Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4106/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประเด็นในคดีซึ่งศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วและในชั้นศาลอุทธรณ์จำเลยก็ได้หยิบยกขึ้นโต้แย้งไว้ในคำแก้อุทธรณ์อันเป็นประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยให้ เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยประเด็นข้อนี้ไว้ ศาลฎีกาเห็นสมควรที่จะวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่แล้วในสำนวนก็ชอบจะทำได้ โดยไม่จำต้องย้อนสำนวน ตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 วรรคท้ายในกรณีที่มีการออกโฉนดที่ดินโดยไม่ถูกต้อง ผู้ได้รับหนังสือหรือคู่กรณีมีอำนาจดำเนินการฟ้องร้องยังศาลให้เพิกถอนได้ ไม่จำเป็นจะต้องให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้เพิกถอนทุกกรณี และเมื่อศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไขอย่างไรแล้วจึงให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 71 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินดำเนินการตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นตามวิธีการที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ นำรังวัดและจำเลยที่ ๒ ดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินตามโฉนดพิพาทไม่ถูกต้องตามคำพิพากษา ขอให้เพิกถอนโฉนดดังกล่าว จำเลยที่ ๑ ให้การว่าได้ดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินตามคำพิพากษาและแบ่งแยกที่ดินถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบปฏิบัติของกรมที่ดินแล้วโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่าออกโฉนดที่ดินไปตามอำนาจหน้าที่โดยชอบ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๒ ดำเนินการรังวัดแบ่งแยกจดทะเบียนสิทธิในที่ดิน ให้จำเลยที่ ๑ ไม่ถูกต้องตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดเพชรบุรีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๐๙/๒๕๒๓ การสร้างโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๐๖๖ และการจดทะเบียนแบ่งแยกโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๙๓๘๙ ให้จำเลยที่ ๑ ของจำเลยที่ ๒ ปฏิบัติถูกต้องแล้วแต่จำนวนเนื้อที่ดินในโฉนดฉบับหลังไม่ถูกต้องการเพิกถอนการออกโฉนดที่ดินเป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดิน โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองเพิกถอนไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้เพิกถอนการออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๙๓๘๙ ตำบลเวียงคอย อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาในประเด็นที่ว่าจำเลยที่ ๒ ดำเนินการรังวัดแบ่งแยกจดทะเบียนสิทธิในที่ดินให้จำเลยที่ ๑ ถูกต้องตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๐๙/๒๕๒๓ ของศาลชั้นต้นหรือไม่ นั้น เห็นว่าเป็นประเด็นในคดีซึ่งว่ากล่าวกันมาแล้วทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้ว และในชั้นศาลอุทธรณ์จำเลยที่ ๑ ก็ได้หยิบยกขึ้นโต้แย้งไว้ในคำแก้อุทธรณ์อันเป็นประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยให้ เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยประเด็นข้อนี้ไว้ ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยไปเสียเลย สำหรับประเด็นข้อนี้ ปรากฏว่าทั้งโจทก์และจำเลยที่ ๑ ต่างอ้างสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๐๙/๒๕๒๓ เป็นพยานร่วมกัน จึงฟังได้จากคำพิพากษาคดีดังกล่าวว่าจำเลยที่ ๑ ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินตามรูปแผนที่สังเขปในแผนที่พิพาทที่ครอบครองอยู่เฉพาะเนื้อที่ที่แน่นอนตายตัวคือ ๑ งาน ๓๖ ตารางวาเท่านั้น และได้ความจากที่โจทก์และจำเลยที่ ๑ นำสืบรับกันไว้ในคดีนั้นด้วยว่าที่ดินที่จำเลยที่ ๑ ครอบครองมานั้น

ถูกเวนคืนเป็นเขตถนนเพชรเกษมไปบางส่วนทางด้านเหนือ และปรากฏรายละเอียดตามแผนที่พิพาทรับกันไว้อีกว่าถูกเวนคืนไปกว้าง ๑๐ เมตรยาวตลาดที่ดิน ซึ่งความยาวเฉพาะที่เป็นของจำเลยที่ ๑ คือด้านเหนือ ๒๑.๖๐ เมตร โดยที่จำเลยที่ ๑ มิได้นำสืบในคดีนี้หักล้างให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงคำนวณเป็นเนื้อที่ได้ ๕๔ ตารางวา ใกล้เคียงกับก็โจทก์นำสืบในคดีนี้ไว้ว่าประมาณ ๕๓ - ๕๔ ตารางวา เมื่อนำมารวมกับเนื้อที่ดินที่โจทก์นำรังวัดแบ่งแยกตามคำพิพากษาเป็นโฉนดเลขที่ ๑๙๓๘๙ จำนวน ๙๑ ตารางวา จึงเป็นเนื้อที่ที่จำเลยที่ ๑ ครอบครองมาทั้งหมดประมาณ ๑๔๕ ตารางวา เกินกว่าที่ศาลพิพากษาไปประมาณ ๙ ตารางวา แสดงว่าการรังวัดแบ่งแยกโฉนดเลขที่ ๑๙๓๘๙ ผิดพลาดไปจากคำพิพากษาเพราะส่วนทีถูกเวนคืนจะต้องเป็นเนื้อที่ดินที่คงที่แน่นอนโจทก์จะต้องนำรังวัดต่อจากส่วนนั้นออกมารวมแล้วไม่เกิน ๑๓๖ ตารางวาตามคำพิพากษาเท่านั้น

ดังนั้นจำเลยที่ ๒ จึงดำเนินการรังวัดแบ่งแยกจดทะเบียนสิทธิในที่ดินในจำเลยที่ ๑ ไม่ถูกต้องตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๐๙/๒๕๒๓ ของศาลชั้นต้น ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ฎีกาว่าในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการออกโฉนดหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ตั้งประเด็นขึ้นใหม่ว่า "ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไขอย่างใดแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ ดำเนินการตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นตามวิธีการที่อธิบดีกำหนด" เห็นว่าไม่เป็นการตั้งประเด็นขึ้นใหม่ แต่เป็นการชี้แนะให้เห็นว่า ตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ วรรคท้าย ในกรณีที่มีการออกโฉนดที่ดินโดยไม่ถูกต้อง

ผู้ได้รับหนังสือหรือคู่กรณีมีอำนาจดำเนินการฟ้องร้องยังศาลให้เพิกถอนได้ไม่จำเป็นจะต้องให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้เพิกถอนทุกกรณี และเมื่อศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไขอย่างไรแล้ว จึงให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินดำเนินการตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น ตามวิธีการที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด

อนึ่ง แม้คดีนี้คำขอท้ายฟ้องของโจทก์จะระบุว่า ขอศาลบังคับจำเลยให้เพิกถอนการออกโฉนดใหม่ก็ตาม แต่เจตนาอันแท้จริงของโจทก์ก็คือขอให้ศาลเพิ่มถอนการออกโฉนดใหม่นั้นเสียนั่นเอง เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่าการออกโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๙๓๘๙ ได้กระทำโดยไม่ถูกต้องตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๐๙/๒๕๒๓ ของศาลชั้นต้น จึงมีเหตุให้เพิกถอนการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิกถอนโฉนดไปเสียเลยเลขนั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์
ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้