Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4087/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีในข้อกฎหมายโดยมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงซึ่งเป็นปัญหาขึ้นมาสู่ศาลอุทธรณ์ แต่เพื่อให้คดีเสร็จสิ้นไปโดยเร็วเพราะข้อเท็จจริงที่ปรากฎตามคำร้องของผู้ร้องพอวินิจฉัยคดีได้แล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยคดีไปโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ การร้องคัดค้านและขอคืนทรัพย์สินที่ถูกยึดตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา 30 เป็นการใช้สิทธิทางศาลอย่างหนึ่ง ผู้ร้องต้องกระทำการโดยสุจริต เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดแจ้งว่าในวันที่รถกระบะถูกเจ้าพนักงานตำรวจยึดไว้เป็นของกลางนั้น กรรมสิทธิ์ยังคงเป็นของ ห. หาใช่เป็นของผู้ร้องแต่อย่างใดไม่ ผู้ร้องเพิ่งได้กรรมสิทธิ์ในรถกระบะของกลางภายหลังจากการกระทำความผิดเกิดขึ้น ซึ่งขณะนั้นเจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมจำเลยทั้งเจ็ดพร้อมทั้งยึดรถกระบะของกลางไว้แล้ว การที่ผู้ร้องอ้างในคำร้องคัดค้านว่า ตลอดเวลานับตั้งแต่ผู้ร้องได้รับมอบทรัพย์สินดังกล่าวจากผู้ขาย ผู้ร้องได้ใช้รถกระบะของกลางอย่างสุจริตและเปิดเผยมาโดยตลอดนั้น จึงเป็นเหตุผลที่ขัดกันเอง พฤติการณ์ตามคำร้องส่อให้เห็นว่า ผู้ร้องใช้สิทธิโดยไม่สุจริต กรณีมิใช่การร้องขอคืนทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดไว้เพราะเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในกระบวนการตามมาตรา 22, 27, 29 (2) ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าพอวินิจฉัยได้และให้งดการไต่สวนพยานของผู้ร้องและมีคำสั่งให้ริบรถกระบะของกลางนั้นชอบแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งริบทรัพย์ของกลางดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31 ศาลชั้นต้นได้ประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายแพร่หลายในท้องถิ่นอย่างน้อย 2 วัน ติดต่อกันเพื่อให้บุคคลซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินของกลางยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีแล้ว ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องของโจทก์เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2544 อันเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์และนัดไต่สวนคำร้องดังกล่าว ศาลชั้นต้นอ่านอธิบายฟ้องพร้อมกับสอบคำให้การจำเลยทั้งเจ็ด จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ให้การปฏิเสธ และโจทก์แถลงขอเลื่อนคดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 18 กรกฎาคม 2544 ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 18 กรกฎาคม 2544 ศาลชั้นต้นสอบคำให้การจำเลยทั้งเจ็ดอีกครั้งหนึ่ง จำเลยที่ 1 และที่ 6 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และที่ 7 ให้การปฏิเสธ และโจทก์แถลงขอเลื่อนคดี

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 23 กรกฎาคม 2544 ในวันนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 23 กรกฎาคม 2544 ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บล 8988 เชียงใหม่ ซึ่งรับโอนมาโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องไม่เคยเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งไม่ทราบว่ามีการนำรถกระบะคันดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ขอให้คืนรถกระบะให้แก่ผู้ร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับเป็นคำคัดค้าน สำเนาให้โจทก์ หลังจากนั้นศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยทั้งเจ็ดตามที่นัดไว้ ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2544 ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานจำเลยทั้งเจ็ด ทนายผู้ร้องขอเลื่อนการไต่สวนพยานผู้ร้องออกไปอีกนัดหนึ่งเนื่องจากทนายผู้ร้องยังไม่สามารถติดต่อแจ้งวันนัดให้ผู้ร้องทราบได้เนื่องจากระยะเวลากระชั้นชิด

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดการไต่สวนพยานของผู้ร้องและไม่อนุญาตให้ผู้ร้องเลื่อนคดี ให้นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 31 กรกฎาคม 2544

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน ช 3504 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน รถกระบะ หมายเลขทะเบียน บล 8988 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน คฉท เชียงใหม่ 489 จำนวน 1 คัน โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโนเกีย หมายเลข 01-9932095 จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อฟิลิปส์ หมายเลข 01-9988062 จำนวน 1 เครื่อง เครื่องรับโทรทัศน์วงจรปิดพร้อมจอมอนิเตอร์และกล้องยี่ห้อฟิลิปส์ จำนวน 1 เครื่อง ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่โดยกำหนดวันนัดให้ผู้ร้องสืบพยานของผู้ร้องแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่ศาลชั้นต้นไม่ได้ให้โอกาสผู้ร้องนำพยานเข้าสืบโดยไม่ได้กำหนดวันนัดสืบพยานผู้ร้อง แล้วมีคำสั่งให้ริบรถกระบะของกลางนั้น เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า แม้คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีในข้อกฎหมายโดยมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงซึ่งเป็นปัญหาขึ้นมาสู่ศาลอุทธรณ์ที่ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของ รถกระบะของกลางไม่มีโอกาสทราบว่าจะมีการนำรถกระบะของกลางไปใช้ในการกระทำความผิดก็ตาม แต่เพื่อให้คดีเสร็จสิ้นไปโดยเร็วเพราะข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคำร้องของผู้ร้องพอวินิจฉัยคดีได้แล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยคดีไปโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่

การร้องคัดค้านและขอคืนทรัพย์สินที่ถูกยึดตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30 เป็นการใช้สิทธิของศาลอย่างหนึ่ง ผู้ร้องต้องกระทำการโดยสุจริต เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดแจ้งว่า ในวันที่รถกระบะถูกเจ้าพนักงานตำรวจยึดไว้เป็นของกลางนั้นกรรมสิทธิ์ยังเป็นของนายหลวงหาใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องแต่อย่างใดไม่ ผู้ร้องเพิ่งได้กรรมสิทธิ์ในรถกระบะของกลางเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2544 อันเป็นเวลาภายหลังจากที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งขณะนั้นเจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมจำเลยทั้งเจ็ดพร้อมทั้งยึดรถกระบะของกลางไว้แล้ว การที่ผู้ร้องอ้างในคำร้องคัดค้านว่าตลอดเวลานับตั้งแต่ผู้ร้องได้รับมอบทรัพย์สินดังกล่าวจากผู้ขายแล้ว

ผู้ร้องได้ใช้รถกระบะของกลางอย่างสุจริตและเปิดเผยมาโดยตลอดนั้น จึงเป็นเหตุผลที่ขัดกันเอง พฤติการณ์ตามคำร้องคัดค้านส่อให้เห็นว่า ผู้ร้องใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ทั้งกรณีมิใช่การร้องขอคืนทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดไว้เพราะเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในกระบวนการตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 22, 27, 29 (2) ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้และให้งดการไต่สวนพยานของผู้ร้อง แล้วมีคำสั่งริบรถกระบะของกลางนั้นชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่โดยให้กำหนดวันนัดให้ผู้ร้องสืบพยานของผู้ร้องแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวีวัฒน์ แดงทองดี · พลรัตน์ ประทุมทาน · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายวิชิต ลีธรรมชโย
ศาลอุทธรณ์ - นายนันทชัย เพียรสนอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้