Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4021/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

น. มีอาชีพหาหญิงโสเภณีบริการแก่ผู้ชาย ส่วนผู้เสียหายเป็นหญิงโสเภณีที่อยู่กับ น.จำเลยทั้งห้าไปที่บ้านเกิดเหตุของผู้เสียหายโดยการชักชวนของ น. ที่ต้องการได้รับผลประโยชน์ส่วนแบ่งตอบแทนจากผู้เสียหายที่ให้บริการค้าประเวณีกับจำเลย ดังนี้ การที่จำเลยเข้าไปบ้านที่เกิดเหตุดังกล่าว จึงมิใช่เป็นการเข้าไปโดยไม่มีเหตุสมควร ส่วนการที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ดึงประตูห้องพักผู้เสียหายไม่ยอมให้ผู้เสียหายปิดประตูใส่กลอนได้ เพราะสาเหตุจากตกลงราคาค่าจ้างร่วมประเวณีกันไม่ได้หรือเพราะต้องการให้จำเลยที่ 1 ออกจากห้องพักของผู้เสียหายก็ตาม พฤติการณ์ดังกล่าวเมื่อประกอบกับบริเวณที่เกิดเหตุอยู่ติดกับทางเดินซึ่งใช้ร่วมกันระหว่างผู้เช่าห้องพักที่อยู่ชั้นล่าง และผู้ที่จะมาพบผู้เช่าห้อง ดังนี้รูปคดีจึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5มีเจตนารบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 362,364, 365, 83, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2525 มาตรา 3 และบวกโทษจำเลยที่ 1 ที่ศาลรอการลงโทษไว้เข้ากับคดีนี้ด้วยจำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365, 278, 83, 90 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 3 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุเกินกว่าสิบสามปี (ที่ถูกกว่าสิบห้าปี) อันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุก 2 ปี และบวกโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน ที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 270/2526 ของศาลชั้นต้นเข้ากับคดีนี้ รวมเป็นจำคุก 3 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365, 83 จำเลยที่ 3 อายุ 18 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี โทษจำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้รอไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ ต่อมาระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์อนุญาต ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5กระทำความผิดฐานบุกรุกตามฎีกาโจทก์หรือไม่ โจทก์มีนางพัฒนา เต็มแก้ว ซึ่งเช่าห้องอยู่ชั้นบนของบ้านที่เกิดเหตุเป็นพยานเบิกความว่า บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูงชั้นบนกั้นเป็นห้อง 4 ห้อง ส่วนชั้นล่างต่อมากั้นเป็นห้อง 3 ห้อง และห้องน้ำอีก 1 ห้องห้องพักชั้นล่างอยู่ติดกับทางเดิน ตอนแรกหญิงโสเภณี 2 คน มาอยู่กับนางนิรันดร์หรือติ๋มมีชายหนุ่มมาเที่ยวหญิงโสเภณีทุกวัน หลังจากหญิงโสเภณีทั้งสองคนดังกล่าวไปแล้ว ผู้เสียหายก็มาพักอาศัยและเป็นหญิงโสเภณีเช่นเดียวกัน วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 23 นาฬิกา ขณะที่พยานนั่งดูโทรทัศน์อยู่ มีกลุ่มวัยรุ่น 5 - 6 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันมาจอดที่ใต้ถุนบ้านกลุ่มวัยรุ่นนั้นส่งเสียงหัวเราะดัง

พยานจึงลงมาต่อว่าและมองเห็นนางนิรันดร์ยืนอยู่ที่ใต้ถุนข้าง ๆ ห้องพัก พยานได้ยินนางนิรันดร์พูดว่า "เดี๋ยวกูจะออกไปแจ้งความนะ" ขณะนั้นพยานได้ยินเสียงผู้เสียหายร้องไห้อยู่ภายในห้องและพยานได้ยินเสียงคนในกลุ่มวัยรุ่นนั้นพูดขึ้นว่า"ถ้าเขาไม่ยอมเอาร้อยหนึ่งก็ออกมาเสีย" แล้วพยานมองเห็นนางนิรันดร์ไปงัดหน้าต่างชั้นล่างออกพร้อมกับพูดว่า "ถ้าเขาไม่ยอมก็ให้ออกมา" นางนิรันดร์พูดแล้วก็ออกไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจ กับได้ความจากนายปัญญา ฤดี พยานโจทก์อีกปากหนึ่งว่า นางจันทร์คำ เรืองอุไร เป็นเจ้าของบ้านเช่าที่เกิดเหตุ น้องชายของนางจันทร์คำเคยใช้ห้องพักดังกล่าวเป็นซ่องโสเภณี นางนิรันดร์ซึ่งเช่าห้องพักชั้นล่างมีอาชีพหาหญิงมาบริการให้แก่ผู้ชาย

ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 เดือนผู้เสียหายมาเป็นหญิงโสเภณีอยู่กับนางนิรันดร์โดยคิดค่าบริการครั้งละ 200 บาท พยานเคยไปเที่ยวที่บ้านดังกล่าวด้วย และว่าในคืนวันเดียวกันก่อนเกิดเหตุพยานกับจำเลยทั้งห้าพากันไปดื่มสุราที่ร้านจันทร์คำจึงได้พบกับผู้เสียหายและนางนิรันดร์ จำเลยที่ 1 เข้าไปพูดคุยกับนางนิรันดร์และผู้เสียหายนานประมาณ 15 นาทีแล้วพากันไปที่บ้านเกิดเหตุ เห็นว่า นางพัฒนา เต็มแก้วพยานโจทก์เป็นบุคคลภายนอกไม่มีส่วนได้เสียกับฝ่ายใดย่อมไม่มีเหตุอันควรระแวงสงสัยว่าจะเบิกความปรักปรำผู้เสียหายและนางนิรันดร์ ส่วนนายปัญญา ฤดี พยานโจทก์อีกปากหนึ่งนั้นแม้จะได้ความว่าเป็นพี่เขยของจำเลยที่ 4 และเป็นญาติกับจำเลยที่ 5แต่พยานโจทก์ดังกล่าวก็เบิกความสอดคล้องกับนางพัฒนา

เต็มแก้ว เชื่อได้ว่าพยานโจทก์ทั้งสองเบิกความไปตามความเป็นจริง ฟังได้ว่าก่อนเกิดเหตุนางนิรันดร์มีอาชีพหาหญิงมาบริการให้แก่ผู้ชาย และผู้เสียหายมาเป็นหญิงโสเภณีอยู่กับนางนิรันดร์โดยคิดค่าบริการครั้งละ 200 บาท ตามพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 เข้าไปพูดคุยกับนางนิรันดร์และผู้เสียหายที่ร้านจันทร์คำแล้วพากันไปที่บ้านเกิดเหตุ เชื่อได้ว่าจำเลยทั้งห้าพากันไปที่บ้านเกิดเหตุโดยการชักชวนของนางนิรันดร์เพื่อหวังผลประโยชน์ตอบแทนจากผู้เสียหายในการให้บริการแก่พวกจำเลย จึงไม่ใช่เป็นการเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุโดยไม่มีเหตุสมควรคดีนี้แม้ได้ความจากผู้เสียหายว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ดึงประตูห้องพักของผู้เสียหายไม่ยอมให้ผู้เสียหายปิดประตูใส่กลอนได้

ก็น่าจะเป็นเพราะเรื่องต่อรองราคาค่าจ้างร่วมประเวณีแล้วตกลงกันไม่ได้ โดยผู้เสียหายจะคิดค่าบริการ 200 บาท แต่พวกจำเลยจะให้ค่าบริการเพียง100 บาท หรือน่าจะเป็นเพราะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ต้องการให้จำเลยที่ 1 ออกมาจากห้องพักของผู้เสียหายก็ได้ อีกทั้งบริเวณที่เกิดเหตุอยู่ติดกับทางเดินซึ่งใช้ร่วมกันระหว่างผู้เช่าห้องพักที่อยู่ชั้นล่างและผู้ที่จะมาพบผู้เช่าห้องพักดังกล่าวรูปคดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5มีเจตนารบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข อันจะเป็นความผิดฐานบุกรุกตามฟ้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ดุสิต วราโห · เกียรติ จาตนิลพันธุ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้