Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4091/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบองค์การค้าของคุรุสภาว่าด้วยการทำงานของเจ้าหน้าที่องค์การค้าของคุรุสภา พ.ศ.2518 ข้อที่ 33 กำหนดว่า "เจ้าหน้าที่องค์การค้าของคุรุสภาผู้ใดที่ถูกลงโทษเห็นว่าคำสั่งลงโทษนั้นไม่ยุติธรรมก็มีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งลงโทษนั้นได้" เป็นการกำหนดให้สิทธิลูกจ้างที่ถูกลงโทษที่จะอุทธรณ์คำสั่งลงโทษนั้นหรือไม่ก็ได้ ส่วนที่ระเบียบข้อเดียวกันนั้นกำหนดว่า "คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาถือเป็นที่สุด" มีความหมายเพียงว่าผู้ที่ถูกลงโทษจะอุทธรณ์ต่อไปยังผู้ใดหรือกรรมการชุดใดของจำเลยที่ 1 อีกไม่ได้เท่านั้น ไม่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิผู้ที่ถูกลงโทษมิให้นำคดีมาฟ้องต่อศาลแรงงาน จำเลยทั้งสองยกเอาระเบียบที่ใช้ภายในองค์กรของจำเลยที่ 1 มาจำกัดสิทธิในการฟ้องคดีของโจทก์ไม่ได้เพราะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน โจทก์เป็นผู้ที่ถูกลงโทษจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งองค์การค้าของคุรุสภาที่ 5/2545 - 46 ที่แต่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์ ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ 96/2545 - 46 ที่เลิกจ้างโจทก์ อันเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งคนละคำสั่งคนละขั้นตอนกัน ต่อมาศาลแรงงานกลางอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องคดีก่อน จึงไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดในประเด็นที่ฟ้องสำหรับคดีก่อน ฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายที่โจทก์เสียโอกาสไม่ได้รับค่าจ้างตั้งแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันครบเกษียณอายุเป็นเงิน 9,606,642 บาท ค่าชดเชยเป็นเงิน 317,440 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 24,334 บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นเงิน 406,272 บาท ค่าเสียโอกาสที่จะได้รับเงินโบนัสเป็นเงิน 1,619,130 บาท และค่าเสียหายต่อชื่อเสียงเป็นเงิน 5,000,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 16,973,778 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของจำนวนเงินค่าเสียโอกาสไม่ได้รับค่าจ้าง ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี นับแต่วันเลิกจ้างไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ส่วนค่าเสียหายอื่นนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานกลาง โจทก์แถลงไม่ติดใจเรียกร้องค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและเงินโบนัส

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และค่าจ้าง รวมทั้งสวัสดิการต่างๆ ไม่น้อยกว่าเดิม โดยให้นับอายุงานต่อเนื่องจากอายุงานก่อนการเลิกจ้างและให้ร่วมกันชำระค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 31,740 บาท นับจากวันที่ 23 พฤศจิกายน 2545 จนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน สำหรับค่าเสียหายนับถึงวันฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดเสียดอกเบี้ยให้อัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 18 พฤศจิกายน 2546) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมจำเลยที่ 1 ใช้ชื่อว่าคุรุสภาเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ.2488 ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 จำเลยที่ 1 มีระเบียบคุรุสภาว่าด้วยการบริหารองค์การค้าของคุรุสภา คุรุสภาเคยมอบอำนาจให้นายวิชัยผู้อำนวยการองค์การค้าของคุรุสภา จำเลยที่ 1 มีระเบียบว่าด้วยการทำงานของเจ้าหน้าที่องค์การค้าของคุรุสภา มีคำสั่งเรื่องระเบียบหลักเกณฑ์การสอบสวนทางวินัย โจทก์เข้าทำงานกับองค์การค้าของคุรุสภาตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2526 ครั้งสุดท้ายมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาระดับ 9 ได้รับเงินเดือนเดือนละ 31,740 บาท

กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 15 และวันสิ้นเดือน นายวิชัยเคยมีบันทึกขอเชิญหารือกับผู้แทนของผู้จำหน่ายสินค้ายี่ห้อไนกี้ และมีบันทึกรายงานการประชุมไว้ โจทก์มอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชายกร่างและโจทก์ตรวจแก้ตามร่างสัญญาซื้อขายสินค้ายี่ห้อไนกี้ สหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภาได้ทำหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตการซื้อขายสินค้ายี่ห้อไนกี้และกรณีอื่น นายผดุง ทำหนังสือถึงประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภาเพื่อขอให้ตั้งกรรมการสอบสวนผู้อำนวยการองค์การค้าของคุรุสภา นายเกษม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในฐานะประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภามีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้มีคำสั่งให้นายวิชัยพ้นจากตำแหน่งเป็นการชั่วคราว

มีการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบการดำเนินงานขององค์การค้าของคุรุสภา หลังจากนั้นมีการยกเลิกคำสั่งและมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานรวบรวมเอกสาร องค์การค้าของคุรุสภามีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์กับพวก ตามคำสั่งที่ 5/2545 - 46 และมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ ตามคำสั่งที่ 96/2545 - 46 โจทก์อุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัย และสอบถามผลอุทธรณ์ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีหนังสือตอบโจทก์ว่าส่งเรื่องให้องค์การค้าของคุรุสภาดำเนินการ โจทก์มีหนังสือขอทราบผลการพิจารณาอุทธรณ์ถึงผู้อำนวยการองค์การค้าของคุรุสภา องค์การค้าของคุรุสภามีหนังสือตอบว่ามีหนังสือขอให้บริษัทไนกี้ประเทศไทย จำกัด ยืนยันเอกสารที่ผู้อุทธรณ์คนหนึ่งอ้างอิง แต่ไม่ได้รับคำตอบ

หากโจทก์จะขอให้ไม่ต้องพิจารณาเอกสารดังกล่าวองค์การค้าของคุรุสภาก็จะเร่งสรุปผลอุทธรณ์ให้โจทก์ องค์การค้าของคุรุสภาแจ้งว่าโจทก์ต้องยื่นอุทธรณ์ต่อผู้อำนวยการองค์การค้าของคุรุสภา เอกสารเกี่ยวกับการสอบสวนลงโทษทางวินัยโจทก์ ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ และสวัสดิการขององค์การค้าของคุรุสภา โจทก์กับพวกรวม 7 คน เป็นโจทก์ฟ้องคุรุสภาและนายจรูญ เป็นจำเลยต่อศาลแรงงานกลางเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามสำนวนคดีหมายเลขดำที่ 5442/2545 ของศาลแรงงานกลาง ในระหว่างพิจารณาโจทก์ถอนฟ้อง ศาลอนุญาต ... ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองประการแรกมีว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ 96/2545 - 46 ที่ลงโทษเลิกจ้างโจทก์ต่อศาลแรงงานกลางหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า

ระเบียบองค์การค้าของคุรุสภาว่าด้วยการทำงานของเจ้าหน้าที่องค์การค้าของคุรุสภา พ.ศ.2518 ข้อที่ 33 กำหนดไว้ว่า "เจ้าหน้าที่องค์การค้าของคุรุสภาผู้ใดที่ถูกลงโทษเห็นว่าคำสั่งลงโทษนั้นไม่ยุติธรรมก็มีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งลงโทษนั้นได้" และ "คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาถือเป็นที่สุด" เมื่อพิจารณาประกอบกับคำสั่งองค์การค้าของคุรุสภาที่ 88/2530 - 31 เรื่องระเบียบหลักเกณฑ์การสอบสวนทางวินัยขององค์การค้าของคุรุสภา แล้วจะเห็นได้ว่า เมื่อโจทก์เห็นว่าคำสั่งลงโทษโจทก์ไม่เป็นธรรม โจทก์ก็ต้องใช้สิทธิอุทธรณ์ และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาถือเป็นที่สุด โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษดังกล่าว เว้นแต่จำเลยทั้งสองลงโทษโดยไม่ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ระเบียบองค์การค้าของคุรุสภาดังกล่าวเป็นการกำหนดให้สิทธิแก่ลูกจ้างที่ถูกลงโทษที่จะอุทธรณ์คำสั่งลงโทษนั้นหรือไม่ก็ได้ โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ได้ หาได้ขัดกับระเบียบองค์การค้าของคุรุสภาว่าด้วยการทำงานของเจ้าหน้าที่องค์การค้าของคุรุสภา พ.ศ.2518 ข้อที่ 33 ดังที่จำเลยทั้งสองอ้าง ส่วนที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ด้วยว่า คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาถือเป็นที่สุดโจทก์จึงต้องรอคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และหากโจทก์ยังถูกลงโทษทางวินัยโจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ได้นั้น เห็นว่า ระเบียบที่ว่าคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาถือเป็นที่สุด เป็นระเบียบที่ใช้ภายในองค์กรของจำเลยที่ 1 จึงหมายความเพียงว่าผู้ที่ถูกลงโทษจะอุทธรณ์ต่อไปยังผู้ใดหรือกรรมการชุดใดของจำเลยที่ 1 อีกไม่ได้เท่านั้น

ไม่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิของผู้ที่ถูกลงโทษมิให้นำคดีมาฟ้องต่อศาลแรงงาน เพราะลูกจ้างที่ถูกลงโทษเป็นผู้ที่ถูกโต้แย้งสิทธิย่อมมีสิทธิตามกฎหมายที่จะนำคดีมาฟ้องต่อศาลแรงงานได้เสมอ จำเลยทั้งสองยกเอาระเบียบที่ใช้ภายในองค์กรของจำเลยที่ 1 มาจำกัดสิทธิในการฟ้องคดีของโจทก์ไม่ได้เพราะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองประการต่อไปมีว่า ฟ้องของโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับฟ้องของโจทก์ตามคดีหมายเลขดำที่ 5442/2545 หมายเลขแดงที่ 3025/2546 ของศาลแรงงานกลาง ซึ่งต้องห้ามรื้อร้องฟ้องกันอีกหรือไม่ และการที่โจทก์ถอนฟ้องคดีก่อนถือได้หรือไม่ว่าโจทก์ยอมรับว่าคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์ถูกต้องและความจริงมิได้เป็นไปตามฟ้องในคดีก่อนนั้น

เห็นว่า คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งองค์การค้าของคุรุสภาที่ 5/2545 - 46 ซึ่งเป็นคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ และให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ 96/2545 - 46 ซึ่งเป็นคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ ให้จำเลยทั้งสองรับโจทก์กลับเข้าทำงานและชำระค่าเสียหายให้โจทก์ เป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งคนละคำสั่งและคนละขั้นตอนกัน ทั้งโจทก์ถอนฟ้องไปแล้วจึงไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดในประเด็นที่ฟ้อง ฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงมิใช่เป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยไว้แล้วโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ซึ่งมิใช่ฟ้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ.2522 มาตรา 31 ไม่จำต้องวินิจฉัยไปถึงว่าการถอนฟ้องในคดีก่อนเป็นการยอมรับคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์ในคดีก่อนว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะเป็นคนละขั้นตอนกับคดีนี้ อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น...

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิทยา บุญชู · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · จรัส พวงมณี
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายพงษ์รัตน์ เครือกลิ่น
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.721/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ536/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้