Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4058/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กิจการร่วมค้า ค. จัดตั้งขึ้นโดยโจทก์กับบริษัท พ. ส่วนจำเลยเป็นเพียงกรรมการคนหนึ่งซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนบริษัท พ. เท่านั้น สัญญากิจการร่วมค้าจึงผูกพันเฉพาะบริษัท พ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหาก หาผูกพันจำเลยไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยขอให้เลิกกิจการร่วมค้า ค. และชำระบัญชี แม้บริษัท พ. ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท และเสร็จการชำระบัญชี และผู้ชำระบัญชีบริษัท พ. ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ก็ไม่เป็นเหตุที่จะทำให้โจทก์ฟ้องจำเลยได้ ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยลงชื่อในเอกสารขอเบิกเงินของกิจการร่วมค้า ค. ตามบัญชีกระแสรายวันและบัญชีเงินฝากรวม 3 บัญชี ร่วมกับโจทก์ในนามของกิจการร่วมค้า ค. ตลอดจนลงชื่อในเอกสารขอปิดบัญชีทั้งสามบัญชีดังกล่าวกับธนาคาร ฮ. ก็เป็นเรื่องการขอจัดการทรัพย์สินที่สืบเนื่องมาจากการขอเลิกกิจการร่วมค้า ค. อันถือได้ว่าเป็นการขอชำระบัญชีนั่นเอง โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยไม่ได้เช่นกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า บริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2532 มีนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์หรือนางสาวสมพร จำเลยลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท วันที่ 20 พฤศจิกายน 2533 โจทก์และบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ร่วมกันจัดตั้งกิจการร่วมค้าชื่อ "กิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์" เพื่อรับเหมาก่อสร้างอาคารตามโครงการต่างๆ และร่วมกันเปิดบัญชีกระแสรายวัน 1 บัญชี และบัญชีเงินฝากประจำ 2 บัญชี กับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบ๊งกิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพมหานคร โดยกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการเบิกถอนเงินจากบัญชีทั้งสามดังกล่าวว่านายพงษ์ประพาฬผู้แทนของโจทก์ลงชื่อร่วมกับนายโรเบิร์ต

ไมเคิล เบนเนทท์หรือจำเลยซึ่งเป็นผู้แทนของบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด รวมเป็นสองคน หลังจากกิจการร่วมค้าคิดซัน เบนเนทท์ ดำเนินงานก่อสร้างเสร็จ โจทก์จัดทำบัญชีของกิจการร่วมค้าปรากฏว่ากิจการร่วมค้ามีเงินฝากในบัญชีธนาคารดังกล่าวและต้องชำระเงินทดรองจ่ายคืนโจทก์และบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด เงินประกันผลงานของผู้รับเหมาช่วง ค่าสอบบัญชี ค่าใช้จ่ายในการปิดกิจการร่วมค้า ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าภาษีเงินได้นิติบุคคล ต่อมาโจทก์ทราบภายหลังว่าบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทโดยมีนายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์ เป็นผู้ชำระบัญชีบริษัทและได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2538 โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญากิจการร่วมค้าคินซัน

เบนเนทท์ และแจ้งให้นายโรเบิร์ต ไมเคิล เบนเนทท์ ซึ่งอยู่ต่างประเทศ กับจำเลยทำหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์เป็นผู้รับมอบอำนาจในการเบิกถอนเงินและปิดบัญชีดังกล่าว แต่บุคคลทั้งสองเพิกเฉย ขอให้พิพากษาให้เลิกกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ และให้ชำระบัญชี กับให้จำเลยลงชื่อร่วมกับโจทก์ในเอกสารขอเบิกเงินและปิดบัญชีจากบัญขีกระแสรายวัน 1 บัญชี และบัญชีเงินฝากประจำ 2 บัญชี ของกิจการร่วมค้าคินซันเบนเนทท์ ที่มีกับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบ๊งกิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพมหานคร หากจำเลยไม่ยอมลงชื่อในเอกสารดังกล่าวให้ถือคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาคำพ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องได้ความว่า กิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ จัดตั้งขึ้นโดยโจทก์กับบริษัทพี พีเอส เบนเนทท์ จำกัด ตามสัญญากิจการร่วมค้าเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 3 ส่วนจำเลยเป็นเพียงกรรมการคนหนึ่งซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด เท่านั้น มิใช่คู่สัญญากับโจทก์สัญญากิจการร่วมค้าจึงผูกพันเฉพาะบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหาก หาผูกพันจำเลยไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยขอให้เลิกกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนนท์ และชำระบัญชี แม้บริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท และเสร็จการชำระบัญชี และนายโรเบิร์ต

ไมเคิล เบนเนทท์ ผู้ชำระบัญชีบริษัทพีพีเอส เบนเนทท์ จำกัด ไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยดังที่โจทก์อ้างก็ไม่เป็นเหตุที่จะทำให้โจทก์ฟ้องจำเลยได้ ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยลงชื่อในเอกสารขอเบิกเงินของกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ ตามบัญชีกระแสรายวันและบัญชีเงินฝากรวม 3 บัญชี ร่วมกับโจทก์ในนามของกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ ตลอดจนลงชื่อในเอกสารขอปิดบัญชีทั้งสามบัญชีดังกล่าวกับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบ๊งกิ้งคอร์เปอเรชั่น จำกัด สาขากรุงเทพมหานคร นั้น ก็เป็นเรื่องการขอจัดการทรัพย์สินที่สืบเนื่องมาจากการขอเลิกกิจการร่วมค้าคินซัน เบนเนทท์ อันถือได้ว่าเป็นการขอชำระบัญชีนั่นเอง โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยไม่ได้เช่นกัน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระศักดิ์ นิศามณี · พิทักษ์ คงจันทร์ · ตรีวุฒิ สาขากร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้