Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4089/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดคดีเกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามคำร้องขอให้งดการบังคับคดีแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวย่อมผูกพันคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 มายื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีอีกโดยอ้างเหตุว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 3 และโจทก์ได้รับชำระหนี้ตามมูลหนี้คดีนี้เต็มจำนวนแล้ว อันเป็นการอ้างเหตุเดิม แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะอ้างว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่ หนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ระงับไปแล้วก็ตาม แต่ข้ออ้างดังกล่าวเป็นการอ้างเพื่อให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามคำพิพากษาเช่นเดียวกับคำร้องขอให้งดการบังคับคดีครั้งก่อน ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดคดีไปแล้ว กรณีจึงต้องด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 144 วรรคหนึ่ง ที่ห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว คำร้องขอให้งดการบังคับคดีของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องห้ามตามบทมาตราดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงิน 4,441,217.05 บาท พร้อมค่าปรับในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2545 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีอ้างเหตุว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 3 และตั้งผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 โจทก์ยื่นคำขอรับชำระหนี้โดยนำมูลหนี้ในคดีนี้ไปขอรับชำระหนี้และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้โจทก์ได้รับชำระหนี้รายนี้พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

เต็มจำนวนแล้วมากกว่าที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิด ต่อมาผู้ทำแผนได้นำเสนอแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 3 ต่อศาลล้มละลายกลาง และที่ประชุมเจ้าหนี้ได้มีมติรับรองแล้ว ขอให้งดการบังคับคดีจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไว้ชั่วคราว เพื่อให้โจทก์รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 3 ตามแผนฟื้นฟูกิจการเสียก่อน หากโจทก์ได้รับเงินชำระหนี้มากกว่าจำนวนที่จะได้รับตามคำพิพากษาในคดีนี้ก็ขอให้งดการบังคับคดีแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์คำพิพากษาและคำสั่งโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความให้ 8,000 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาพิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความให้ 8,000 บาท หลังจากที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังแล้ว วันที่ 17 มกราคม 2554 โจทก์ยื่นคำขอออกหมายบังคับคดี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องของดการบังคับคดี อ้างว่าโจทก์ได้นำมูลหนี้ที่เกิดจากการขายลดเช็คในคดีนี้ไปขอรับชำระหนี้ในคดีที่จำเลยที่ 3 ถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลาย และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้โจทก์ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน ต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 3 โดยยังไม่เห็นสมควรให้จำเลยที่ 3 ล้มละลาย ซึ่งตามรายละเอียดของแผนพื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 3 โจทก์จะได้รับชำระหนี้ในมูลหนี้ตามคดีนี้จนครบถ้วนเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2552 โจทก์ยื่นฟ้องขอให้จำเลยที่ 3 ล้มละลาย และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ 3 แล้ว ซึ่งหากศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์บังคับคดีแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะเป็นผลให้โจทก์ได้รับชำระหนี้สองครั้งจากมูลหนี้เดียวกัน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1และที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ หลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังแล้ว วันที่ 30 มกราคม 2558 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำขอให้งดการบังคับคดีอีกโดยอ้างเหตุว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 3 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามมูลหนี้เช็ค 5 ฉบับในคดีนี้ แต่โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามมูลหนี้ในคดีนี้เต็มจำนวน จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้จากจำเลยที่ 1และที่ 2 เป็นจำเลยที่ 3 หนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้จึงระงับแล้ว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่า คำร้องขอให้งดการบังคับคดีของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 วรรคหนึ่ง หรือไม่ เห็นว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เคยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 8 มกราคม 2545 ขอให้งดการบังคับคดีอ้างเหตุว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 3 และตั้งผู้ทำแผน โจทก์นำมูลหนี้ในคดีนี้ไปขอรับชำระหนี้และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้โจทก์ได้รับชำระหนี้รายนี้พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นจำนวนเงินมากกว่าที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องรับผิด ขอให้งดการบังคับคดีชั่วคราวเพื่อให้โจทก์ไปรับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการก่อนหากโจทก์ได้รับชำระหนี้มากกว่าหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้

ก็ขอให้งดการบังคับคดีแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ศาลฎีกามีคำพิพากษาโดยวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่ได้พิพากษาให้จำเลยที่ 3 ร่วมกันกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระหนี้แก่โจทก์ และเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้เกินจำนวนหนี้ในคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้อง ประกอบกับศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกเลิกฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 3 (ลูกหนี้) แล้วเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2550 คำสั่งของศาลล้มละลายกลางจึงไม่มีผลถึงความรับผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ถือว่าศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดคดีเกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามคำร้องขอให้งดการบังคับคดีแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวย่อมผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง

จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะโต้เถียงเป็นอย่างอื่นว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 3 ไปแล้วไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้คดีนี้อีกหาได้ไม่ การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 มายื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีอีกโดยอ้างเหตุว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 3 และโจทก์ได้รับชำระหนี้ตามมูลหนี้คดีนี้เต็มจำนวนแล้ว อันเป็นเหตุเดิมที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยกขึ้นอ้างเพื่อขอให้งดการบังคับคดี แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะอ้างว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่หนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ระงับไปแล้วก็ตาม แต่ข้ออ้างดังกล่าวเป็นการอ้างเพื่อให้จำเลยที่ 1และที่ 2 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามคำพิพากษาเช่นเดียวกับคำร้องขอให้งดการบังคับคดีครั้งก่อน ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดคดีไปแล้ว

กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 วรรคหนึ่ง ที่ห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว คำร้องขอให้งดการบังคับคดีของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องห้ามตามบทมาตราดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 1และที่ 2 เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อธิป จิตต์สำเริง · สิทธิชัย โชคสวัสดิ์ไพศาล · ฉันทวัธน์ วรทัต
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวปรานี เสฐจินตนิน
ศาลอุทธรณ์ - นายชูศักดิ์ ทองวิทูโกมาลย์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.707/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ8225/2540
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ3381/2544
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้