Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4019/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยจงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล เป็นเหตุให้จำเลยได้รับเลือกตั้ง ภายหลังศาลมีคำสั่งว่าจำเลยเป็นผู้มิได้รับการเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย ทำให้โจทก์เสียหายโดยต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมขึ้นใหม่ หากโจทก์นำสืบได้ว่าจำเลยกระทำตามที่โจทก์บรรยายฟ้องย่อมถือได้ว่าจำเลยกระทำโดยละเมิดต่อโจทก์ ศาลจึงควรรับฟ้องโจทก์และดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดแจ้งแล้วจึงพิพากษา ไม่ชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เสียตั้งแต่ในชั้นตรวจคำฟ้อง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ โดยกรอกข้อความลงในใบสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปัตตานีว่า จำเลยมีบิดาและมารดาเป็นคนสัญชาติไทยจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.6) ซึ่งแสดงว่าจำเลยเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปัตตานีผลของการแจ้งเท็จดังกล่าวทำให้จำเลยได้รับการสมัครรับเลือกตั้งภายหลังศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำสั่งว่าจำเลยเป็นผู้มิได้รับการเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย คดีถึงที่สุดแล้ว การกระทำของจำเลยดังกล่าว ทำให้เทศบาลเมืองปัตตานีต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปัตตานีขึ้นใหม่แทนตำแหน่งของจำเลยที่ว่างลง และในการจัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่นี้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง และบัตรเลือกตั้งตัวอย่างจำนวน 18,500 ฉบับ

คิดเป็นเงิน12,025 บาท มอบให้เทศบาลเมืองปัตตานี การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษาและบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวน12,025 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเงินให้แก่โจทก์เสร็จ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้ว เห็นว่าการที่โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพิมพ์บัตรเลือกตั้งขึ้นใหม่ตามฟ้องนั้น เป็นเรื่องที่โจทก์ต้องดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้วมิได้มีสาเหตุโดยตรงจากการที่จำเลยแจ้งคุณสมบัติไม่ถูกต้องในการสมัครรับเลือกตั้ง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ดังที่โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องแสดงว่าจำเลยจงใจกระทำผิดกฎหมาย เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ย่อมเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ฟ้องของโจทก์ควรได้รับการพิจารณาต่อไป พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลในชั้นนี้ให้รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่า จำเลยมีบิดาเป็นคนต่างด้าว เชื้อชาติจีน สัญชาติจีนจำเลยจบการศึกษาระดับ 4 (ประโยคมัธยมศึกษาตอนต้น) จึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตามกฎหมายจำเลยจงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ โดยกรอกข้อความลงในใบสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปัตตานีว่า จำเลยมีบิดามารดาเป็นคนสัญชาติไทย จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.6) แสดงว่าจำเลยเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปัตตานี โดยผลการแจ้งเท็จ จำเลยได้รับการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปัตตานี และได้รับหมายเลขประจำตัวเลขที่ 22 ต่อมาจำเลยได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปัตตานี

ภายหลังศาลจังหวัดปัตตานีมีคำสั่งว่าจำเลยเป็นผู้มิได้รับการเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายเทศบาลเมืองปัตตานีต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมขึ้นใหม่แทนตำแหน่งของจำเลยที่ว่างลง ทำให้โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพิมพ์บัตรเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งตัวอย่างจำนวน 18,500 ฉบับ คิดเป็นเงินทั้งสิ้น12,025 บาท

ศาลฎีกาเห็นว่า หากโจทก์นำสืบได้ว่าจำเลยกระทำตามที่โจทก์บรรยายฟ้องย่อมถือได้ว่าจำเลยกระทำโดยละเมิดต่อโจทก์ ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น ศาลจึงควรรับฟ้องโจทก์และดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดแจ้ง แล้วจึงพิพากษา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลในชั้นนี้ ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2502

ฟ้องเรื่องละเมิด ต้องกล่าวแสดงว่าจำเลยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมายให้โจทก์เสียหายตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 เมื่อฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวว่าจำเลยได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์ประการใดเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9489/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยประมาทเลินเล่อขับรถบรรทุกชนท้ายรถโดยสาร ทำให้รถโดยสารที่โจทก์ครอบครองและใช้ประโยชน์อยู่ได้รับความเสียหาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น และ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3801/2555

สัญญาเช่ามีคำมั่นว่าก่อนครบสัญญาเช่า โจทก์และจำเลยจะปรับเปลี่ยนค่าเช่าหรือระยะเวลาเช่าในอัตราที่เป็นธรรม ดังที่ปฏิบัติมาเป็นปกติประเพณี ข้อความดังกล่าวไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับค่าเช่าหรือระยะเวลา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5435/2552

โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้เยาว์และเป็นผู้เสียหาย โดยมีโจทก์ที่ 2 เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายในฐานะส่วนตัวและในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำโดยจงใจ เป็นการล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1681/2549

มูลหนี้ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้ง 7 ข้อหา เป็นมูลหนี้ที่โจทก์ได้ซื้อและรับโอนสิทธิเรียกร้องรวมทั้งหนี้สินที่จำเลยทั้งสี่มีอยู่กับเจ้าหนี้เดิมจำนวน 7 ราย แต่เจ้าหนี้เดิมของจำเลยทั้งสี่เป็นนิติบุคคลแยกต่างหา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้