Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 408/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมฯ มาตรา 4 คำว่า เพลงดนตรีย่อมหมายถึงทำนองเพลง โดยมีคำร้องหรือเนื้อร้องหรือไม่ก็ได้ เมื่อโจทก์เป็นผู้ประพันธ์ทำนองบุคคลอื่นประพันธ์เนื้อร้องได้โอนลิขสิทธิ์ในฐานะผู้ประพันธ์เนื้อร้องให้โจทก์ โจทก์จึงมีลิขสิทธิ์ในเพลงดนตรีทั้งเนื้อร้องและทำนอง มีสิทธิห้ามไม่ให้ผู้อื่นเล่นเพลงดนตรีนั้นแสดงต่อประชาชนและมีสิทธิห้ามไม่ให้ผู้อื่นทำสำเนาจำลองโน๊ตหรือเนื้อร้องออกจำหน่าย เมื่อจำเลยได้นำเนื้อร้องไปพิมพ์จำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาต ย่อมละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ และถ้าพิมพ์โน๊ตออกจำหน่าย ก็จะเป็นละเมิดลิขสิทธิ์ในโน๊ตเพิ่มอีกโสดหนึ่ง การบรรยายฟ้อง โจทก์ไม่จำต้องบรรยายโดยพิมพ์โน๊ตดนตรีมาในคำฟ้องด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ประพันธ์และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่ผู้เดียว ซึ่งทำนองเพลง ๖๙ เพลง จำเลยเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ "มิตรหรรษา" ได้พิมพ์หนังสือเพลง ซึ่งมีเพลงของโจทก์เป็นผู้ประพันธ์ทำนองเพื่อขายหรือให้เช่าหรือแสดงออกต่อประชาชนทั่วไปเพื่อการค้ารวม ๙ ชนิด รวม ๒,๗๐๔ เล่ม เป็นเงิน ๑๐,๔๙๐ บาท โดยมิได้รับอนุญาตหรือได้รับความยินยอมจากโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงขอให้ห้ามมิให้จำเลยนำบทเพลงไปจัดพิมพ์เพื่อจำหน่ายต่อประชาชนอีกต่อไป ให้พิพากษาว่าหนังสือเพลงทั้ง ๙ ชนิด รวม ๒,๗๐๔ เล่ม เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ และให้จำเลยคืนให้โจทก์ ถ้าจำเลยคืนไม่ได้ ขอให้จำเลยใช้เงิน ๑๐,๔๙๐ บาท ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ๓๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยพิมพ์หนังสือเพลงรวม ๙ ชนิดเพื่อขายจริง ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม จำเลยเป็นผู้มีสิทธิโดยซื้อจากผู้ประพันธ์ โจทก์มิได้ประพันธ์โจทก์สร้างสัญญาเท็จขึ้นเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลย จึงขอให้ยกฟ้องโจทก์ ในวันชี้สองสถาน ทนายโจทก์แถลงว่า โจทก์ไม่ได้ประพันธ์เนื้อร้องเอง โจทก์ได้รับซื้อหรือรับโอนเนื้อร้องมาจากผู้ประพันธ์ และโจทก์มาประพันธ์ทำนองเพลงขึ้นทั้ง ๖๙ เพลงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์ได้รับโอนสิทธิ์เนื้อร้องจากผู้ประพันธ์ โจทก์ย่อมได้ลิขสิทธิ์ในเนื้อร้อง จำเลยพิมพ์ขึ้นเพื่อขายโดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ โจทก์ควรได้ค่าเสียหายจากรายได้หรือผลกำไรที่จำเลยจำหน่ายหนังสือเนื้อร้องของโจทก์ โจทก์เป็นเจ้าของวงดนตรี "สุนทราภรณ์" ซึ่งมีชื่อเสียงควรให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ๕,๐๐๐ บาท จึงพิพากษาห้ามมิให้จำเลยนำเนื้อร้องรายพิพาทไปจัดการพิมพ์เพื่อจำหน่ายซ้ำต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๕,๐๐๐ บาทให้แก่โจทก์ โจทก์จำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคุลม โจทก์ขาดประโยชน์ที่ควรได้ ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยจะต้องชดใช้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๓๘ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๔ ได้บัญญัติไว้ว่า วรรณกรรมและศิลปกรรมรวมถึงเพลงดนตรีมีคำร้องหรือไม่มี ฉะนั้น คำว่า เพลงดนตรี ย่อมหมายถึงทำนองเพลง โดยมีคำร้องหรือเนื้อร้องหรือไม่ก็ได้ เมื่อโจทก์เป็นผู้ประพันธ์ทำนองเพลงและบุคคลอื่นเป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้อง แต่บุคคลดังกล่าวได้โอนลิขสิทธิ์ในฐานะเป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้องให้โจทก์แล้ว โจทก์จึงเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในเพลงดนตรีรวมทั้งเนื้อร้องรายพิพาทด้วยแต่ผู้เดียว โจทก์ย่อมมีสิทธิ ๒ ประการคือ มีสิทธิห้ามไม่ให้ผู้อื่นเล่นเพลงดนตรีของโจทก์ต่อประชาชนและมีสิทธิห้ามไม่ให้ผู้อื่นนำสำเนาจำลองโน๊ตดนตรีหรือเนื้อร้องออกจำหน่าย

สำหรับคดีนี้จำเลยได้นำเนื้อร้องที่โจทก์มีลิขสิทธิ์ไปพิมพ์จำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์ย่อมละเมิดสิทธิของโจทก์แล้วโดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์โน๊ตดนตรีด้วย เพราะถ้าพิมพ์โน๊ตดนตรีของโจทก์ออกจำหน่ายด้วยแล้ว ก็จะเป็นละเมิดลิขสิทธิ์ในโน๊ตดนตรีเพิ่มขึ้นอีกโสดหนึ่ง และเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องในข้อ ๑ ว่า โจทก์เป็นผู้ประพันธ์และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ซึ่งทำนองเพลงและในข้อที่ ๓ ได้บรรยายว่าจำเลยได้พิมพ์หนังสือเพลง ซึ่งมีเพลงของโจทก์เป็นผู้ประพันธ์ทำนอง หนังสือเพลงที่พนักงานสอบสวนยึดมาได้ มีเพลงที่โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่ด้วย ย่อมเข้าใจข้อหาของโจทก์ทั้งหมดว่า โจทก์มีลิขสิทธิ์ในเพลงดนตรีหรือทำนองเพลงรวมทั้งเนื้อร้องด้วย

จำเลยก็ให้การรับว่า จำเลยได้พิมพ์เนื้อร้องรายพิพาทจำหน่ายจริง จำเลยไม่หลงข้อต่อสู้อย่างไร และการที่โจทก์มีลิขสิทธิ์ในเพลงดนตรีหรือทำนองเพลงรวมทั้งเนื้อร้องด้วย โจทก์จะทำเพลงดนตรีหรือทำนองเพลงเป็นโน๊ตหรือรูปร่างอย่างไรไว้ด้วยหรือไม่ก็ได้ และโจทก์ไม่จำเป็นต้องบรรยายฟ้องโดยพิมพ์โน๊ตดนตรีมาในคำฟ้องด้วยฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม และเมื่อฟ้องของโจทก์หมายถึงเพลงดนตรีหรือทำนองเพลงรวมทั้งเนื้อร้องด้วย การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ในเนื้อร้องอันเป็นส่วนหนึ่งของเพลงดนตรีหรือทำนองเพลง จึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็น ปัญหาที่ว่าโจทก์เสียหายเท่าใด โจทก์นำสืบว่า วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๐๕ โจทก์ได้ทำสัญญาขายเนื้อร้อง ๑๔๖ เพลง รวมทั้งเนื้อร้องรายพิพาท ๖๙ เพลงด้วยให้นายจรรยาเป็นจำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท นายจรรยาได้วางมัดจำไว้ ๕,๐๐๐ บาท วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๐๕ นายจรรยาได้บอกเลิกสัญญาเพราะจำเลยได้พิมพ์เนื้อร้องของโจทก์ออกจำหน่ายเสียก่อน โจทก์จึงได้คืนเงินมัดจำให้นายจรรยาไป

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะเป็นความจริงตามที่โจทก์นำสืบดังกล่าวหรือไม่ก็ตามก็ปรากฏว่าใน พ.ศ. ๒๔๐๕ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บำรุงสาส์นได้พิมพ์เนื้อร้องของโจทก์รวมทั้งเนื้อร้องรายพิพาทด้วยโดยได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์จึงมิได้เสียหายเต็มจำนวนเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท อย่างไรก็ดี หนังสือที่ฝ่ายโจทก์จัดพิมพ์จำหน่าย ๆ เล่มละ ๓๐ บาท จำเลยจัดพิมพ์จำหน่ายเล่มละ ๒ บาท ๕ บาท และ ๖ บาท โดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ย่อมเสียหาย โจทก์เป็นเจ้าของวงดนตรี "สุนทราภรณ์" ที่มีชื่อเสียง จึงกำหนดให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทน ๑๐,๐๐๐ บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วงษ์ วีระพงศ์ · พจน์ ปุษปาคม · ศริ มลิลา
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสุพรรณ อยู่เกษ
ศาลอุทธรณ์ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้