Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยอาจให้ทนายความไปศาลถามค้านพยานโจทก์ โดยจำเลยไม่ต้องไปศาลก็ได้ แต่ทนายจำเลยได้ทิ้งคดีไม่ไปศาลเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาตามหน้าที่โดยไม่แจ้งให้จำเลยทั้งสองทราบ ทั้งได้ย้ายภูมิลำเนาหลบหนีการถูกดำเนินคดีอาญาในคดีอื่นไปอยู่ที่ใดไม่ปรากฏ ทำให้จำเลยทั้งสองไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาในวันนัดนั้นได้ การที่จำเลยทั้งสองไม่ไปศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองจงใจขาดนัดพิจารณา จึงสมควรที่จะให้มีการพิจารณาคดีใหม่ตามคำร้อง ของ จำเลยทั้งสอง.

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามให้ร่วมกันรับผิดตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี จำเลยทั้งสามขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้ตามฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่และคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ขาดนัดโดยจงใจให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับจำเลยที่ 2 ที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาว่า จำเลยที่ 2ที่ 3 จงใจขาดนัดพิจารณาหรือไม่ ทางไต่สวนจำเลยที่ 2 ที่ 3 นำสืบว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้แต่งตั้งให้นายอำนาจ นุ้ยแนบ เป็นทนายความเมื่อจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้รับหมายนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 17เมษายน 2529 แล้ว

ได้สอบถามทนายความว่าจะต้องไปศาลในวันนัดนั้นหรือไม่ ทนายความแจ้งว่า จำเลยทั้งสองไม่ต้องไปศาลเพราะเป็นนัดสืบพยานโจทก์ หลังวันที่ 17 ประมาณ 2-3 วัน จำเลยที่ 2 โทรศัพท์ถามทนายความได้ความว่า ทนายความขอเลื่อนและศาลได้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 4 มิถุนายน 2529 ต่อมาเมื่อประมาณวันที่ 23 หรือ 24พฤษภาคม 2529 จำเลยที่ 2 ได้สอบถามทนายความว่า จะต้องทำอะไรบ้างในวันที่ 4 ทนายความตอบว่าไม่ต้องทำอะไร เพราะเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงไม่ได้ไปศาลในวันนัดนั้น ครั้นวันที่ 5มิถุนายน 2529 จำเลยที่ 2 ไปหาทนายความที่สำนักงาน ปรากฏว่าสำนักงานทนายความปิด เลิกกิจการ สอบถามเจ้าของบ้านได้ความว่าทนายความได้ขนย้ายสิ่งของในสำนักงานออกไปหมด

จำเลยที่ 2 จึงไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำเรื่องขออนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการโจทก์ไม่ติดใจสืบพยานศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ศาลชั้นต้นได้กำหนดนัดวันสืบพยานโจทก์ และแจ้งวันนัดให้จำเลยทั้งสองทราบโดยชอบแล้ว คดีมีปัญหาที่จะต้องพิจารณาต่อไปว่ามีเหตุสมควรเชื่อว่าจำเลยทั้งสองไปศาลไม่ได้หรือไม่ เห็นว่า ในการพิจารณาคดีสืบพยานโจทก์นั้น จำเลยทั้งสองอาจจะให้ทนายความไปศาล ถามค้านพยานที่โจทก์นำสืบโดยจำเลยทั้งสองไม่ต้องไปศาลก็ได้ การที่ทนายความของจำเลยทั้งสองไม่ได้ไปศาลตามกำหนดนัดนั้น ได้ความจากการไต่สวนว่า ทนายความทิ้งคดีไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาตามหน้าที่ของทนายความโดยไม่แจ้งให้จำเลยทั้งสอทราบ และย้ายภูมิลำเนาไปอยู่

ณ ที่แห่งใดก็ไม่ปรากฏ เพราะทนายความถูกแจ้งความและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำเรื่องขออนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการ จึงหลบหนีไปทำให้จำเลยทั้งสองไม่อาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาในวันนัดนั้นได้ ดังนี้มีเหตุสมควรเชื่อว่าที่จำเลยทั้งสองขาดนัดมาศาลไม่ได้นั้น มิได้จงใจที่จะขาดนัดพิจารณา และเมื่อจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207, 208 แล้วจึงสมควรที่จะให้พิจารณาใหม่ตามคำร้องของจำเลยทั้งสอง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยเริ่มตั้งแต่สืบพยานโจทก์เป็นต้นไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · นาม ยิ้มแย้ม · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้