Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ค่าตอบแทนข้อตกลงให้คำปรึกษาทางเทคนิคและบริการทางวิศวกรรมเป็นการตอบแทนการให้คำแนะนำให้การปรึกษาในกิจการต่างๆซึ่งตามสัญญามีหลายประเภทบางประเภทเช่น การเงิน การบัญชีและการตลาด เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ประเภทค่าแห่งสิทธิตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 40(3) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น แม้จะฟังว่าค่าตอบแทนตามสัญญานั้นมีค่าแห่งสิทธิรวมอยู่ด้วย แต่เมื่อไม่อาจจะแยกได้ว่าเงินได้ประเภทค่าแห่งสิทธิมีเป็นจำนวนเท่าใดการที่กรมสรรพากรจำเลยประเมินให้โจทก์เสียภาษี โดยถือว่าค่าตอบแทนทั้งหมดตามสัญญาเป็นค่าแห่งสิทธิ จึงเป็นการประเมินที่ไม่ชอบ.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 40

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ว่าจ้างบริษัทเฟ้ลปส์ดอด์จอินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งมีภูมิลำเนา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ให้คำปรึกษาและบริการทางวิศวกรรมในเรื่องต่าง ๆการวางแผน การเงิน การก่อสร้าง การฝึกอบรม การค้นคว้า ตลอดถึงการปฏิบัติการของธุรกิจผลิตสายไฟฟ้า สายเคเบิ้ล สายโทรศัพท์ สายลวด และอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดแก่โจทก์มีระยะเวลา 10 ปี เมื่อครบกำหนดตามสัญญาแล้วมีสิทธิต่อสัญญาออกไปได้อีก 10 ปี โดยโจทก์จะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้เป็นเงินปีละ 18,000 เหรียญสหรัฐ กับค่าบริการอีกในอัตราร้อยละ 2.5 ของยอดขายสุทธิในแต่ละปี ระหว่างปี 2521 ถึง 2524โจทก์ได้จ่ายเงินค่าตอบแทนตามสัญญารวม 56,477,124.77 บาท ซึ่งโจทก์ได้หักภาษีเงินได้

ณ ที่จ่ายโดยถือว่าเป็นเงินได้ตามมาตรา40(6) แห่งประมวลรัษฎากรนำส่งจำเลยกับได้ชำระภาษีให้จำเลยเพิ่มเติมตามที่สรรพากรจังหวัดสมุทรปราการได้ประเมินโดยถือว่าเงินค่าตอบแทนดังกล่าวมีเงินได้ตามมาตรา 40(2) รวมอยู่ด้วยเป็นเงิน 10,715,188.96 บาท เจ้าพนักงานสรรพากรเขต 2จังหวัดชลบุรีได้ทำการตรวจสอบภาษีของโจทก์แล้วมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2521 ถึงปี 2524 เพิ่มเติมให้จำเลย 5,468,361.59บาท อ้างว่าค่าตอบแทนดังกล่าวเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(3)

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการเห็นว่าเงินค่าตอบแทนดังกล่าวเป็นค่าแห่งสิทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา40(3) มิใช่เงินได้ตามมาตรา 40(2) (6) คงให้โจทก์ชำระภาษีเพิ่มเติมรวม 5,451,818.56 บาท โจทก์ไม่เห็นพ้องด้วยเพราะค่าตอบแทนดังกล่าวเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(6) ไม่ใช่ 40(3) หากศาลเห็นว่าโจทก์มีหน้าที่ต้องชำระภาษีตามที่มีการประเมิน ก็ขอให้งดหรือลดเงินเพิ่มให้โจทก์ด้วยเพราะโจทก์ไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีแต่อย่างใด ขอให้เพิกถอนการประเมินของสำนักงานสรรพากรเขต 2 ชลบุรี กับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่กล่าวข้างต้นเสียจำเลยให้การว่า สัญญาตามฟ้องเป็นเรื่องที่บริษัทเฟ้ลปส์ดอด์จอินเตอร์เนชั่นแนล

คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ให้ข้อมูลสูตรกรรมวิธีในการผลิตเริ่มแต่ต้นจนเป็นสินค้าสำเร็จรูป โดยโจทก์ต้องให้ค่าตอบแทนในอัตราที่แน่นอน ไม่คำนึงถึงจำนวนครั้งที่ได้รับบริการจึงเป็นการให้บริการในลักษณะที่เป็นค่าแห่งสิทธิตามมาตรา 40(3)แห่งประมวลรัษฎากร การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมาย โจทก์รู้ดีว่าค่าตอบแทนตามสัญญาดังกล่าวเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(3) ซึ่งโจทก์ไม่มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่โจทก์กลับจงใจหักค่าใช้จ่ายในอัตราร้อยละ 40 เป็นการแสดงเจตนาหลบเลี่ยงภาษี ไม่มีเหตุสมควรที่จะงดหรือลดเงินเพิ่มให้ ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะได้เสียภาษีตามที่เจ้าพนักงานสรรพากรจังหวัดสมุทรปราการประเมินแล้ว

เจ้าพนักงานประเมินสำนักงานสรรพากรเขต 2 ชลบุรี ก็ย่อมมีอำนาจประเมินใหม่ตามที่เห็นว่าถูกต้องได้ ทั้งนี้ตามที่มาตรา 19, 20 แห่งประมวลรัษฎากรให้อำนาจไว้ การที่จะพิจารณาว่าค่าตอบแทนตามสัญญาให้คำปรึกษาทางเทคนิคเป็นเงินได้ประเภทใดนั้น ต้องพิจารณาด้วยว่าการได้เงินได้ประเภทนั้น ผู้มีเงินได้ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยหรือไม่ ทั้งนี้เพราะที่ประมวลรัษฎากรแบ่งประเภทเงินได้ออกเป็นประเภทต่าง ๆ ก็เพื่อประโยชน์ในการหักค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษี ในการทำงานให้โจทก์ตามสัญญานั้น เห็นได้ว่าบริษัทเฟ้ลปส์ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ต้องเสียค่าใช้จ่าย จึงเห็นว่าค่าตอบแทนที่โจทก์จ่ายให้แก่บริษัทนั้นเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(6) ที่ได้มาจากการประกอบวิชาชีพอิสระวิศวกรรม

หาใช่เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(3) ประเภทค่าแห่งสิทธิไม่การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ชอบ พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งให้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินเพิ่มของสำนักงานสรรพากรเขต 2ชลบุรี ที่ 27 70/2/00813-6 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2526 กับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่ กค.0842/406ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2529 ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียม กำหนดเป็นค่าทนายความ 15,000 บาท แทนโจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่า บริษัทโจทก์มีวัตถุประสงค์ในการผลิตสายไฟฟ้า สายเคเบิ้ล สายโทรศัพท์และสายลวดเพื่อจำหน่ายโดยตกลงว่าจ้างบริษัทเฟ้ลปส์ดอด์จ

อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัดเป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษาและบริการทางวิศวกรรมในเรื่องต่าง ๆตั้งแต่จัดหาเงินทุนมาดำเนินกิจการ เครื่องจักรเครื่องมือที่จะใช้ในการผลิต การผลิตผลิตภัณฑ์ทองแดงและอลูมิเนียม รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับทองแดงและอลูมิเนียม การสำรวจตลอดจนการปรับปรุงขยายโรงงานการวางรูปบัญชี การจัดทำบัญชีเกี่ยวกับการผลิต ซึ่งโจทก์จะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้บริษัทที่กล่าวแล้วเป็นเงินปีละ 18,000เหรียญสหรัฐ กับคิดค่าบริการจากยอดขายสุทธิให้อีกร้อยละ 2.5รายละเอียดปรากฏตามภาพถ่ายสัญญาให้คำปรึกษาทางเทคนิค เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ระหว่างปี พ.ศ. 2521 ถึง 2524 โจทก์จ่ายเงินค่าตอบแทนตามสัญญาให้บริษัทเฟ้ลปส์ดอด์จ

อินเตอร์เนชั่นแนลคอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 56,477,124.77 บาทซึ่งเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายเพิ่มเติมให้โจทก์คิดเป็นเงิน5,468,361.59 บาท โดยถือว่าเงินค่าตอบแทนดังกล่าวเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(3) แห่งประมวลรัษฎากรพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาว่า ค่าตอบแทนข้อตกลงให้คำปรึกษาทางเทคนิคข้างต้นเป็นเงินได้ประเภทค่าแห่งสิทธิตามมาตรา 40(3) แห่งประมวลรัษฎากรดังที่จำเลยฎีกาหรือไม่ เห็นว่าค่าตอบแทนตามสัญญาดังกล่าว เป็นการตอบแทนการให้คำแนะนำให้การปรึกษาในกิจการต่าง ๆซึ่งตามสัญญามีหลายประเภท บางประเภทเช่น การเงิน การบัญชี และการตลาด เห็นได้ชัดแจ้งว่าไม่ใช่ประเภทค่าแห่งสิทธิตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 40(3)

แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้นแม้จะฟังว่าค่าตอบแทนตามสัญญานั้น มีค่าแห่งสิทธิรวมอยู่ด้วย แต่เมื่อไม่อาจจะแยกได้ว่าเงินได้ประเภทค่าแห่งสิทธิมีเป็นจำนวนเท่าใด การที่จำเลยประเมินให้โจทก์เสียภาษีโดยถือว่าค่าตอบแทนทั้งหมดตามสัญญาเป็นค่าแห่งสิทธิจึงเป็นการประเมินที่ไม่ชอบ คดีไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่น ๆ อีก ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาคดีมา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วยดังเหตุผลที่ยกขึ้นวินิจฉัย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4847/2566

การที่ผู้คัดค้านในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดที่ดินของจำเลย เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดเป็นเงินได้ของกองทรัพย์สินจำเลย จำเลยโดยผู้คัดค้านมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ตาม ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4725/2565

แม้เอกสารที่โจทก์นำสืบจะเป็นภาษาต่างประเทศและไม่ได้ทำคำแปลเป็นภาษาไทย แต่คู่ความสามารถส่งพยานเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศต่อศาลได้โดยไม่จำต้องทำคำแปลเป็นภาษาไทยเสมอไป เว้นเสียแต่ศาลสั่งให้ทำคำแปล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2561

ป.รัษฎากร มาตรา 57 ฉ วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่เงินได้พึงประเมินไม่อาจแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นของสามีหรือภริยาแต่ละฝ่ายจำนวนเท่าใด ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของสามีและภริยาฝ่ายละกึ่งหนึ่ง เว้นแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6320/2560

การพิจารณาว่าเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทใด นอกจากพิจารณาถึงลักษณะของงานที่ทำแล้วยังต้องพิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่ก่อให้เกิดเงินได้จากการประกอบวิชาชีพดังกล่าวประกอบด้วย เนื่องจาก ป.รัษฎากร ให้หักค่าใช้จ่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7843/2560

หลักการเสียภาษีอากรสำหรับบุคคลธรรมดานั้น เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับเป็นเงินได้อันจะนำมาคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องเป็นสิ่งที่ได้รับมาแล้วเท่านั้น มิใช่เป็นเพียงสิทธิเรียกร้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้