Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2518 (เลขอ้างอิง 40779)

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อผู้ร้องได้ยื่นคำร้องว่าทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้มิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา และขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคแรกเจ้าพนักงานบังคับคดีต้องงดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่พิพาทนั้นไว้ระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาล แม้ต่อมาศาลจะสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องตามมาตรา 288(1) แต่ผู้ร้องก็ยังคงอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นอยู่ โจทก์จึงขอให้ขายทรัพย์พิพาทไม่ได้ เมื่อโจทก์เห็นว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่พิพาทเข้ามานั้นไม่มีมูล และยื่นเข้ามาเพื่อประวิงคดีให้ชักช้า โจทก์ก็ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ผู้ร้องวางเงินเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสำหรับความเสียหายที่อาจได้รับนั้นได้ และเมื่อศาลพิจารณาเป็นเช่นนั้น ศาลย่อมมีอำนาจที่จะสั่งให้ผู้ร้องวางเงินต่อศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนดได้ตามที่เห็นสมควร เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทน ฯลฯ ตามมาตรา 288(1)(อ้างฎีกาที่ 1293/2514)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสามสำนวนนี้เป็นมูลคดีที่เกี่ยวเนื่องจากคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องผิดสัญญากู้เงินศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินกู้ 20,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยไม่ชำระเงินให้โจทก์ โจทก์จึงยึดที่นาของจำเลยแปลงหนึ่งเนื้อที่ 28 ไร่ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินพิพาทที่โจทก์ยึดนั้นไม่ใช่ของจำเลยแต่เป็นที่ดินที่ผู้ร้องที่ 1 ซื้อจากผู้ร้องที่ 2 ขอให้ปล่อยที่พิพาทโจทก์ให้การว่า ที่พิพาทเป็นของผู้ร้องที่ 2 ได้ขายให้จำเลยในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ผู้ร้องที่ 1 ทำนาในที่พิพาท ศาลสั่งยกคำร้อง และโจทก์ได้ยื่นคำร้องว่าคำร้องของผู้ร้องขัดทรัพย์นั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงคดีให้ชักช้า

ทำให้โจทก์เสียหายศาลชั้นต้นพิจารณาตามคำแถลงของโจทก์และผู้ร้องแล้ว สั่งให้ผู้ร้องวางเงินจำนวน 6,000 บาท ต่อศาลภายใน 15 วัน เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในความเสียหายที่อาจจะได้รับผู้ร้องที่ 1 ไม่วางเงินภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ศาลชั้นต้นจึงสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และต่อมาผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้รอการขายทอดตลาดที่พิพาทที่ยึดนั้น ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำสั่งศาลชั้นต้นเป็นว่า ให้ผู้ร้องขัดทรัพย์วางเงินประกันค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 2,000 บาทภายในกำหนด 15 วันนับแต่วันทราบคำพิพากษาและให้รอการขายทอดตลาดที่พิพาทไว้โจทก์ฎีกาไม่ให้รอการขายทอดตลาดที่พิพาทผู้ร้องทั้งสองฎีกา ขอไม่ต้องวางเงินประกันค่าสินไหมทดแทน แต่ให้เสียค่าเช่า 500 บาทแทนค่าเสียหายที่โจทก์ฎีกาขอให้ขายทรัพย์ที่พิพาทนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องว่าทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้มิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาและขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคแรกบัญญัติให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่พิพาทนั้นไว้ระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาล แม้ต่อมาศาลจะสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องตามมาตรา 288(1) แล้ว แต่ผู้ร้องก็ยังคงอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นอยู่ โจทก์จะขอให้ขายทรัพย์พิพาทไม่ได้ที่ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกาว่าผู้ร้องไม่ต้องวางเงินเพื่อประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสำหรับความเสียหายที่อาจได้รับนั้น

เห็นว่ากรณีเป็นเรื่องที่โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาล เมื่อโจทก์เห็นว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่พิพาทเข้ามานั้นไม่มีมูล และยื่นเข้ามาเพื่อประวิงคดีให้ชักช้า โจทก์ก็ยื่นคำร้องต่อศาลได้ และเมื่อศาลได้พิจารณาเห็นเช่นนั้น ศาลย่อมมีอำนาจที่จะสั่งให้ผู้ร้องวางเงินต่อศาลภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดได้ตามที่เห็นสมควรเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคือโจทก์สำหรับความเสียหายที่อาจได้รับได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 288(1) และตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1293/2514พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมคิด มงคลชาติ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้