป็นผู้รับไปฝ่ายเดียว ฉะนั้น หากให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกย่อมมีปัญหาในการจัดการมรดก ประการแรกคือ ผู้ร้องไม่อาจทราบได้ว่าผู้ตายมีทรัพย์สินอะไรและอยู่ที่ใดบ้างและประการที่สองคือเจ้าหนี้ก็มุ่งที่จะทวงหนี้ต่อผู้คัดค้านซึ่งเป็นภริยาร่วมรู้เห็นในการสร้างหนี้กันมาในระหว่างสมรส จึงย่อมไม่สะดวกต่อการจัดการทรัพย์มรดก ผู้คัดค้านจึงสมควรที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแต่เพียงผู้เดียว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรวมการพิจารณาและมีคำสั่งเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกนายกิ่ม ผ่องผุดพันธ์ ผู้ร้องในคดีหมายเลขแดงที่ 1925/2539 ว่าผู้ร้องและให้เรียกนางกุลณิดา ผ่องผุดพันธ์ผู้ร้องในคดีหมายเลขแดงที่ 2681/2539 ว่าผู้คัดค้านคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของพลอากาศตรีโกศล ผ่องผุดพันธ์ ผู้ตาย ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเช่นเดียวกัน จากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างยื่นคำร้องขอให้ถอนอีกฝ่ายหนึ่งจากการเป็นผู้จัดการมรดก โดยผู้ร้องอ้างว่า ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกโดยมิได้จำกัดอำนาจไว้แต่เฉพาะทรัพย์บางอย่าง การที่ผู้คัดค้านร้องขอให้ตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกรายเดียวกันนี้ซ้อนขึ้นอีก เป็นการไม่ชอบ

ขอให้เพิกถอนคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรก ส่วนผู้คัดค้านอ้างว่า ผู้ร้องไม่อยู่ในสภาพที่จะดำเนินการในฐานะผู้จัดการมรดกได้ เพราะชราภาพมากแต่ได้มอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ประกอบกับทรัพย์มรดกอยู่ในความครอบครองของผู้คัดค้าน ขอให้เพิกถอนคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอนนายกิ่ม ผ่องผุดพันธ์ ผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของพลอากาศตรีโกศล ผ่องผุดพันธ์ ผู้ตาย ให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง และให้นางกุลณิดา ผ่องผุดพันธ์ ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายต่อไป ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่เพิกถอนนายกิ่ม ผ่องผุดพันธ์ผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของพลอากาศตรีโกศล

ผ่องผุดพันธ์ผู้ตาย ให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้านด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้นผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่ได้ความจากผู้คัดค้านว่าขณะผู้ตายและผู้คัดค้านแต่งงานกันทั้งสองฝ่ายไม่มีสินส่วนตัวได้ร่วมกันทำมาหากินจนสามารถซื้อรถยนต์เก๋ง ที่ดินพร้อมทั้งก่อสร้างบ้านอันเป็นทรัพย์มรดกที่ผู้ร้องได้มาร้องขอจัดการเป็นคดีพิพาทนี้ ผู้ร้องไม่ได้นำสืบโต้แย้งข้อเท็จจริงให้เห็นเป็นอย่างอื่นจึงต้องฟังว่าทรัพย์สินดังกล่าวทั้งหมดเป็นสินสมรส ดังนั้น เมื่อผู้ตายถึงแก่กรรมจึงต้องแบ่งให้แก่ผู้คัดค้านกึ่งหนึ่งก่อน เหลือจากนั้นจึงเป็นมรดกที่ตกแก่ทายาทซึ่งมีเพียงผู้ร้องและผู้คัดค้านเพียงสองคนเท่านั้นเมื่อทรัพย์มรดกทั้งหมดทางฝ่ายผู้ร้องไม่มีส่วนร่วมสร้างมา

แม้กระทั่งรายละเอียดการได้มาอย่างไรข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ทราบหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนตามที่ผู้คัดค้านยื่นคำแถลงประกอบกับเอกสารที่แสดงรายละเอียดว่า ผู้ตายมีหนี้สินค้างชำระต่อบุคคลภายนอกหลายรายเช่นหนี้ค่าซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างบ้าน หนี้ที่ต้องกู้ยืมเงินธนาคารมาก่อสร้างบ้านโดยนำที่ดินไปจดทะเบียนจำนองไว้เมื่อเจ้าหนี้ทราบว่าผู้ตายถึงแก่กรรมต่างก็มาทวงหนี้จากผู้คัดค้านในฐานะที่เป็นภริยาผู้ร่วมรู้เห็นในการก่อหนี้ดังกล่าวทั้งสิ้น จึงเห็นว่าในการจัดการทรัพย์มรดกนั้นหาใช่ว่ามุ่งจะรับทรัพย์มรดกโดยถ่ายเดียวหาได้ไม่ หากผู้ตายมีหนี้สินก็มีหน้าที่ต้องรวบรวมทรัพย์มรดกใช้หนี้ด้วยเหลือจากชำระหนี้เท่าใด จึงเป็นมรดกที่จะนำมาแบ่งกันได้ ตามหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนได้ความว่าเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ร้องกับผู้คัดค้านตกลงกันไม่ได้เพราะทางฝ่ายผู้ร้องจะรับเฉพาะทรัพย์สิน

ส่วนที่เป็นหนี้สินจะให้ทางฝ่ายผู้คัดค้านเป็นผู้รับไปฝ่ายเดียว ฉะนั้น หากให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกเป็นที่เห็นได้ว่าย่อมจะมีปัญหาในการจัดการมรดกสองประการ ประการแรกผู้ร้องไม่อาจทราบได้ว่าผู้ตายมีทรัพย์สินอะไรและอยู่ที่ใดบ้าง เนื่องจากไม่ได้ร่วมสร้างมาและไม่ได้อยู่กับผู้ตายจึงต้องอาศัยการสอบถามจากผู้อื่นโดยเฉพาะคือถามจากผู้คัดค้านซึ่งถือว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อกันจึงไม่สะดวกต่อการจัดการมรดกและยังเป็นการฝืนต่อความเป็นธรรมอีกด้วย ประการที่สองดังที่กล่าวมาข้างต้นว่าการจัดการมรดกนั้นหมายความรวมถึงจัดการชำระหนี้ของเจ้ามรดกด้วยในเมื่อผู้ร้องไม่ได้มีส่วนร่วมรู้เห็นในการก่อหนี้ของผู้ตายฉะนั้นเจ้าหนี้ก็มุ่งที่จะทวงหนี้ต่อผู้คัดค้านซึ่งเป็นภริยาร่วมรู้เห็นในการสร้างหนี้กันมาในระหว่างสมรสจึงย่อมไม่สะดวกต่อการจัดการทรัพย์มรดกอันมีผลในประการสำคัญว่าจะกลายเป็นว่าเข้ามาจัดการมรดกเพื่อรับทรัพย์มรดกโดยไม่รับรู้ถึงหนี้สินที่เจ้ามรดกค้างชำระต่อบุคคลภายนอกจึงไม่ถูกต้องด้วยเหตุสองประการดังกล่าวมา จึงเห็นว่าผู้คัดค้านสมควรที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชิต คำแฝง · สายันต์ สุรสมภพ · สุพัฒน์ บุญยุบล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567

การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องที่ 1 ไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ ให้ยกคำร้อง และเมื่อผู้ร้องที่ 1 ถึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4769/2566

เมื่อผู้คัดค้านที่ 5 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกคนหนึ่งของเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ทำให้ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่ 6 คน ไม่อาจจัดการมรดกต่อไปได้ โดยที่ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่ทั้ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2241/2566

ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง หาจำต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยเป็นทายาทของผู้ตายทุกกรณีไม่ เมื่อผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ผู้ตายท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้