Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาจ้างแรงงานมีกำหนดเวลาจ้างที่แน่นอน และมีข้อความกำหนดวิธีการที่จะต่อสัญญาหรือเลิกสัญญาไว้ว่า ผู้ว่าจ้างจะได้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบ เมื่อนายจ้างต่ออายุสัญญาออกไป จึงเป็นการกำหนดระยะเวลาในการจ้างขึ้นใหม่ ไม่ใช่เป็นการขยายระยะเวลาในสัญญาเดิม จึงไม่กระทบกระเทือนต่อกำหนดเวลาในสัญญาเดิมที่ระบุจำนวนปีแน่นอนอยู่แล้ว ส่วนการเลิกสัญญา ซึ่งอาจมีขึ้นก็เป็นเรื่องที่จะตกลงกันใหม่ยกเลิกกำหนดเวลาในสัญญาเดิมเสีย หาใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาในสัญญาจ้างฉบับเดิมไม่ สำหรับข้อความตามสัญญาที่ว่าถ้าไม่มีการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบ ให้ถือว่าการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างตามสัญญานั้นมีไว้เพื่อเป็นการลดหน้าที่ของผู้ว่าจ้างในกรณีไม่ต่ออายุสัญญาเท่านั้น ไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงความแน่นอนของระยะเวลาตามสัญญาจ้างที่มีอยู่แล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำมีกำหนด 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 10พฤษภาคม 2516 ต่อมาวันที่ 14 พฤษภาคม 2518 จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำให้ทำงานในตำแหน่งเดิมมีกำหนด 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2518 ครั้นวันที่ 30 มกราคม 2519 ซึ่งเป็นเวลาก่อนครบอายุสัญญาจ้างฉบับที่ 2 จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่า เมื่อครบอายุสัญญาจ้างแล้วจำเลยจะไม่ต่ออายุสัญญาไปอีก ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าสัญญาจ้างทั้งสองฉบับเป็นสัญญาจ้างที่มีกำหนดเวลาแน่นอนหรือไม่ พิเคราะห์สัญญาข้อ 4 ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 และ 2 แล้ว

มีข้อความทำนองเดียวกันว่า "ก่อนครบอายุสัญญานี้สามเดือน หากผู้จ้างต้องการจะต่ออายุสัญญาไปอีกเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเป็นระยะเวลาเท่าใด ผู้ว่าจ้างจะได้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบ (ถ้าไม่มีการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบ ให้ถือว่าการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างเพียง 1 ปีตามข้อ 1) และในกรณีที่ผู้รับจ้างหรือผู้ว่าจ้างประสงค์จะเลิกสัญญา จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้แต่ละฝ่ายทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือนเช่นเดียวกัน" ข้อความภายในวงเล็บปรากฏอยู่ในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 แต่ไม่ปรากฏในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ศาลฎีกาพิเคราะห์เอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวแล้ว เห็นว่า กำหนดเวลา 2 ปี ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ก็ดี

กำหนดเวลาปี 1 ปี ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ก็ดี เป็นกำหนดเวลาที่แน่นอน ส่วนข้อความที่ว่าหากผู้ว่าจ้างจะต่ออายุสัญญาไปอีกเป็นเวลาเท่าใด หรือในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดประสงค์จะเลิกสัญญาจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือนนั้น เป็นวิธีการที่จะต่อสัญญาหรือเลิกสัญญาเท่านั้นการที่นายจ้างต่ออายุสัญญาออกไปเป็นการกำหนดระยะเวลาในการจ้างขึ้นใหม่ ไม่ใช่เป็นการขยายระยะเวลาในสัญญาฉบับเดิม จึงไม่เป็นการกระทบกระเทือนต่อกำหนดเวลาในสัญญาเดิมที่ระบุจำนวนปีแน่นอนอยู่แล้ว ส่วนการเลิกสัญญาซึ่งอาจมีขึ้นเพราะเหตุการณ์ในอนาคต ก็เป็นเรื่องที่นายจ้างกับลูกจ้างจะทำความตกลงกันใหม่ยกเลิกกำหนดเวลาในสัญญาเดิมเสียหาใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาในสัญญาจ้างฉบับเดิมแต่ประการใดไม่สำหรับข้อความในวงเล็บตามสัญญาท้ายฟ้องหมายเลข 2 นั้น

มีไว้เพื่อเป็นการลดหน้าที่ของผู้ว่าจ้างในกรณีไม่ต่ออายุสัญญาจ้างเท่านั้น ไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงความแน่นอนของระยะเวลาตามสัญญาจ้างที่มีอยู่แล้วทั้งข้อเท็จจริงในคดีก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยทำสัญญาจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าชดเชย ศาลฎีกาจึงเห็นว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์และจำเลย มีกำหนดระยะเวลาจ้างแน่นอน เมื่อจำเลยไม่จ้างโจทก์ต่อไปภายหลังระยะเวลาการจ้างตามสัญญาจ้างฉบับที่ 2 สิ้นสุดลง จำเลยก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ ส่วนหนังสือของผู้อำนวยการกองคุ้มครองแรงงาน ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 9 เป็นเพียงความเห็นของเจ้าหน้าที่ในกรมแรงงานเท่านั้นไม่ใช่หลักกฎหมายคำพิพากษาฎีกาที่ 1601/2523 ที่โจทก์อ้างรูปคดีไม่ตรงกับคดีนี้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้