Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4071/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 1 ได้รับทุนของสภาประชากรแห่งสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนตัวโดยมิได้ผ่านทางหน่วยงานราชการ แม้จำเลยที่ 1 จะทำสัญญากับโจทก์ว่า หากจำเลยที่ 1 เสร็จการศึกษาแล้วไม่กลับมารับราชการหรือกลับมารับราชการเป็นเวลาน้อยกว่า 3 เท่าของเวลาที่ได้รับทุนหรือที่ได้รับเงินเดือน รวมทั้งเงินเพิ่มสุดแต่เวลาใดจะมากกว่ากัน จำเลยที่ 1 ตกลงจะชดใช้คืนซึ่งทุน และหรือเงินเดือนรวมทั้งเงินเพิ่มและหรือเงินอื่นใดที่จำเลยที่ 1 ได้รับจากทางราชการในระหว่างเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาหรืออบรม รวมทั้งเบี้ยปรับอีก 1 เท่า ให้แก่โจทก์ก็ตาม ก็มีผลเพียงต้องชดใช้เงินเดือนที่ได้รับระหว่างศึกษาต่อพร้อมเบี้ยปรับอีก 1 เท่า ไม่ต้องชดใช้ทุนคืนให้โจทก์แต่อย่างใด เพราะเงินทุนดังกล่าวมิได้เป็นเงินที่ได้รับจากทางราชการในระหว่างได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาหรือฝึกอบรม และมิได้เป็นทุนที่เจ้าของทุนมอบให้ทางรัฐบาลไทยหรือสถาบันในประเทศไทยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิดด้วยเช่นกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งรับราชการในสังกัดโจทก์ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยทุนของสภาประชากรอันเป็นมูลนิธิในประเทศสหรัฐอเมริกาและมอบทุนดังกล่าวให้แก่รัฐบาลไทย ทุนของสภาประชากรแห่งสหรัฐอเมริกาจัดเป็นทุนประเภท 1 (ข) ตามระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษาฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ จำเลยที่ 1 ทำสัญญาให้แก่โจทก์ว่า จำเลยที่ 1 จะปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว และตามระเบียบข้อบังคับอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับข้าราชการไปศึกษาและฝึกอบรม เมื่อจำเลยที่ 1 สำเร็จการศึกษาหรือถูกเรียกตัวกลับ จำเลยที่ 1 จะต้องรับราชการกับโจทก์หรือกระทรวง ทบวง กรม อื่น ๆ ตามที่ทางราชการเห็นสมควรเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่า ของเวลาที่ได้รับทุน หรือที่ได้รับเงินเดือนรวมทั้งเงินเพิ่มสุดแต่เวลาใดจะมากกว่ากันหากจำเลยที่ 1 ไม่ยอมกลับมารับราชการ

จำเลยที่ 1 ต้องชดใช้คืนทุนและหรือเงินเดือนรวมทั้งเงินเพิ่มและหรือเงินอื่นใดทั้งสิ้นให้แก่โจทก์พร้อมเบี้ยปรับอีก 1 เท่า หากจำเลยที่ 1 รับราชการไม่ครบกำหนด เงินที่จะชดใช้คืนและเบี้ยปรับจะลดลงตามส่วน ในกรณีที่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาดังกล่าว จำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้เงินคืนพร้อมเบี้ยปรับตามสัญญาภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากโจทก์ หากไม่ชำระภายในกำหนดหรือชำระไม่ครบ จำเลยที่ 1 ยอมให้คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในการทำสัญญาดังกล่าว จำเลยที่ 2เข้าเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้รับเงินทุนของสภาประชากรแห่งสหรัฐอเมริกาที่มอบให้รัฐบาลไทยเป็นเงินเดือนเบี้ยเลี้ยง ค่าเล่าเรียน และค่าโดยสารเครื่องบินรวมทั้งสิ้น25,887.72 เหรียญสหรัฐอเมริกา

จำเลยที่ 1 กลับมารับราชการกับโจทก์และขอลาออก โจทก์อนุมัติให้จำเลยที่ 1 ลาออกได้ จำเลยที่ 1ยอมชดใช้เงินเดือนที่รับไปจากโจทก์พร้อมเบี้ยปรับอีก 1 เท่าตามสัญญาจำเลยที่ 1 ต้องกลับมารับราชการกับโจทก์ต่อไปเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่า ของเวลาที่ได้รับทุนคิดเป็นเวลา 10 ปี 11 เดือน21 วัน แต่จำเลยที่ 1 รับราชการกับโจทก์เพียง 82 วัน จำเลยที่ 1จึงผิดสัญญาและต้องชดใช้เงินทุนพร้อมเบี้ยปรับอีก 1 เท่าให้โจทก์รวมเป็นเงิน 51,635.32 เหรียญสหรัฐอเมริกา โจทก์มีหนังสือทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองได้รับหนังสือทวงถามแต่เพิกเฉย ไม่ยอมชำระขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 51,635.32 เหรียญสหรัฐอเมริกา หรือจำนวน 1,190,194.13 บาท

นับแต่วันที่ 16 เมษายน 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า สภาประชากรแห่งสหรัฐอเมริกาเจ้าของทุนมิได้เจตนามอบทุนให้แก่รัฐบาลไทย แต่ตั้งใจมอบทุนให้จำเลยที่ 1 โดยตรงและไม่เคยแจ้งหรือเสนอให้ทุนที่ให้จำเลยที่ 1แก่รัฐบาลไทย และหรือกรมวิเทศสหการการจ่ายเงินทุนก็จ่ายให้จำเลยที่ 1 โดยตรงมิได้ผ่านรัฐบาลไทยหรือโจทก์ จำเลยที่ 1 ทำสัญญาโดยสำคัญผิดในสาระสำคัญว่าทุนที่จำเลยที่ 1 ได้รับเป็นทุนประเภท 1 (ข) ซึ่งความจริงไม่ใช่ทุนประเภท 1 (ข) สัญญาดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ที่จำเลยที่ 1 ชดใช้เงินเดือนที่จำเลยที่ 1 ได้รับในระหว่างที่ไปศึกษาต่อพร้อมเบี้ยปรับให้โจทก์ และโจทก์อนุมัติให้จำเลยที่ 1 ลาออกถือได้ว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และเป็นการปลดหนี้ให้จำเลยที่ 1 แล้ว

จำเลยที่ 1มิใช่เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันย่อมไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ที่โจทก์เรียกเบี้ยปรับจากจำเลยที่ 1 อีก 1 เท่าถือว่าเป็นการเรียกค่าเสียหาย เมื่อจำเลยที่ 1 ไปเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นกิจการส่วนหนึ่งของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายเต็มตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่าจำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดชดใช้ทุนที่จำเลยที่ 1 ได้รับจากสภาประชากรแห่งสหรัฐอเมริกาในระหว่างที่ไปศึกษาอยู่ในสหรัฐอเมริกาให้แก่โจทก์หรือไม่เพียงใด เห็นว่า ในกรณีที่จำเลยที่ 1 เสร็จการศึกษาแล้วไม่กลับมารับราชการหรือกลับมารับราชการเป็นเวลาน้อยกว่า 3 เท่า ของเวลาที่ได้รับทุนหรือที่ได้รับเงินเดือนรวมทั้งเงินเพิ่มสุดแต่เวลาใดจะมากกว่ากัน

จำเลยที่ 1 ตกลงจะชดใช้คืนซึ่งทุน และหรือเงินเดือนรวมทั้งเงินเพิ่มและหรือเงินอื่นใดที่จำเลยที่ 1 ได้รับจากทางราชการในระหว่างเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาหรือฝึกอบรม รวมทั้งเบี้ยปรับอีก 1 เท่า ให้แก่โจทก์ ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.3 ข้อ 3และข้อ 4 ดังนั้นเงินทุนที่จะต้องชดใช้คืนนั้นหมายถึงเงินที่ได้รับจากทางราชการในระหว่างได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาหรือฝึกอบรมเท่านั้นทุนที่จำเลยที่ 1 ได้รับเป็นทุนของสภาประชากรแห่งสหรัฐอเมริกาซึ่งนายบาเน็ท เอฟ. บารอน ตัวแทนอาวุโสของสภาประชากรแห่งสหรัฐอเมริกาประจำเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้เบิกความรับรองว่าทุนของสภาประชากรแห่งสหรัฐอเมริกามี 2 ประเภท คือ ประเภทที่ 1ให้แก่บุคคลทั่วไปหรือให้แก่เอกชน

ประเภทที่ 2 ให้แก่สถาบันโดยสถาบันจะเป็นผู้เลือกบุคคลที่จะได้รับทุนเอง จำเลยที่ 1ได้รับทุนประเภทที่ 1 ซึ่งเป็นทุนที่ให้แก่บุคคลทั่วไปไม่จำกัดว่าผู้รับทุนจะเป็นข้าราชการหรือไม่ และในการให้ทุนแก่จำเลยที่ 1 นั้นทางสภาประชากรแห่งสหรัฐอเมริกาไม่เคยแจ้งให้รัฐบาลไทยหรือสถาบันใดทราบเลย การจ่ายเงินทุนก็จ่ายให้จำเลยที่ 1 โดยตรงเป็นรายเดือน เป็นการให้ทุนส่วนบุคคล แม้จำเลยที่ 1 จะไม่รับราชการจำเลยที่ 1 ก็ได้รับทุน นายกฤช สมบัติศิริ ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการในสำนักงานโจทก์และเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์ก็เบิกความเป็นพยานจำเลยว่า ก่อนจะอนุมัติให้จำเลยที่ 1 ลาออกได้นำเรื่องปรึกษาคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนแล้วจำเลยที่ 1ชดใช้หนี้สินตามสัญญาครบถ้วนแล้ว

เงินทุนที่จำเลยที่ 1 ได้รับผู้ให้ทุนไม่เคยมอบเงินให้โจทก์ จึงไม่มีเงินที่จะต้องชดใช้ให้โจทก์ ซึ่งเห็นได้ว่าทุนที่จำเลยที่ 1 ได้รับนี้เป็นทุนที่ทางสภาประชากรแห่งสหรัฐอเมริกาให้แก่จำเลยที่ 1 เป็นการส่วนตัวมิใช่ทุนที่มอบให้รัฐบาลไทยและจำเลยที่ 1 ได้รับทุนดังกล่าวจากทางราชการอีกทอดหนึ่งอันจะต้องชดใช้ตามสัญญา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าข้อความในหนังสือที่สภาประชากรมีถึงจำเลยที่ 1 เอกสารหมาย ล.4หมายถึงสภาประชากรจะไม่เรียกเงินทุนคืนหรือมีความผูกพันใด ๆกับผู้รับทุน ถ้าจำเลยที่ 1 จะมีข้อตกลงผูกพันใด ๆ กับโจทก์ก็เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชอบเอาเองตามข้อตกลงนั้น ๆไม่เกี่ยวข้องกับสภาประชากร เมื่อจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเอกสารหมาย จ.3ไว้แก่โจทก์ และทุนของสภาประชากรแห่งสหรัฐอเมริกาเป็นทุนประเภท 1 (ข) ซึ่งเป็นทุนที่องค์การระหว่างประเทศมอบให้แก่รัฐบาลไทยและรัฐบาลไทยตกลงรับทุนนั้น โดยกรมวิเทศสหการได้ประกาศให้เป็นทุนประเภท 1 (ข) แล้วตามระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษาฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ เอกสารหมาย จ.9 และประกาศกรมวิเทศสหการเอกสารหมาย

จ.10 จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดตามสัญญานั้นเห็นว่าทุนประเภท 1 (ข) ตามประกาศกรมวิเทศสหการ เอกสารหมาย จ.10และระเบียบเอกสารหมาย จ.9 นั้น หมายถึงทุนที่เจ้าของทุนมอบให้ทางรัฐบาลไทยหรือสถาบันในประเทศไทยเท่านั้นไม่ครอบคลุมถึงทุนที่ผู้ได้รับทุนได้รับเป็นส่วนตัว ทั้งในเอกสารหมาย ล.4 หน้า 2บรรทัดที่ 1 ได้ระบุไว้ชัดแจ้งแล้วว่าทุนนี้ได้จ่ายให้กับจำเลยที่ 1โดยตรง มิใช่ให้กับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดังนั้นเมื่อจำเลยที่ 1 มิได้รับทุนของสภาประชากรแห่งสหรัฐอเมริกาโดยผ่านทางหน่วยงานราชการแต่ได้รับเป็นส่วนตัว แม้จำเลยที่ 1จะได้ทำสัญญาเอกสารหมาย จ.3 ไว้กับโจทก์ก็ตาม ก็มีผลเพียงต้องชดใช้เงินเดือนและเบี้ยปรับซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ชำระไปแล้วเท่านั้นจำเลยที่ 1 ไม่ต้องชดใช้ทุนคืนให้โจทก์พร้อมเบี้ยปรับตามฟ้องแต่อย่างใด จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิดด้วยเช่นกันพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุม สุกแสงเปล่ง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้