Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 408/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นั้น มาตรา 79 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมดังนั้น คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงต้องตกอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสองด้วย ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างเหตุคัดค้านการเลือกตั้งว่าได้มีการกระทำฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 51 และ 52โดยกล่าวอ้างว่า เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง กรรมการตรวจคะแนนหรือเจ้าหน้าที่คะแนนรวม 7 อำเภอ ได้จงใจนับบัตรเลือกตั้งผิดจากความจริง นำบัตรเลือกตั้ง ซึ่งกากบาทหมายเลข 7,8 และ 9 ไว้ด้วยใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งโดยมิชอบ จงใจอ่านบัตรเลือกตั้งให้ผิดจากความจริงโดยเรียกขานบัตรเลือกตั้งที่ลงให้ผู้ร้องที่ 1 กับพวกเป็นของผู้สมัครหมายเลข 7,8 และ 9 ทำลายเครื่องหมายที่ผู้เลือกตั้งกากบาทให้ผู้ร้องที่ 1 เป็นบัตรเสีย มิได้ชูบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วให้เห็นโดยเปิดเผย และบางหน่วยเลือกตั้งมีการลงคะแนนเกินกว่าจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ร้องมิได้แสดงให้แจ้งชัดซึ่งข้อเท็จจริงอันเป็นสภาพแห่งข้อหาว่าเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งผู้ใด กรรมการตรวจคะแนนผู้ใดประจำหน่วยเลือกตั้งใด เป็นผู้กระทำเช่นนั้น และหน่วยเลือกตั้งใดที่มีการลงคะแนนเกินกว่าจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพียงแต่กล่าวอ้างคลุม ๆ มาทุกหน่วยเลือกตั้งจึงเป็นคำกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่พอที่จะทำให้ผู้คัดค้านทั้งสี่เข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้ถูกต้อง คำร้องจึงเคลือบคลุมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ สำนวนแรกผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดปทุมธานี ส่วนสำนวนหลังผู้ร้องทั้งสองยื่นต่อศาลจังหวัดธัญบุรี ต่อมาศาลชั้นต้นทั้งสองอนุญาตให้โอนคดีจากศาลจังหวัดธัญบุรีมารวมพิจารณาที่ศาลจังหวัดปทุมธานี และได้มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาคดีทั้งสองเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกนายปรีดี หิรัญพฤกษ์ เป็นผู้ร้องที่ 1 พรรคเสรีธรรม เป็นผู้ร้องที่ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นผู้คัดค้านที่ 1นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ เป็นผู้คัดค้านที่ 2 นายชูชาติ หาญสวัสดิ์เป็นผู้คัดค้านที่ 3 นางวาณี หาญสวัสดิ์ เป็นผู้คัดค้านที่ 4ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องทั้งสองสำนวนมีข้อความในทำนองเดียวกันว่า ผู้ร้องที่ 1 เป็นสมาชิกพรรคเสรีธรรมซึ่งเดิมชื่อว่าพรรคประชาชนไทย และเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เขตเลือกตั้งจังหวัดปทุมธานี

พร้อมกับพวกรวม 3 คน ผู้ร้องที่ 2เป็นพรรคการเมืองที่ได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง มีนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรคในการดำเนินคดีนี้ผู้ร้องที่ 2 ได้มอบอำนาจให้นายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์เป็นผู้กระทำการแทน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2535 ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้ประกาศผลการเลือกตั้งว่า นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ผู้คัดค้านที่ 2 นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ ผู้คัดค้านที่ 3 และนางวาณี หาญสวัสดิ์ ผู้คัดค้านที่ 4 สังกัดพรรคชาติไทยซึ่งเป็นผู้สมัครหมายเลข 7, 8 และ 9 ตามลำดับเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี แต่ผู้ร้องทั้งสองเห็นว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานีดังกล่าวเป็นไปโดยมิชอบฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

พ.ศ. 2522 มาตรา 51 และ 52 กล่าวคือเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2535 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา8 นาฬิกา เป็นต้นไป จนกระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีประกาศผลการเลือกตั้ง เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งกรรมการตรวจคะแนนอำเภอปทุมธานีในเขตเทศบาลเมือง ที่ตำบลบางปรอกหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ถึงหน่วยเลือกตั้งที่ 11 อำเภอหนองเสือที่ตำบลหนองสามวัง ในหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ถึงหน่วยเลือกตั้งที่ 6ตำบลศาลาครุ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ถึงหน่วยเลือกตั้งที่ 4ตำบลนพรัตน์ ในหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ของหมู่ที่ 1 ถึงหมู่ที่ 8ตำบลบึงชำอ้อ ในหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ของหมู่ที่ 1 ถึงหมู่ที่ 12ตำบลบึงบอน ในหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ถึงหมู่ที่ 9 อำเภอลำลูกกาหน่วยเลือกตั้งตำบลบึงคำพร้อย

ตำบลบึงทองหลาง ตำบลบึงคอไทตำบลลำลูกกา ตำบลลำไทร ตำบลพืชอุดม อำเภอคลองหลวงที่ตำบลคลองหนึ่ง ในหน่วยเลือกตั้งในหมู่ที่ 1, 2, 8, 9 และหมู่ที่ 13 อำเภอสามโคก หน่วยเลือกตั้งที่ตำบลท้ายเกาะตำบลบ้านงิ้ว อำเภอธัญบุรี ที่ตำบลประชาธิปัตย์ จำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 28 หน่วยเลือกตั้งและอำเภอลาดหลุมแก้วหน่วยเลือกตั้งในตำบลระแหง ตำบลหน้าไม้ ตำบลคลองพระอุดมตำบลบ่อเงิน ตำบลคูบางหลวง และตำบลลาดหลุมแก้ว ได้จงใจนับบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งผิดจากความจริงและได้กระทำโดยการนำบัตรเลือกตั้งที่กากบาท หมายเลข 7, 8 และ 9 ซึ่งเป็นหมายเลขของผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ใส่ลงในหีบเลือกตั้งโดยมิชอบด้วยกฎหมายนอกจากนั้นยังจงใจอ่านบัตรเลือกตั้งให้ผิดจากความจริงโดยเรียกขานบัตรเลือกตั้งที่ลงให้ผู้ร้องที่ 1 กับพวก เป็นของผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 7, 8 และ 9 ทำให้บัตรเลือกตั้งที่มีผู้กากบาทไว้ถูกต้องให้ผู้ร้องที่ 1 เป็นบัตรเสียโดยวิธีทำลายเครื่องหมายที่ผู้เลือกตั้งได้ทำไว้ถูกต้องแล้ว

บางหน่วยเลือกตั้งมีการลงคะแนนเกินกว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การนับคะแนนบัตรเลือกตั้งก็มิได้ชูบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วให้เห็นโดยเปิดเผยและจงใจเรียกขานคะแนนผิดไปจากความเป็นจริง การกระทำของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง กรรมการตรวจคะแนนหรือเจ้าหน้าที่คะแนนดังกล่าวทำให้ผู้ร้องทั้งสองเสียหายเสียโอกาสได้รับเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหากเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง กรรมการตรวจคะแนนหรือเจ้าหน้าที่คะแนนปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้ร้องที่ 1 จะต้องได้เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แน่นอนส่วนผู้ร้องที่ 2 เสียโอกาสที่จะได้มีสมาชิกในพรรคของตนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีก 1 คน

ผู้ร้องทั้งสองจึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้มีการนับคะแนนในหีบบัตรเลือกตั้งที่เก็บไว้ตามอำเภอต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นทุกหีบบัตรเลือกตั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าผลการเลือกตั้งของจังหวัดปทุมธานี ที่ได้ประกาศไปแล้วนั้นไม่ถูกต้องเป็นโมฆะ เพื่อจะได้มีการเลือกตั้งใหม่ต่อไปผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านทั้งสองสำนวนว่า คำร้องของผู้ร้องทั้งสองเป็นคำฟ้องเคลือบคลุม เพราะมิได้แสดงข้อเท็จจริงว่า นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ และนางวาณี หาญสวัสดิ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานีโดยมิชอบอย่างไร ไม่แสดงให้เห็นแจ้งชัดว่าเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งตลอดจนกรรมการตรวจนับคะแนนและเจ้าหน้าที่คะแนนผู้ใด

ชื่อสกุลว่าอย่างไร ประจำหน่วยเลือกตั้งใดที่มีการกระทำโดยจงใจนับบัตรในการเลือกตั้งผิดจากความจริงหรือได้กระทำโดยนำบัตรเลือกตั้งซึ่งกากบาทหมายเลข 7, 8 และ 9ไว้แล้วใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้เป็นบัตรเลือกตั้งที่ใช้ได้ ทั้งมิได้แสดงข้อเท็จจริงว่า กรรมการตรวจนับคะแนนหรือเจ้าหน้าที่คะแนนผู้ใด ชื่อสกุลว่าอย่างไรประจำหน่วยเลือกตั้งใด จงใจอ่านบัตรเลือกตั้งให้ผิดจากความจริงโดยเรียกขานบัตรเลือกตั้งที่ลงให้ผู้ร้องที่ 1 กับพวก เป็นของผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 7, 8 และ 9 หรือทำให้บัตรเลือกตั้งที่มีผู้กากบาทไว้ถูกต้องให้ผู้ร้องที่ 1 เป็นบัตรเสียรวมทั้งมิได้แสดงข้อเท็จจริงว่าเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งกรรมการตรวจคะแนน หรือเจ้าหน้าที่คะแนนผู้ใด

ชื่อสกุลว่าอย่างไรประจำหน่วยเลือกตั้งใด นับคะแนนบัตรเลือกตั้งมิได้ชูบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนให้เห็นโดยเปิดเผย และจงใจเรียกขานคะแนนผิดไปจากความจริง อีกทั้งยังมิได้ระบุว่าหน่วยเลือกตั้งใดมีการลงคะแนนเกินกว่าจำนวนผู้มีสิทธิ ทำให้ผู้คัดค้านที่ 1 ไม่เข้าใจคำร้องและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ถูกต้อง นอกจากนั้นคำร้องของผู้ร้องทั้งสองมิได้แสดงให้เห็นว่าการกระทำของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งกรรมการตรวจนับคะแนน และเจ้าหน้าที่คะแนนดังกล่าวเป็นเหตุให้คะแนนของผู้ร้องที่ 1 น้อยกว่าความจริงประมาณเท่าใดซึ่งหากน้อยกว่าความจริงเล็กน้อยก็ย่อมไม่เป็นเหตุอันสมควรจะให้มีการเลือกตั้งใหม่ คำร้องของผู้ร้องจึงเคลือบคลุมและไม่มีเหตุอันสมควรที่จะให้มีการเปิดบัตรเลือกตั้งเพื่อนับคะแนนใหม่หรือให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามคำร้อง การดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ทุกหน่วยเลือกตั้งได้กระทำไปโดยชอบด้วยกฎหมายระเบียบแบบแผนของทางราชการทุกประการ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งนับแต่วันเวลาที่ผู้ร้องทั้งสองได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดปทุมธานีแล้ว และคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณา ผู้ร้องทั้งสองได้ยื่นคำร้องเรื่องเดียวกันอีกต่อศาลจังหวัดธัญบุรี ย่อมถือเป็นการฟ้องซ้อนต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 173 วรรคสอง จึงขอให้ไม่รับคำร้องหรือให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองที่ยื่นต่อศาลจังหวัดธัญบุรี ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 822/2535 ของศาลจังหวัดธัญบุรี ซึ่งโอนคดีเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 700/2535 ของศาลจังหวัดปทุมธานีด้วยขอให้ไม่รับคำร้องของผู้ร้องหรือให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองผู้คัดค้านที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ยื่นคำคัดค้านรวมกันเข้ามาทั้งสองสำนวนว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานีเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2535 เป็นการเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ดี เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง หรือกรรมการตรวจนับคะแนนก็ดี ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการเลือกตั้งทุกประการ คำร้องของผู้ร้องเป็นคำร้องเคลือบคลุมเพราะมิได้ระบุให้ชัดเจนว่าเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งกรรมการตรวจคะแนนหรือเจ้าหน้าที่คะแนนคนใด หรือหน่วยเลือกตั้งใดที่นำบัตรที่กากบาทหมายเลขของผู้คัดค้านทั้งสามใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งและใส่บัตรดังกล่าวเป็นจำนวนเท่าใด กรรมการคนใดอ่านบัตรเลือกตั้งผิดไปจากความเป็นจริงที่หน่วยเลือกตั้งใดความจริงเป็นจำนวนเท่าใด และที่อ่านบัตรเลือกตั้งของผู้ร้องเป็นของผู้คัดค้านนั้นมีจำนวนเท่าใด และที่ว่าเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งหรือกรรมการตรวจคะแนนทำบัตรของผู้ร้องที่ 1ที่เป็นบัตรดีให้เป็นบัตรเสียนั้นก็ไม่ระบุว่า

กรรมการตรวจคะแนนหรือเจ้าหน้าที่คะแนนผู้ใด หน่วยเลือกตั้งใดเป็นผู้ทำ และทำบัตรของผู้ร้องที่ 1 เสียไปจำนวนเท่าใด ทำให้ผู้คัดค้านที่ 2ที่ 3 และที่ 4 ไม่อาจเข้าใจข้อหาได้ดีพอที่จะต่อสู้ได้ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องก่อนดำเนินการไต่สวนคำร้อง ผู้คัดค้านทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาที่ว่าคำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม ศาลจังหวัดปทุมธานีเห็นว่า คดีพอทำความเห็นได้แล้วจึงให้งดการไต่สวนและทำความเห็นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาว่าคำร้องของผู้ร้องทั้งสองเป็นคำร้องที่มิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 เป็นคำร้องที่เคลือบคลุมสมควรที่จะยกเสีย

ค่าฤชาธรรมเนียมควรให้เป็นพับศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า การพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น มาตรา 79แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วยดังนั้น คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงต้องตกอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสองด้วยพิเคราะห์คำร้องของผู้ร้องทั้งสองแล้ว ผู้ร้องอ้างเหตุคัดค้านการเลือกตั้งว่าได้มีการกระทำฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 51 และ 52 โดยกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง

กรรมการตรวจคะแนนหรือเจ้าหน้าที่คะแนนรวม 7 อำเภอ ได้จงใจนับบัตรเลือกตั้งผิดจากความจริง นำบัตรเลือกตั้งซึ่งกากบาทหมายเลข 7, 8 และ 9 ไว้ด้วยใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งโดยมิชอบจงใจอ่านบัตรเลือกตั้งให้ผิดจากความจริงโดยเรียกขานบัตรเลือกตั้งที่ลงให้ผู้ร้องที่ 1 กับพวกเป็นของผู้สมัครหมายเลข 7, 8 และ 9ทำลายเครื่องหมายที่ผู้เลือกตั้งกากบาทให้ผู้ร้องที่ 1 เป็นบัตรเสียมิได้ชูบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วให้เห็นโดยเปิดเผย และว่าบางหน่วยเลือกตั้งมีการลงคะแนนเกินกว่าจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นว่า ผู้ร้องมิได้แสดงให้แจ้งชัดซึ่งข้อเท็จจริงอันเป็นสภาพแห่งข้อหาว่า เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งผู้ใด กรรมการตรวจคะแนนผู้ใด

ประจำหน่วยเลือกตั้งใด เป็นผู้กระทำเช่นนั้นและหน่วยเลือกตั้งใดที่มีการลงคะแนนเกินกว่าจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพียงแต่กล่าวอ้างคลุม ๆ มาทุกหน่วยเลือกตั้งจึงเป็นคำกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่พอที่จะทำให้ผู้คัดค้านทั้งสี่เข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้ถูกต้อง คำร้องจึงเคลือบคลุมไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองคดีไม่จำต้องดำเนินการพิจารณาต่อไปจึงมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองสำนวน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุเมธ อุปนิสากร · วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้