Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2547 (เลขอ้างอิง 410791)

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การส่งหมายเรียกและหมายนัดให้แก่จำเลยในครั้งก่อน ๆ ล้วนเป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายไว้ ณ ภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสิ้น และทุกครั้งจำเลยก็ไม่เคยโต้แย้งว่ามิได้ทราบข้อความตามหมายเหล่านั้น สำหรับในครั้งนี้ก็เป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายเช่นเดียวกัน จึงต้องถือว่าเป็นการส่งโดยชอบแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 จำเลยกล่าวอ้างมาในคำร้องและอุทธรณ์ฎีกาเพียงว่า จำเลยไม่เห็นและไม่ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ตามหมายนัดดังกล่าว โดยไม่ปรากฏเหตุผลว่าเพราะเหตุใดการปิดหมายในครั้งนี้จึงแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ แม้มีผู้ใดรับหมายไว้แทนจำเลย จำเลยก็อาจบ่ายเบี่ยงอีกว่าผู้รับหมายไว้แทนไม่ได้นำหมายไปมอบให้จำเลย กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของจำเลยและมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเหตุที่จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์เสียนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,300,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท วันที่ 7 มีนาคม 2544

จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยเพิ่งทราบว่าแพ้คดีหลังจากเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินของจำเลยแล้ว และจากการตรวจสำนวนจึงพบว่า นายชัยวัฒน์ นกเทศ และนายสมปอง พุ่มห้วยรอบ นำใบแต่งทนายความที่จำเลยลงชื่อให้ทนายความคนอื่นไว้ไปกรอกข้อความแต่งตั้งตนเองเป็นทนายจำเลยและเข้าดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ไปโดยไม่มีอำนาจ ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาคดีนี้ทั้งหมด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 28 มีนาคม 2545 ให้ศาลชั้นต้นกำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ก่อน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 2

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายแล้วให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดังกล่าวมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับหมาย โดยให้ปิดหมายได้ วันที่ 23 พฤษภาคม 2545 ศาลชั้นต้นออกหมายนัดแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยปฏิบัติ วันที่ 26 เดือนเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของศาลชั้นต้นนำหมายนัดฉบับนี้ไปปิดที่หน้าบ้านอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลย เนื่องจากไม่พบจำเลยและไม่มีผู้รับหมายไว้แทน วันที่ 17 กรกฎาคม 2545 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่เคยพบเห็นหมายนัดของศาลชั้นต้นดังกล่าว ได้ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์เมื่อมาตรวจสำนวน จึงขออนุญาตวางเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การส่งหมายนัดนั้นได้ส่งไปที่ภูมิลำเนาของจำเลยโดยชอบแล้ว ถือว่าจำเลยทราบ ข้ออ้างของจำเลยไม่มีเหตุให้รับฟัง ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับและมีคำสั่งว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นภายในเวลาที่กำหนดไว้ ถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 5 เมษายน 2544 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246 ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 2

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ทราบคำสั่งศาลตามหมายนัดที่ปิดไว้ ขอให้อนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมและดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ใหม่นั้น เห็นว่า การส่งหมายเรียกและหมายนัดให้แก่จำเลยในครั้งก่อน ๆ ล้วนเป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายไว้ ณ ภูมิลำเนาของจำเลยคือ บ้านเลขที่ 6 ถนนเทศบาล 3 ซอย 4 ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ทั้งสิ้น และทุกครั้งจำเลยก็ไม่เคยโต้แย้งว่ามิได้ทราบข้อความตามหมายเหล่านั้น สำหรับครั้งเกิดเหตุในวันที่ 26 พฤษภาคม 2545 ก็เป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งต้องถือว่าเป็นการส่งโดยชอบแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 จำเลยกล่าวอ้างมาในคำร้องและอุทธรณ์ฎีกาเพียงว่า จำเลยไม่เห็นและไม่ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ตามหมายนัดดังกล่าว โดยไม่ปรากฏเหตุผลเลยว่าเพราะเหตุใดการปิดหมายในครั้งนี้จึงแตกต่างจากครั้งก่อน

ๆ แม้มีผู้ใดรับหมายไว้แทนจำเลยดังที่จำเลยอ้างมาในฎีกา จำเลยก็อาจบ่ายเบี่ยงไปได้อีกว่าผู้รับหมายไว้แทนไม่ได้นำหมายไปมอบให้จำเลย กรณีไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของจำเลย และมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเหตุที่จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์เสียนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วิบูลย์ มีอาสา
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้