Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2519 (เลขอ้างอิง 40241)

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยผิดสัญญาแลกเปลี่ยนรถยนต์ โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายคิดเป็นรายวัน ระหว่างพิจารณาโจทก์ฟ้องจำเลยอีกคดีหนึ่งเรียกราคารถดังนี้ เป็นเรื่องที่โจทก์ควรจะเรียกราคารถในคดีแรกได้อยู่แล้ว จึงเป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตาม มาตรา 173 วรรคหนึ่ง(1) ศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันสำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์เฟียตเก๋งหมายเลขทะเบียน ก.ท.ง.5580 จำเลยประกอบกิจการค้ารถยนต์และเป็นตัวแทนแลกเปลี่ยนรถยนต์ จำเลยนำรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน ช.ม.08213มาแลกเปลี่ยนกับรถยนต์ของโจทก์ ต่างฝ่ายต่างมอบรถยนต์ให้กันในวันแลกเปลี่ยนนั้น นายมนัส เกียรติอนันต์ ได้มายึดรถยนต์คันที่จำเลยนำมาแลกเปลี่ยนคืน โดยอ้างว่ามิได้มอบหมายให้จำเลยเป็นตัวแทนแลกเปลี่ยนรถยนต์กับโจทก์การกระทำของจำเลยเป็นการประพฤติผิดสัญญา โจทก์จึงเลิกสัญญากับจำเลย ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 84,750 บาทและต่อจากวันฟ้องจำเลยให้การว่า เมื่อจำเลยรับรถยนต์จากโจทก์แล้ว

ได้นำไปขายผ่อนส่งให้แก่นายลอน ม่านมุ่งสิน ในราคา 27,000 บาท โจทก์กับนายสอนตกลงกันใหม่ว่าให้นายสอนชำระเงินโดยตรงต่อโจทก์ และขอร้องจำเลยให้นายสอนชำระเงินที่ค้าง 8,000 บาทต่อโจทก์แล้วโจทก์ยอมคืนรถยนต์คันที่จำเลยนำมาแลกเปลี่ยนให้นายมนัสโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนางสายฝน ชินสร้อย เข้ามาเป็นจำเลยร่วมศาลอนุญาตนางสายฝน ชินสร้อย จำเลยร่วมให้การว่า มิได้มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์จำเลยสำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน เข้าหุ้นส่วนประกอบกิจการค้ารถยนต์ในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินค่ารถยนต์ของโจทก์เป็นเงิน 25,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันเมื่อ

พ.ศ. 2511 การค้าขายแลกเปลี่ยนรถยนต์เป็นกิจการของจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองของทั้งสองสำนวนร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ทั้งสองสำนวนเป็นเงิน 25,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายในสำนวนแรกจำนวนเงิน 84,750 บาทแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 10,000 บาท และให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคารถยนต์เฟียต25,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองของทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาฟังว่า จำเลยทั้งสองเป็นหุ้นส่วนกัน อันจำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ร่วมกับจำเลยที่ 1 ส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคารถยนต์เฟียต 25,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยนั้น

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยเพราะคดีแรกที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายมานั้น โจทก์ควรจะได้ขอเรียกคืนรถหรือให้ใช้ราคารถยนต์เฟียตได้อยู่แล้ว แต่โจทก์มิได้ขอคดีแรกยังอยู่ในระหว่างพิจารณาโจทก์มาฟ้องคดีหลังให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินค่ารถยนต์ จึงเป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173วรรคสอง อนุมาตรา (1) แม้คู่ความจะมิได้ยกข้อนี้ขึ้นฎีกา แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนหลังนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ผสม จิตรชุ่ม · ยงยุทธ เลอลภ · มงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1702/2559

เดิม ห. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องผู้คัดค้านเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ ห. โดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านยื่นคำให้การและฟ้องแย้งให้ขับไล่ ห. ออกจากที่พิพาท ศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2557 (เลขอ้างอิง 581429)

จำเลยทั้งสองและบริวารอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทของโจทก์โดยไม่มีสิทธิ ย่อมเป็นการทำละเมิดโจทก์ด้วยกันทุกคน โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารทั้งหมดให้ออกไปจากที่ดินได้ ไม่ว่าจะฟ้องรวมมาในคดีเด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7394/2550

โจทก์จดทะเบียนโอนขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 เพราะหลงเชื่อตามที่จำเลยที่ 1 หลอกลวงว่าได้โอนเงินค่าที่ดินเข้าบัญชีเงินฝากของบุตรโจทก์แล้ว เป็นเรื่องที่โจทก์แสดงเจตนาทำนิติกรรมเพราะถูกจำเลยที่ 1 ใช้กลฉ้อฉ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6788/2548

โจทก์ฟ้องคดีนี้เรียกเงินค่าตอบแทนตามกองทุนเกษียณอายุในการจ้างโดยกล่าวในคำฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทนดังกล่าวเนื่องจากโจทก์ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดและไม่เป็นธรรม อันเป็นมูลคดีเดียวกับคดีก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7265/2544

ฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยแจ้งชัดว่าจำเลยตกลงเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์มีการทำสัญญาเช่าและต่อสัญญาเช่าหลายครั้งต่อมาเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป จึงให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้