Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4035/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ถูกจับกุมเพราะคำซัดทอดของจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นคนร้ายด้วยกัน หาใช่เพราะการสืบสวนของเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมก็ตาม แต่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ถูกลักนั้น จำเลยทั้งสามร่วมกันแยกชิ้นส่วนออกและเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมตรวจค้นพบยังสถานที่ซึ่งตรงกับที่จำเลยที่ 1 บอกประกอบกับจำเลยที่ 2 และที่ 3ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนในความผิดลักทรัพย์โดยให้การเป็นขั้นเป็นตอนว่าได้แบ่งหน้าที่กันทำอย่างไรในการลักรถจักรยานยนต์ยากที่พนักงานสอบสวนจะแต่งเรื่องขึ้นเอง น่าเชื่อว่าให้การรับสารภาพไปตามความจริงที่เกิดขึ้นและด้วยความสมัครใจ และจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 นำเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมไปชี้จุดทิ้งโครงตัวถังรถ ดังนี้ จึงนำคำซัดทอดของจำเลยที่ 1 มารับฟังประกอบคำเบิกความของเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมกับพนักงานสอบสวนตลอดจน พยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 58, 83, 335(1)(7)(8), 336 ทวิ, 357 และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคารถจักรยานยนต์จำนวน 58,124.95 บาท แก่ผู้เสียหายกับให้บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยทั้งสามในคดีนี้และให้ริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร4 ล - 3002 ที่ใช้ในการกระทำผิดจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหารับของโจร แต่ปฏิเสธข้อหาลักทรัพย์และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีใหม่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้คืนชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์4 รายการที่ประกอบติดอยู่ที่รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน

กรุงเทพมหานคร 4 ล - 3002 แก่ผู้เสียหาย ส่วนประกอบของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวนอกจากนั้นคืนแก่เจ้าของคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกันรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก,83 จำคุกคนละ 3 ปี คำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2และที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละหนึ่งในสาม เป็นจำคุกคนละ 2 ปี บวกกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 1465/2540 และ 1464/2540 ของศาลชั้นต้นอีกคนละ 6 เดือน รวมเป็นโทษจำคุกทั้งสิ้นคนละ 2 ปี 6 เดือน และให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันคืนรถจักรยานยนต์แก่ผู้เสียหาย

ยกเว้นเครื่องรถจักรยานยนต์ถังน้ำมันและตัวถังรถจักรยานยนต์ซึ่งผู้เสียหายได้รับคืนแล้ว หากคืนรถจักรยานยนต์ไม่ได้ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันใช้ราคาแทน โดยให้หักราคาเครื่องรถจักรยานยนต์ถังน้ำมันและตัวถังรถจักรยานยนต์ออกจากราคา 58,124.95 บาท ด้วย ส่วนข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าก่อนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ถูกจับกุมประมาณ 1 สัปดาห์ รถจักรยานยนต์คันตามฟ้องซึ่งนายพิชัย จั่นถลา ผู้เสียหายเช่าซื้อมาถูกคนร้ายลักไปจากบ้านพัก ต่อมาวันที่ 3 พฤศจิกายน 2541 พันตำรวจตรีวัชรินทร์ ประสพดีกับพวกจับกุมจำเลยที่ 1 ก่อน แล้วจึงจับกุมจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ในวันเดียวกันนั้น

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของพันตำรวจตรีวัชรินทร์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมว่า เมื่อจับกุมจำเลยที่ 1 ได้ จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 2และที่ 3 เป็นคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย พันตำรวจตรีวัชรินทร์จึงขอออกหมายค้นบ้านจำเลยที่ 1 กับบ้านจำเลยที่ 2 และที่ 3 พบชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่บ้านจำเลยที่ 1 แล้วจึงไปค้นบ้านจำเลยที่ 2และที่ 3 พบรถจักรยานยนต์ที่ได้มาจากการลักทรัพย์รายอื่นที่บ้านจำเลยที่ 2ส่วนที่บ้านจำเลยที่ 3 ไม่พบรถจักรยานยนต์หรือชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์และจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยังได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 นำพันตำรวจตรีวัชรินทร์ไปค้นหาชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ที่อ้างว่านำไปทิ้งไว้ในคลองภาษีเจริญปรากฏว่าพบโครงรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย และชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์คันอื่นอีกหลายรายการที่ได้จากการลักทรัพย์รายอื่น

เห็นว่า แม้จะได้ความจากพันตำรวจตรีวัชรินทร์ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ถูกจับกุมดำเนินคดีเพราะคำซัดทอดของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคนร้ายด้วยกัน หาใช่เพราะการสืบสวนของพันตำรวจตรีวัชรินทร์ก็ตาม แต่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ถูกลักจำเลยทั้งสามร่วมกันแยกชิ้นส่วนต่าง ๆ ออก และพันตำรวจตรีวัชรินทร์ได้ตรวจค้นพบยังสถานที่ซึ่งตรงกับจำเลยที่ 1 บอก ประกอบกับในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต่างให้การรับสารภาพต่อร้อยตำรวจโทกฤษ สถานสุข พนักงานสอบสวนในความผิดฐานลักทรัพย์ โดยให้การเป็นขั้นเป็นตอนว่าในการลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายได้แบ่งหน้าที่กันทำอย่างไร ปรากฏตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวน ย่อมเป็นการยากที่พนักงานสอบสวนจะแต่งเรื่องขึ้นเองน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3ให้การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนไปตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นและด้วยความสมัครใจ

ประกอบกับพันตำรวจตรีวัชรินทร์ผู้จับกุมได้เบิกความยืนยันตอนหนึ่งว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1นำพันตำรวจตรีวัชรินทร์ไปชี้จุดทิ้งโครงตัวถังรถจักรยานยนต์ที่คลองภาษีเจริญตามบันทึกการจับกุม เมื่อไม่ปรากฏว่าพันตำรวจตรีวัชรินทร์พยานโจทก์ผู้ร่วมจับกุมและร้อยตำรวจโทกฤษซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 มาก่อน พยานโจทก์ทั้งสองต่างเป็นเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติการตามหน้าที่ จึงไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ต้องรับโทษเช่นนี้ คำซัดทอดของจำเลยที่ 1 ที่ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกระทำความผิดฐานลักทรัพย์เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้รับประโยชน์จากคำซัดทอดเพื่อให้ตนเองพ้นผิดหรือได้รับโทษน้อยลง จึงนำคำซัดทอดนั้นมารับฟังประกอบคำเบิกความของพันตำรวจตรีวัชรินทร์ผู้จับกุมจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับร้อยตำรวจโทกฤษพนักงานสอบสวนตลอดจนพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้

พยานโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคงเพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3ร่วมกันเป็นคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายในเวลากลางคืนดังฟ้องข้อต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่มีน้ำหนักมั่นคงเพียงพอให้รับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3ฟังไม่ขึ้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกันรับของโจรนั้น จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาอนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาบวกโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 และที่ 3ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1465/2540 และ 1464/2540 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 และที่ 3 คดีนี้นั้น เนื่องจากศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 9540/2541 ให้บวกโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในคดีดังกล่าวแล้ว จึงไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะนำโทษของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในคดีดังกล่าวมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 2และที่ 3 ในคดีนี้อีก"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(8) วรรคสอง ให้ยกคำขอให้บวกโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัตร์ สุขเกษม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วิบูลย์ มีอาสา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้