Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 499 แสดงว่า แม้คู่สัญญาขายฝากกันเป็นเงินเท่าใดก็ตาม ก็ยอมให้คู่สัญญากำหนดเงินสินไถ่แตกต่างจากเงินราคาขายฝากได้และไม่จำกัดจำนวน และเมื่อคู่สัญญาไม่ได้กำหนดสินไถ่ไว้ ก็ให้ไถ่ตามราคาที่ขายฝากฉะนั้น เมื่อคู่สัญญาระบุจำนวนเงินราคาขายฝากไว้โดยไม่ระบุสินไถ่อีกผู้ขายฝากก็ไถ่ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้นั้นซึ่งแม้ผิดกับราคาขายฝาก ก็มีผลเช่นเดียวกับระบุสินไถ่ไว้สัญญาขายฝากไม่เป็นโมฆะการกำหนดสินไถ่ไม่ใช่เป็นการเรียกดอกเบี้ยเงินกู้ ไม่ขัดประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655 ไม่ผิดพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 อัตราค่าเช่านั้นกฎหมายมิได้วางข้อจำกัดอันใดไว้จึงแล้วแต่คู่กรณีจะตกลงกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ขายฝากบ้านแก่โจทก์ ณ ที่ว่าการอำเภอครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ไถ่ ต่อมาวันที่ 1 ธันวาคม 2505 จำเลยตกลงเช่าบ้านนั้นมีกำหนด 1 ปี ค่าเช่าเดือนละ 400 บาท และเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า จำเลยไม่ยอมทำสัญญาเช่าใหม่และไม่ชำระค่าเช่า 4,800 บาท โจทก์ก็ได้ให้ทนายความบอกกล่าวให้จำเลยคืนบ้านและชำระค่าเช่าที่ค้าง จำเลยเพิกเฉยทำให้โจทก์เสียหายเดือนละ 400 บาท จึงขอให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง 4,800 บาท และชำระค่าเสียหายตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2506 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 3,600 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 400 บาท ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกไปจากบ้านโจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ความจริงจำเลยขายฝากในราคา 4,000 บาท

โจทก์คิดดอกเบี้ยจากจำเลยถึงร้อยละสิบบาทต่อเดือน จึงเป็นดอกเบี้ยเดือนละ 400 บาท หกเดือนเป็นดอกเบี้ย 2,400 บาท เมื่อรวมกับต้นเงินจึงเป็นเงิน 6,400 บาท เป็นการละเมิดประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 และฝ่าฝืนพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา สัญญาขายฝากจึงไม่สมบูรณ์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิยึดบ้านของจำเลยจำเลยได้มีจดหมายขอมอบบ้านและขอเช่าบ้านจากโจทก์ แต่โจทก์ไม่ยอมให้จำเลยเช่าและไม่ยอมรับบ้านของจำเลย สัญญาเช่าบ้านท้ายฟ้องนั้นโจทก์บังคับให้จำเลยทำขึ้นเพื่ออำพรางการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ขอให้ศาลพิพากษาว่า สัญญาขายฝากสัญญาเช่าเป็นโมฆะไม่มีผลบังคับให้โจทก์ยอมชำระหนี้ 4,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันศาลพิพากษา

จนถึงวันชำระและให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งทำนองเดียวกับคำฟ้องและว่าสัญญาสมบูรณ์ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาขายฝากไม่เป็นโมฆะกรรมสิทธิ์ในบ้านที่ขายฝากจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ สัญญาเช่าไม่เป็นโมฆะ เมื่อพ้นเวลาตามสัญญาเช่าจำเลยมิได้ทำสัญญาเช่าต่อ โจทก์ขอให้คืนบ้านจำเลยก็ไม่ยอมคืน จำเลยจึงอยู่ในบ้านของโจทก์โดยละเมิดพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านพิพาทให้จำเลยใช้ค่าเช่าที่ค้าง 4,800 บาทกับค่าเสียหายรวม 800 บาทและค่าเสียหายเดือนละ 400 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกจากบ้านของโจทก์ให้ยกฟ้องแย้งจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยมิได้กล่าวว่าจำนวนเงินในสัญญาขายฝากนั้นเขียนไว้โดยผิดพลาดด้วยความสำคัญผิดอย่างใด ตามมาตรา 499 บัญญัติว่า

"สินไถ่นั้น ถ้าไม่ได้กำหนดไว้ว่าเท่าใดไซร้ ท่านให้ไถ่ตามราคาที่ขายฝาก" ตามมาตรานี้แสดงว่าแม้คู่สัญญาขายฝากกันเป็นเงินเท่าใดก็ตาม ก็ยอมให้คู่สัญญากำหนดเงินสินไถ่แตกต่างจากเงินราคาขายฝากได้ และไม่จำกัดจำนวนเงินเมื่อคู่สัญญาไม่ได้กำหนดสินไถ่ไว้ ก็ให้ไถ่ตามราคาที่ขายฝาก ฉะนั้นเมื่อคู่สัญญาระบุจำนวนเงินราคาขายฝากไว้โดยไม่ระบุสินไถ่อีกผู้ขายฝากก็ต้องไถ่ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้นั้น ซึ่งแม้จะผิดกับราคาขายฝากก็มีผลเช่นเดียวกับระบุสินไถ่ไว้นั้น สัญญาขายฝากจึงไม่เป็นโมฆะ และการกำหนดสินไถ่ไม่ใช่เป็นการเรียกดอกเบี้ยเงินกู้ จึงไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 และไม่ผิดพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาเช่าบ้านเป็นสัญญาอำพรางเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีมีมูลที่โจทก์จำเลยจะทำสัญญาเช่าต่อกัน กล่าวคือ โจทก์ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ตกลงให้จำเลยได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินของโจทก์ชั่วระยะเวลาหนึ่ง และจำเลยตกลงให้ค่าเช่าเพื่อการใช้ทรัพย์หรือเพื่อการได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินของโจทก์ อันเป็นการตกลงตามบทบัญญัติ มาตรา 537ซึ่งว่าด้วยการเช่าทรัพย์ ส่วนอัตราค่าเช่านั้น กฎหมายก็มิได้วางข้อจำกัดอันใดไว้จึงแล้วแต่คู่กรณีจะตกลงกัน กรณีไม่มีเหตุที่จะถือว่าสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยเป็นนิติกรรมอำพรางพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์ · แปล บุณยเกียรติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้