Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4047/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 คำว่า "บุตร" ตามมาตรา 73 (2) มิได้หมายถึงบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น แต่รวมถึงบุตรอันแท้จริงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตนด้วย เมื่อโจทก์เป็นบุตรอันแท้จริงของผู้ประกันตนซึ่งถึงแก่ความตาย โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายตามมาตรา 73 (2)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2546 นายจือ แซ่ฮึง ผู้ประกันตน ซึ่งเป็นบิดาที่แท้จริงของโจทก์ทั้งสิบสามคนได้ถึงแก่ความตาย โจทก์ทั้งสิบสามในฐานะบุตรที่แท้จริงจึงได้ยื่นเรื่องขอรับเงินค่าทำศพและเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายจากสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 แต่ได้รับการปฏิเสธในการจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายโดยอ้างเหตุว่าโจทก์ทั้งสิบสามไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตน โจทก์ทั้งสิบสามได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ โดยอ้างว่ามีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4940/2545 วินิจฉัยไว้แล้วว่า บุตรตามมาตรา 73 (2) หมายความถึงบุตรอันแท้จริงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตนด้วย แต่คณะกรรมการอุทธรณ์ก็ยังมีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสิบสามโดยอ้างเหตุผลว่า

โจทก์ทั้งสิบสามไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตน คำสั่งของสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสิบสาม เพราะโจทก์ทั้งสิบสามแม้จะไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายจือ แซ่ฮึง ผู้ประกันตน แต่โจทก์ทั้งสิบสามก็เป็นบุตรที่แท้จริงของผู้ประกันตน โดยผู้ประกันตนได้ให้การศึกษาเลี้ยงดูอยู่อาศัยร่วมกันมาโดยตลอด ยกว้นโจกท์บางคนที่ได้มีครอบครัวและแยกครอบครัวไปแต่ก็ยังคงไปมาหาสู่ในฐานะบิดาและบุตรโดยตลอด โจทก์ทั้งสิบสามเห็นว่าโจทก์ทั้งสิบสามเป็นบุตรตามความหมายของคำว่าบุตรที่ประกฏในมาตรา 73 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ซึ่งมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตายกับทั้งยังมีคำวินิจฉัยของศาลฎีกาที่ได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายในมาตรานี้ไว้แล้ว โดยผู้อำนวยการสำนังงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 และคณะกรรมการอุทธรณ์ก็ได้รับทราบว่ามีคำวินิจฉัยดังกล่าวแต่ก็ยังปฏิเสธการจ่ายเงินให้โจทก์ทั้งสิบสาม

การกระทำดังกล่าวเป็นการจงใจทำให้โจทก์ทั้งสิบสามได้รับความเสียหาย ขอเรียกค่าเสียหายในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของ ต้นเงิน 75,000 บาท นับแต่วันที่ 13 มีนาคม 2546 อันเป็นวันที่ปฏิเสธการจ่ายเงินเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ที่ 796/2546 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2546 และให้สำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายให้โจทก์ทั้งสิบสามจำนวน 75,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของเงินต้นดังกล่าวนับแต่วันที่ 13 มีนาคม 2546 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ที่ 796/2546 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2546 ที่วินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสิบสามไม่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีถึงแก่ความตายของนายจือ แซ่ฮึง ผู้ประกันตน ชอบด้วยเหตุผลตามข้อกฎหมายแล้ว หามีเหตุต้องยกเลิกเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงแต่ประการใดไม่ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 796/2546 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2546 และให้จำเลยจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายให้แก่โจทก์ทั้งสิบสามตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 73 คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาได้ความว่า โจทก์ทั้งสิบสามเป็นบุตรของนางชุนหง ปิงสุทธิวงศ์ กับนายจือ แซ่ฮึง ผู้ประกันตนซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2546 ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายด้วยอาการเส้นเลือดหัวใจตีบและปอดอักเสบ โจทก์ทั้งสิบสามได้ยื่นคำขอรับเงินประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย คือ เงินสงเคราะห์ต่อสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งว่า โจทก์ทั้งสิบสามมิใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตน จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ โจทก์ทั้งสิบสามอุทธรณ์คณะกรรมการอุทธรณ์พิจารณาแล้วมีคำวินิจฉัยที่ 796/2546 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2546 ให้ยกอุทธรณ์ โดยวินิจฉัยว่า

มารดาของโจทก์ทั้งสิบสามมิได้จดทะเบียนสมรสกับผู้ประกันตน โจทก์ทั้งสิบสามจึงมิใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตน ไม่มีสิทธิรับเงินประโยชน์ทดแทนที่เป็นเงินสงเคราะห์ คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า โจทก์ทั้งสิบสามเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย ในฐานะบุตรตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 73 (2) หรือไม่ ข้อนี้จำเลยอุทธรณ์ว่า บุตรที่จะได้รับเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายจะต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น เมื่อโจทก์ทั้งสิบสามมิใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตนจึงไม่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราห์ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ไม่ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า

"บุตร" ว่ามีความหมายอย่างไร ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวก็มีการบัญญัติถึงบุตรไว้สองแบบ กล่าวคือ ในหมวด 5 ว่าด้วยประโยชน์ทดแทนในกรณีตามมาตรา 73 (2) เกี่ยวกับเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย ใช้คำว่า "บุตร" ส่วนในหมวด 6 ว่าด้วยประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร ตามมาตรา 75 ตรี ใช้คำว่า "บุตรชอบด้วยกฎหมาย" และในหมวด 7 ว่าด้วยประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพตามมาตรา 77 จัตวา (1) ใช้คำว่า "บุตรชอบด้วยกฎหมาย" เมื่อใช้คำต่างกันในพระราชบัญญัติเดียวกันนี้ แสดงว่ามีความประสงค์จะให้ความหมายของคำว่า "บุตร" แตกต่างไปจากคำว่า "บุตรชอบด้วยกฎหมาย" เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 แล้วจะเห็นได้ว่าเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อสร้างหลักประกันให้แก่ลูกจ้างและบุคคลอื่น โดยจัดตั้งกองทุนประกันสังคมขึ้นมาเพื่อให้การสงเคราะห์แก่ลูกจ้างและบุคคลอื่นที่ประสบอันตราย

เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตายอันมิใช่เนื่องมาจากการทำงาน ทั้งนี้ โดยมุ่งหมายให้เป็นสวัสดิการแก่ลูกจ้างและครอบครัว ซึ่งลูกจ้างผู้ประกันตนส่วนใหญ่มักจะอยู่กินฉันสามีภริยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส นอกจากนี้เมื่อพิจารณาถึงเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายตามมาตรา 73 (2) (ก) และ (ข) ก็คือเงินสมทบส่วนหนึ่งที่ผู้ประกันตนได้ส่งไว้แล้วกฎหมายจึงบัญญัติให้เฉลี่ยจ่ายแก่สามีภริยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน จึงเห็นว่าตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 คำว่า "บุตร" ตามมาตรา 73 (2) จึงมิได้หมายถึงบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ดังที่จำเลยอุทธรณ์มาเท่านั้น แต่รวมถึงบุตรอันแท้จริงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตนด้วย

เมื่อโจทก์ทั้งสิบสามเป็นบุตรอันแท้จริงของผู้ประกันตนซึ่งถึงแก่ความตายโจทก์ทั้งสิบสามจึงมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 73 (2) ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รัตน กองแก้ว · ชวลิต ยอดเณร · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้