Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4040/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยแต่งทนายและยื่นคำให้การปฏิเสธความรับผิดตามฟ้อง แสดงว่าประสงค์จะต่อสู้คดีจนถึงที่สุด ทั้งจำเลยและทนายก็มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์แต่ผิดเวลาไป คือมาศาลหลังจากที่ศาลสั่งขาดนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ไปแล้ว พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยเข้าใจผิดเรื่องเวลานัดของศาลเนื่องจากทนายจำเลยจดเวลานัดในสมุดนัดผิดพลาดถือได้ว่าจำเลยไม่ได้จงใจขาดนัดพิจารณา และขอพิจารณาคดีใหม่ได้ จำเลยมาศาลหลังจากเริ่มต้นสืบพยานไปแล้ว แต่ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษา ถือได้ว่าอยู่ในระหว่างพิจารณาคดีฝ่ายเดียว จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ในระยะเวลาดังกล่าว เป็นการขอตาม ป.วิ.พ. มาตรา 205 วรรคสอง ไม่ต้องกล่าวขอคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลในคำร้องดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 208 วรรคท้าย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณาแล้วทำการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิพากษาใหม่อ้างว่ามิได้จงใจขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ให้ยกคำร้อง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องและดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ศาลชั้นต้นนัดสืบพยาโจทก์วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๓๐ เวลา ๙ นาฬิกา เมื่อถึงวันนัดจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่อ้างว่าทนายจำเลยได้จดเวลานัดลงในสมุดนัดผิดพลาดเป็นเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา จำเลยทั้งสองมิได้จงใจขาดนัด คดีมีปัญหาว่าจำเลยทั้งสองขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้หรือไม่ ตามทางไต่สวนได้ความจากจำเลยทั้งสองเบิกความว่า ได้รับคำบอกกล่าวจากทนายจำเลยก่อนวันนัดประมาณ ๑-๒ วันว่าศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๓๐ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา จำเลยทั้งสองจึงมาศาลในวันนัดเวลาประมาณ ๑๒ นาฬิกา นายจำเนียร นาคประสิทธิ์ศักดิ์ทนายความเบิกความประกอบว่า พยานเข้าใจผิดเรื่องเวลานัดเป็นว่าศาลนัดเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา จึงได้สั่งให้จำเลยทั้งสองมาศาลตามเวลาดังกล่าวเพื่อหาทางตกลงประนีประนอมกับโจทก์

เห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองได้แต่งทนายและยื่นคำให้การปฏิเสธความรับผิดตามฟ้อง แสดงว่าจำเลยทั้งสองประสงค์จะสู้คดีจนถึงที่สุด ทั้งจำเลยทั้งสองและทนายจำเลยก็มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ หากแต่ผิดเวลาไป คือมาศาลภายหลังจากที่ศาลเริ่มต้นสืบพยานโจทก์ไปแล้ว ตามพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจำเลยเข้าใจผิดในเรื่องเวลานัดของศาลดังที่จำเลยอ้างจริง การขาดนัดของจำเลยจึงมิได้เป็นไปโดยจงใจ จำเลยย่อมขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้

ที่โจทก์ฎีกาว่า คำขอพิจารณาใหม่ของจำเลยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ เพราะมิได้คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เห็นว่าการที่จำเลยทั้งสองมาศาลภายหลังจากที่ได้เริ่มต้นสืบพยานไปแล้ว แต่ศาลยังมิได้มีคำพิพากษา ถือได้ว่าอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียว เมื่อจำเลยทั้งสองยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ในระยะเวลาดังกล่าว จึงเป็นการยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๕ วรรค ๒ คำร้องไม่จำต้องกล่าวข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลดังที่บัญญัติไว้ตามมาตรา ๒๐๘ วรรคท้าย เมื่อฟังได้ว่าการขาดนัดของจำเลยทั้งสองมิได้เป็นไปโดยจงใจ จำเลยก็มีสิทธิที่จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบแล้ว แต่ที่ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องและดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามรูปคดีนั้น ยังไม่ถูกต้องเพราะศาลชั้นต้นได้ดำเนินการไต่สวนคำร้องของจำเลยและมีคำสั่งในเรื่องขอให้พิจารณาคดีใหม่แล้ว จึงไม่ต้องไต่สวนและมีคำสั่งใหม่อีก

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่โดยเริ่มตั้งแต่สืบพยานโจทก์เป็นต้นไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต วราโห · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เกียรติ จาตนิลพันธุ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเชื้อ เจียมรัตนกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้