คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำคำแก้อุทธรณ์มีข้อความหมิ่นประมาททนายอมร อินทรกำแหง ซึ่งเป็นอัยการจังหวัด นครสวรรค์ ขอให้ลงโทษตามก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๑๖.
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์.
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน.
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาในข้อกฎหมาย.
ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว เห็นว่ากฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๘๕ นั้น เป็นบทยกเว้นโทษให้แก่คู่ความเพื่อเปิดโอกาศให้คู่ความได้ดำเนินคดีได้เต็มที่ แม้คำว่าหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานตามมาตรา ๑๑๖ มีความหมายกว้างกว่า คำว่าหมิ่นประมาทตามมาตรา ๒๘๒ แต่การหมิ่นประมาทตามมาตรา ๒๘๒ ก็เป็นมูลฐานของความผิดตามมาตรา ๑๑๖ ด้วยมูลหนึ่ง คือถ้ามีการหมิ่นประมาทตามมาตรา ๒๘๒ และผู้ถูกหมิ่นประมาทเป็นเจ้าพนักงาน ผู้หมิ่นประมาทก็อาจผิดตามมาตรา ๑๑๖ ได้ ฉะนั้นเมื่อมาตรา ๒๘๕ ยกเว้นโทษความผิดฐานหมิ่นประมาทในมาตรา ๒๘๒ อันเป็นมูลฐานแล้ว จึงย่อมจะยกเว้นโทษหมิ่นประมาทตามมาตรา ๑๑๖ ด้วยในเมื่อการหมิ่นประมาทนั้นมีมูลฐานมาจากความผิดตามมาตรา ๒๘๒. ถ้อยคำของจำเลยที่ใช้ในคำแก้อุทธรณ์ตามสำเนาท้ายฟ้องของโจทก์ อันเป็นมูลให้โจทก์ฟ้องคดีนั้น เห็นว่า แม้ถ่อยคำที่จำเลยใช้ในคำแก้อุทธรณ์นั้นจะไม่สมควรหลายแห่ง ซึ่งจำเลยอาจจะกล่าวให้ได้ความเช่นเดียวกันได้ด้วยถ้อยคำสุภาพกว่าเก่า แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ได้รับความยกเว้นของมาตรา ๒๘๕.
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน.