Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ล่ามแปลคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนโดยมิได้สาบานตัวเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 13 วรรคสอง มีผลทำให้ไม่อาจใช้คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนมารับฟังเป็นพยานหลักฐานใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาได้เท่านั้น ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไป

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษ จำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และริบของกลางจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วจำเลยทั้งสามเป็นคนต่างด้าวประกอบกับเฮโรอีนซึ่งร่วมกันครอบครองมีไว้เพื่อจำหน่ายมีจำนวนมากถึง 4,343 กรัม นับว่าเป็นภัยที่ร้ายแรงต่อมนุษย์ชาติ สมควรลงโทษสถานหนักให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสาม ริบของกลาง

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 1 ได้ที่บริเวณชั้นล่างของโรงแรมรอยัลพลาซ่า และจับกุมจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ที่ห้อง 927 ของโรงแรมดังกล่าวปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่จะได้วินิจฉัยเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ก่อน โจทก์มีจ่าสิบตำรวจศิริพงษ์ บุณสร้าง และนายดาบตำรวจละม่อม ยินดียมพยานโจทก์เบิกความว่า วันเกิดเหตุได้รับคำสั่งจากพันตำรวจโทจุมพล นิลวัฒนานนท์ ให้ไปจับกุมผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองที่โรงแรมรอยัลพลาซ่า ห้อง 927 พยานทั้งสองและร้อยตำรวจเอกอุดม

บริสุทธิ์พากันไปที่โรงแรมดังกล่าว พยานทั้งสองขึ้นไปที่ห้อง 927 ก่อนส่วนร้อยตำรวจเอกอุดมไปติดต่อกับผู้จัดการโรงแรมเพื่อขอตรวจค้น จ่าสิบตำรวจศิริพงษ์เคาะประตูห้อง 927 มีจำเลยที่ 1 แง้มประตูออกมาดู จ่าสิบตำรวจศิริพงษ์เห็นจำเลยที่ 2 และที่ 3 ถือแท่งถ้อนสี่เหลี่ยมอยู่ด้านท้ายเตียงนอน จำเลยที่ 2 และที่ 3 ทิ้งของและวิ่งมาจะปิดประตู จ่าสิบตำรวจศิริพงษ์จึงใช้เท้าดันประตูไว้แล้วล้วงเข้าไปปลดโซ่ที่คล้องประตูออกและเปิดประตูเข้าไปควบคุมจำเลยทั้งสามไว้ แต่จำเลยที่ 1 ขัดขืนและชกจ่าสิบตำรวจศิริพงษ์ ซึ่งยืนขวางประตูไว้ แล้ววิ่งหลบหนีไป พอดีร้อยตำรวจเอกอุดม ขึ้นมาเห็นเหตุการณ์ จึงสั่งให้จ่าสิบตำรวจศิริพงษ์ติดตามจำเลยที่ 1 ไปและโจทก์มีร้อยตำรวจเอกอุดมเจ้าพนักงานผู้จับกุมจำเลยมาเบิกความสนับสนุนว่า

เมื่อพยานขึ้นไปถึงชั้น 9ก้อนถึงห้อง 927 ประมาณ 2 วา เห็นจำเลยที่ 1 ชกหน้าจ่าสิบตำรวจศิริพงษ์ตรงประตูห้อง 927 แล้ววิ่งหนีผ่านหน้าพยานไป พยานเห็นจำเลยที่ 2 และที่ 3 ผลักนายดาบตำรวจละม่อมออกจากห้อง 927พยานจึงเข้าไปช่วยผลักจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้เข้าไปอยู่ในห้องและสั่งให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 นั่งลง พยานเห็นเฮโรอีนของกลางกระจัดกระจายอยู่ที่พื้นห้องบริเวณปลายเตียงนอนจำนวน 14 แท่งน้ำหนักรวม 5,800 กรัม พยานกับนายดาบตำรวจละม่อมจึงเก็บเฮโรอีนของกลางแล้วนำตัวจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงมายังชั้นล่างของโรงแรม เห็นว่าพยานโจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ ไม่เคยรู้จักจำเลยที่ 2 และที่ 3 มาก่อน ไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะแกล้งเบิกความเพื่อปรักปรำจำเลยที่ 2 และที่ 3อีกทั้งพยานโจทก์ทั้งสามเบิกความสอดคล้องกันในข้อสาระสำคัญต่อเนื่องเชื่อมโยงกันเป็นลำดับ

คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามจึงมีน้ำหนัก ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมจำเลยที่ 2 และที่ 3 พบจำเลยที่ 2 และที่ 3 กำลังถือแท่งเฮโรอีนอันเป็นก้อนอยู่บริเวณปลายเตียงนอน พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการร่วมกันครอบครองเฮโรอีนของกลาง จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงมีความผิดตามฟ้อง ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาว่าจ่าสิบตำรวจศิริพงษ์กับนายดาบตำรวจละม่อมเบิกความแตกต่างกันโดยจ่าสิบตำรวจศิริพงษ์เบิกความว่าขณะที่จำเลยที่ 1 แง้มประตูออกมาดู พยานเห็นจำเลยที่ 2 และที่ 3 กำลังถือแทงก้อนสี่เหลี่ยมอยู่ที่ปลายเตียงนอน ส่วนนายดาบตำรวจละม่อมเบิกความว่าเมื่อเข้าไปในห้องแล้วเห็นจำเลยที่ 2 และที่ 3 กำลังห่อสิ่งของอยู่นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้พยานโจทก์ทั้งสองปากจะเบิกความแตกต่างกันดังกล่าว ก็เป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อยมิใช่ข้อสาระสำคัญ อันจะทำให้คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามเสียน้ำหนักไปแต่อย่างใด ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาว่าชั้นสอบสวนนายนวล สารสอน เป็นล่ามคำแปลคำให้การผู้ต้องหาโดยมิได้สาบานตัว การสอบสวนจึงไม่ชอบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าแม้ชั้นสอบสวนนายนวลเป็นล่ามแปลคำให้การของจำเลยที่ 1โดยมิได้สาบานตัวอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 วรรคสองก็ตาม มีผลทำให้ไม่อาจใช้คำให้การของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนมารับฟังเป็นพยานหลักฐานใช้ยันจำเลยที่ 1 ในชั้นพิจารณาได้เท่านั้นหาทำให้การสอบสวนคดีนี้เสียไปไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสิทธิ์ แสนศิริ · นิเวศน์ คำผอง · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้