Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4096/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (9) ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่โจทก์ซื้อ และชำระราคาค่าที่ดินจากการขายทอดตลาดของศาล เจ้าของที่ดิน ผู้ได้รับเงินค่าที่ดินได้รับยกเว้นไม่ต้องชำระภาษีเงินได้เนื่องจากการขายที่ดิน แม้ต่อมาจะมีพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2525 บัญญัติให้ผู้รับเงินได้จากการขายที่ดินต้องเสียภาษีเงินได้ และให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้ก็หมายความว่า ผู้รับเงินได้จากการขายที่ดินตั้งแต่วันที่พระราชกำหนดดังกล่าวใช้บังคับเป็นต้นไปเท่านั้นที่จะต้องเสียภาษีเงินได้ เมื่อผู้รับเงินได้ไม่จำต้องเสียภาษีเงินได้ในจำนวนเงินที่ได้รับจาก การขายที่ดิน โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิหักภาษีเงินได้ไว้เพื่อนำมาชำระ แก่จำเลยผู้เป็นเจ้าพนักงานที่ดินเมื่อโจทก์ขอจดทะเบียนซื้อขายที่ดินดังนั้น จำเลยจะบังคับให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโดยที่กฎหมายซึ่งใช้บังคับ อยู่ในขณะนั้นมิได้บัญญัติให้โจทก์ต้องหักภาษีเงินได้ไว้จากผู้รับเงินได้ โดยจำเลยจะอาศัยกฎหมายที่ประกาศใช้ภายหลังย่อมเป็นการไม่ชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 456 ป.พ.พ. มาตรา 1299 ป.รัษฎากร มาตรา 40 ป.รัษฎากร มาตรา 42 ป.รัษฎากร มาตรา 50 พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2525 มาตรา 5 พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2525 มาตรา 14

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประมูลซื้อที่ดินได้จากการขายทอดตลาดของศาลได้ชำระเงินครบถ้วนในวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๒๔ และคู่ความในคดีได้รับเงินไปเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๒๔ ต่อมาโจทก์นำหนังสือของศาลไปขอจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ต่อจำเลย จำเลยสั่งให้โจทก์ชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย มิฉะนั้นจะไม่จดทะเบียนให้ โจทก์เห็นว่ากรมสรรพากรจะมีสิทธิเรียกเก็บภาษีเงินได้จากผู้ขายที่ค้างอยู่ก่อนวันที่พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๒๕ ใช้บังคับเท่านั้น ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวโดยไม่เรียกเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

จำเลยให้การว่า โจทก์ยังทำการซื้อขายไม่สมบูรณ์ และมาขอจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ต่อจำเลยเมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๒๕ ซึ่งโจทก์จะต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่โจทก์ไม่ยอมชำระ จำเลยจึงไม่จดทะเบียนให้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีหน้าที่ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามฟ้องโดยไม่เรียกเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลรัษฎากร พุทธศักราช ๒๔๘๑ มาตรา ๔๒ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่โจทก์ทั้งสามซื้อและชำระราคาค่าที่ดินตามฟ้องจากการขายทอดตลาดของศาลจังหวัดแม่สอด บัญญัติว่า "เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ฯลฯ (๙) การขายทรัพย์สินอันเป็นมรดก หรือการขายทรัพย์สินซึ่งทรัพย์สินนั้นได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร " การขายที่ดินตามฟ้องไม่ปรากฏว่าเป็นการขายทรัพย์สินที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ดังนั้น ในวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๒๔ ที่โจทก์ทั้งสามชำระเงินค่าที่ดินตามฟ้องแก่ศาลจังหวัดแม่สอดและวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๒๔ นายบุญยืนเจ้าของที่ดินได้รับเงินค่าที่ดิน

นายบุญยืนจึงได้รับยกเว้นไม่ต้องชำระภาษีเงินได้ เนื่องจากการขายที่ดินตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น แม้ต่อมาจะมีพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๒ (๙) และใช้ความใหม่แทนว่า "(๙) การขายสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรือสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร" และมาตรา ๑๔กำหนดให้เพิ่มความในมาตรา ๕๑ ซึ่งเป็นบทบัญญัติให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้ ว่า "(๕). ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๘) เฉพาะที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งขายอสังหาริมทรัพย์ ให้คำนวณหักดังต่อไปนี้ " ย่อมหมายความว่าผู้ได้รับเงินจากการขายที่ดินตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ ซึ่งเป็นวันที่พระราชกำหนดดังกล่าวใช้บังคับเป็นต้นไปเท่านั้นจะต้องเสียภาษีเงินได้โดยคำนวณจากจำนวนเงินที่ได้รับจากการขาย

ดังนั้น เมื่อนายบุญยืนเจ้าของที่ดินตามฟ้องได้รับเงินค่าขายที่ดินเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๒๔ ซึ่งเป็นวันก่อนที่พระราชกำหนดดังกล่าวใช้บังคับ นายบุญยืนจึงหาจำต้องเสียภาษีเงินได้จากเงินที่ได้รับจากการขายที่ดินตามฟ้องไม่ และโจทก์ย่อมไม่มีสิทธิหักภาษีเงินได้จากการขายที่ดินตามฟ้องจากนายบุญยืนเจ้าของที่ดินเพื่อนำมาชำระแก่จำเลยเมื่อโจทก์ขอจดทะเบียนซื้อขายที่ดิน ดังนั้น การที่จำเลยทั้งสองจะบังคับให้โจทก์ทั้งสามชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินตามฟ้อง โดยที่กฎหมายซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะซื้อขายและจ่ายเงินค่าที่ดินมิได้บัญญัติให้โจทก์ทั้งสามต้องหักภาษีเงินได้ไว้จากนายบุญยืนผู้มีเงินได้ โดยจำเลยจะอาศัยกฎหมายที่ประกาศใช้ภายหลังย่อมเป็นการไม่ชอบ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดตาก - นางคำนวณ เทียมสอาด
ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2323/2544

โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากจำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง แต่เงินที่จำเลยจ่ายให้โจทก์เพื่อให้คดีดังกล่าวเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมโดยระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10135/2539

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าการประเมินภาษีอากรไม่ชอบด้วยมาตรา49แห่งประมวลรัษฎากรเพราะมิได้รับอนุญาตจากอธิบดีนั้นแม้จะมิใช่ปัญหาที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลภาษีอากรกลางแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5330/2537

พนักงานของโจทก์ได้นำรถยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ให้แก่โจทก์ โดยโจทก์จ่ายเงินชดเชยให้ ซึ่งคำนวณมาจากข้อมูลค่าเสื่อมราคารถยนต์ ค่าดอกเบี้ยเช่าซื้อ ค่าภาษีประจำปี ค่าประกันภัยค่าอุปกรณ์ต่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3353/2532

จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์โดยยอมจ่ายเงินจำนวนหนึ่งแก่โจทก์ ก็เนื่องจากโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมโดยอาศัยฐานะที่โจทก์เป็นลูกจ้างและจำเลยเป็นนายจ้าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5605/2530

ค่าชดเชยที่โจทก์ได้รับจากจำเลยนายจ้างเมื่อเลิกจ้าง เป็นเงินที่โจทก์ได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตามประมวลรัษฎากรมาตรา 40(1)ซึ่งกำหนดให้เป็นเงินได้พึงประเมิน เมื่อไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีตามประมวลรัษ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้