Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2550 (เลขอ้างอิง 410731)

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่สาธารณูปโภคซึ่งผู้จัดสรรที่ดินคือโจทก์ได้จัดสรรให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต ให้ถือว่าตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินที่จัดสรร และให้เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องบำรุงรักษากิจการดังกล่าวให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นโดยตลอดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 วรรคหนึ่ง อันมีผลบังคับในขณะที่โจทก์ดำเนินการจัดสรรที่ดินก็ตาม แต่กฎหมายก็มิได้มีบทบัญญัติห้ามมิให้ผู้จัดสรรที่ดินเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคจากผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรม เมื่อจำเลยทั้งสามตกลงชำระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางที่ใช้ร่วมกับผู้ซื้อรายอื่น ๆ ในโครงการที่เกี่ยวกับส่วนสาธารณะตามที่ระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายบ้านพร้อมที่ดิน จำเลยทั้งสามจึงต้องผูกพันตามข้อสัญญานั้น ข้อตกลงที่ให้จำเลยทั้งสามเฉลี่ยค่าใช้จ่ายดังกล่าวหาได้เป็นการขัดต่อประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 แต่อย่างใดไม่ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกให้จำเลยทั้งสามชำระค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามข้อสัญญาได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 43 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 มาตรา 30

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสามสำนวนว่าโจทก์ เรียกจำเลยสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 เรียกจำเลยในสำนวนที่ 2 ว่าจำเลยที่ 2 และเรียกจำเลยในสำนวนที่ 3 ว่าจำเลยที่ 3

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องจำเลยทั้งสามสำนวนเป็นใจความว่า โจทก์ได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินและได้ทำโครงการบ้านปรางทอง 3 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านพร้อมที่ดินแปลงเลขที่ ดี 8 และ ดี 7 เนื้อที่ 64 ตารางวา ในราคา 1,600,000 บาท และ 1,500,000 บาท ตามลำดับ และจำเลยที่ 3 ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านพร้อมที่ดินแปลงเลขที่ ดี 1 เนื้อที่ 40 ตารางวา กับโจทก์จำเลยทั้งสามได้ทราบถึงสิทธิและหน้าที่ตลอดจนเงื่อนไขต่าง ๆ ร่วมทั้งการชำระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสาธารณูปโภคตามสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าว ซึ่งโจทก์มีหน้าที่จัดให้มียามรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ไฟฟ้าตามถนนในหมู่บ้านจัดสรร กวาดเก็บขยะตามถนนในหมู่บ้านจัดสรร

ตัดแต่งต้นไม้และดูแลสนามหญ้าที่เป็นทรัพย์สินส่วนรวม และเก็บขยะของแต่ละบ้านในหมู่บ้านจัดสรร หลังจากจำเลยทั้งสามเข้ามาพักอาศัยอยู่บ้านในโครงการของโจทก์ โจทก์ได้เรียกค่าบริการสาธารณูปโภคดังกล่าวจากจำเลยทั้งสามในอัตราเดือนละ 1,000 บาท จำเลยทั้งสามชำระค่าบริการสาธารณูปโภคเรื่อยมา ต่อมาจำเลยทั้งสามค้างชำระเป็นการผิดสัญญาต่อโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระเงินคนละ 17,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระค่าบริการสาธารณูปโภคในอัตราเดือนละ 1,000 บาท นับแต่เดือนพฤษภาคม 2546 เป็นต้นไป

หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ชำระให้จ่ายค่าเสียหายอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินที่ค้างชำระ และบังคับจำเลยที่ 3 ให้ชำระเงิน 23,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 3 ชำระค่าบริการสาธารณูปโภคในอัตราเดือนละ 1,000 บาท นับแต่เดือนมิถุนายน 2547 เป็นต้นไป หากจำเลยที่ 3 ไม่ชำระให้จ่ายค่าเสียหายอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินที่ค้างชำระ

จำเลยทั้งสามสำนวนให้การและฟ้องแย้งทำนองเดียวกันว่า สัญญาจะซื้อจะขายบ้านพร้อมที่ดินเมื่อทำสัญญาซื้อขายโอนกรรมสิทธิ์เสร็จเด็ดขาดที่สำนักงานที่ดินแล้ว สัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวย่อมเป็นอันยกเลิกไป หน้าที่ในการดูแลบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในโครงการบ้านปรางทอง 3 เป็นหน้าที่ของโจทก์ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 โจทก์กำหนดให้จำเลยทั้งสามจ่ายค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในอัตราเดือนละ 1,000 บาท ซึ่งเป็นการกำหนดตามอำเภอใจของโจทก์โดยไม่เคยชี้แจงแสดงเหตุผลและตัวเลขทางบัญชีว่าใช้จ่ายเกี่ยวด้วยเรื่องใด ค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในส่วนที่จำเลยทั้งสามมีส่วนเข้าไปใช้ประโยชน์ร่วมด้วยนั้นไม่ควรเกินเดือนละ 300 บาท

โจทก์มิได้จัดให้มีระบบไฟฟ้าที่ดำเนินการโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและระบบประปาโดยการประปาส่วนภูมิภาคให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี ตามรายละเอียดของโครงการและวิธีการจัดสรรที่ดินที่โจทก์ยื่นขอใบอนุญาตไว้โจทก์ให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการของโจทก์ซื้อกระแสไฟฟ้าจากโจทก์แล้วเรียกเก็บค่ากระแสไฟฟ้าแพงกว่าอัตราของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจึงไม่มีอำนาจฟ้องและไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสาม ขอให้ยกฟ้องและขอให้บังคับโจทก์ดำเนินการชี้แจงรายละเอียดรวมทั้งบัญชีรับ-จ่ายเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคเป็นลายลักษณ์อักษร ให้จำเลยทั้งสามและผู้อยู่อาศัยในโครงการทุกคนได้รับทราบ ให้โจทก์เรียกเก็บค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคจากจำเลยทั้งสามได้ไม่เกินเดือนละ 300 บาท โดยมีคุณภาพการบริการเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติมา ให้โจทก์ดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้า

น้ำประปา และโทรศัพท์เพื่อให้จำเลยทั้งสามได้ใช้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปา และองค์การโทรศัพท์ให้เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน นับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หากโจทก์ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกำหนด จำเลยทั้งสามมีสิทธิจ่ายค่าบริการไฟฟ้า น้ำประปา และโทรศัพท์ ตามอัตราที่ทางราชการกำหนดจนกว่าโจทก์จะดำเนินการแล้วเสร็จ

โจทก์ทั้งสามสำนวนให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยทั้งสามเข้าใจเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนที่จะทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านพร้อมที่ดินกับโจทก์ ข้อสัญญาที่ให้จำเลยทั้งสามจ่ายค่าบริการสาธารณูปโภคก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่ระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสามจำเลยทั้งสามยินยอมชำระค่าบริการสาธารณูปโภคแก่โจทก์ทุกเดือนโดยไม่เคยโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้นเป็นเวลาเกือบ 3 ปี แสดงว่าจำเลยทั้งสามยอมรับและผูกพันตามข้อสัญญาดังกล่าว ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้โจทก์เรียกเก็บเงินค่าบริการสาธารณูปโภคจากผู้ซื้อที่ดินจัดสรร โจทก์เคยชี้แจงรายละเอียดการจัดเก็บเงินค่าบริการสาธารณูปโภคมาแล้ว ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด โจทก์ดำเนินการจัดทำระบบประปา และไฟฟ้าในโครงสร้างของโจทก์เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยเรียกเก็บค่าน้ำประปาของโครงการในราคาถูกกว่าการประปาส่วนภูมิภาค

ส่วนอัตราค่าไฟฟ้าเรียกเก็บในอัตราเดียวกันกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำเลยทั้งสามร้องเรียนหน่วยงานราชการซึ่งโจทก์ได้ชี้แจงต่อหน่วยงานต่าง ๆ จนเป็นที่พอใจ จำเลยทั้งสามผิดนัดชำระหนี้โจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องและมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสาม ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ค่าสาธารณูปโภคจำนวน 17,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ (ฟ้องวันที่ 3 มิถุนายน 2546) และชำระค่าสาธารณูปโภคในอัตราเดือนละ 1,000 บาท นับแต่เดือนพฤษภาคม 2546 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษาพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ค่าสาธารณูปโภคจำนวน 17,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ (ฟ้องวันที่ 3 มิถุนายน 2546) และชำระค่าสาธารณูปโภคในอัตราเดือนละ 1,000 บาท นับแต่เดือนพฤษภาคม 2546 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2547 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินที่ค้างชำระจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 3 ชำระหนี้ค่าสาธารณูปโภคจำนวน 23,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ (ฟ้องวันที่ 29 มิถุนายน 2547) และชำระค่าสาธารณูปโภคในอัตราเดือนละ 1,000 บาท นับแต่เดือนมิถุนายน 2547 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินที่ค้างชำระจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และพิพากษาให้โจทก์แสดงรายละเอียดบัญชีรับ-จ่ายค่าสาธารณูปโภคที่มีการจัดเก็บให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ทราบ ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสามนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามว่า โจทก์มีสิทธิเรียกเก็บค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคจากจำเลยทั้งสามได้หรือไม่ โดยจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ว่า ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 และพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 43 กำหนดให้เป็นหน้าที่ของโจทก์ผู้จัดสรรที่ดินที่จะบำรุงรักษาสาธารณูปโภคดังกล่าวให้คงสภาพเช่นที่ได้จัดทำขึ้นนั้นต่อไป โจทก์จึงเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเกี่ยวกับสาธารณูปโภคจากจำเลยทั้งสามไม่ได้นั้น เห็นว่า การที่สาธารณูปโภคซึ่งผู้จัดสรรที่ดินคือโจทก์ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต เช่น ถนน

สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ให้ถือว่าตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร และให้เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะบำรุงรักษากิจการดังกล่าวให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นโดยตลอดไปตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 วรรคหนึ่ง อันมีผลบังคับในขณะที่โจทก์ดำเนินการจัดสรรที่ดินก็ตาม แต่กฎหมายมิได้มีบทบัญญัติห้ามมิให้ผู้จัดสรรที่ดินเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและจัดการสาธารณูปโภคจากผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรม เมื่อจำเลยทั้งสามตกลงชำระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางที่ใช้ร่วมกับผู้ซื้อรายอื่น ๆ ในโครงการ เช่น ค่าบริการรักษาความปลอดภัยค่าบำรุงรักษาความสะอาด ถนน ท่อประปา

ท่อระบายน้ำ ไฟฟ้าตามถนนและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับส่วนสาธารณะตามข้อ 10 ที่ระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายบ้านพร้อมที่ดิน จำเลยทั้งสามจึงต้องถูกผูกพันตามข้อสัญญานั้น ข้อตกลงที่ให้จำเลยทั้งสามเฉลี่ยค่าใช้จ่ายในการดูแลบำรุงรักษาสาธารณูปโภคหาได้เป็นการขัดต่อประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 แต่อย่างใดไม่ หน้าที่ของโจทก์ผู้จัดสรรที่ดินที่จะบำรุงรักษาสาธารณูปโภคให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นก็ยังคงเป็นหน้าที่ของโจทก์ตามที่กฎหมายกำหนดมิได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อคู่สัญญาตกลงหรือกำหนดในเรื่องดังกล่าวไว้ในสัญญาก็เป็นไปตามเจตนาของคู่สัญญา ย่อมสามารถใช้บังคับได้ จำเลยทั้งสามจึงมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงนั้น ดังนั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกให้จำเลยทั้งสามชำระค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามข้อสัญญาดังกล่าวได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาลี ทัพภวิมล · สมศักดิ์ จันทรา · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2568

รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุเป็นส่วนหนึ่งของรั้วที่บริษัท ว. ผู้จัดสรรที่ดินสร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย อันเป็นการจัดให้มีสาธารณูปโภคตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2650/2566

การที่จำเลยที่ 1 ผู้จัดสรรที่ดินโอนที่ดินสาธารณูปโภคพร้อมที่ดินในโครงการจัดสรรให้แก่บรรษัท บ. เป็นการโอนที่ดินจัดสรรทั้งโครงการ ซึ่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 วรรคหนึ่ง กำหนดให้เป็นหน้าที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1165/2566

จำเลยร่วมที่ 1 ได้โฆษณาหรือให้คำรับรองแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการว่าจะจัดให้มีสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะบนที่ดินพิพาททั้งสองแปลงในแผ่นพับโฆษณาและแผนผังโครงการ แม้จะมิได้มีการจดแจ้งให้ปรากฏในโฉนด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2566

ค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคเป็นคนละส่วนกับค่าใช้บริการและค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะ ดังที่ พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 4 นิยามคำว่า "สาธารณูปโภค" กับคำว่า "บริการสาธารณะ" แยกจากกัน การบำรุงรักษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4240/2565

จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ที่ดินพิพาทเป็นถนนที่จำเลยที่ 1 จัดให้มีขึ้นเป็นสาธารณูปโภคเพื่อการจัดสรรที่ดิน จึงตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร ซึ่งจำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้