Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4009/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีน อันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท จำเลยก็ประสงค์ที่จะมีเมทแอมเฟตามีน และเมทแอมเฟตามีนตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง และนำสืบมาก็เป็นผลที่ได้มาจากการผลิตของจำเลยเอง การผลิตกับการมีเมทแอมเฟตามีนของจำเลยเป็นการกระทำเกี่ยวพันต่อเนื่องกัน ไม่อาจแยกได้ว่าเป็นการผลิตตอนหนึ่ง การมีไว้ในครอบครองเป็นอีกตอนหนึ่ง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำครั้งเดียวอันเป็นความผิดกรรมเดียวแต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13, 59, 62, 89, 106, 116ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2520) เรื่อง ระบุชื่อและจัดแบ่งประเภทวัตถุออกฤทธิ์ พ.ศ. 25188 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่ 6 พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และริบของกลางทั้งหมดจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงจะได้วินิจฉัยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่4 พฤศจิกายน 2530 เวลากลางวัน พนักงานป้องกันและปรามปรามยาเสพติดจับจำเลยได้พร้อมของกลางตามบัญชีทรัพย์เอกสารหมาย จ.4 คงมีข้อโต้แย้งกันโดยโจทก์กล่าวหาว่าของกลางเหล่านี้จำเลยได้ใช้ผลิตเมทแอมเฟตามีน จำเลยอ้างว่าเป็นของนายเส็งฝากไว้ ข้อที่จำเลยอ้างว่านายเส็งฝากไว้นั้น จำเลยก็มิได้นำนายเส็งมาสืบว่าเป็นของนายเส็ง นายเส็งมีความสัมพันธ์อย่างไรกับจำเลยจึงได้เกรงใจรับฝากของไว้ ทั้งโจทก์มีคำรับสารภาพชั้นจับกุมว่าจำเลยได้ร่วมกับนายโค้วชาวฮ่องกง มีอุปกรณ์ตามบัญชีกลางไว้เพื่อทำการผลิตหัวเชื้อยาม้า ในคำรับสารภาพนั้นยังบอกถึงกรรมวิธีผลิตยาม้า และไปเช่าบ้านที่ริมคลองภาษีเจริญไว้อีกแห่งหนึ่งเพื่อไว้เป็นที่ผสมสารเคมีก่อนที่จะมาทำเป็นเกล็ด

นอกจากนั้นยังปรากฏว่าที่ถังสแตนเลสยังมีคราบเมทแอมเฟตามีนที่แสดงว่าถังสแตนเสลดังกล่าวใช้ใส่เมทแอมเฟตามีนมาแล้ว จึงเชื่อได้ว่าจำเลยกับพวกได้ร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนจริง แม้ว่าขณะเข้าทำการจับกุมจำเลยมิได้ทำการผลิตในขณะนั้นก็ตาม จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 13, 89 ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น แต่ที่โจทก์ขอให้ลงโทษตามฟ้อง ข้อ ข.คือมีคราบเมทแอมเฟตามีนที่ถังสแตนเลสจำนวนน้อยไม่อาจชั่งหาน้ำหนักได้นั้น เห็นว่าในการผลิตเมทแอมเฟตามีนจำเลยก็ประสงค์ที่จะมีเมทแอมเฟตามีน และเมทแอมเฟตามีนตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องและนำสืบมาก็เป็นผลที่ได้มาจากการผลิตของจำเลยเองการผลิตกับการมีเมทแอมเฟตามีนของจำเลยเป็นการกระทำเกี่ยวกันต่อเนื่องกัน

ไม่อาจแยกได้ว่าเป็นการผลิตตอนหนึ่ง การมีไว้ในครอบครองเป็นอีกตอนหนึ่ง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำครั้งเดียวอันเป็นความผิดกรรมเดียวแต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90ให้ใช้บทกฎหมายที่มีโทษหนังที่สุดลงโทษ คือ มาตรา 13, 89"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13, 62, 89, 106ให้ลงโทษตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง มาตรา 89 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา คดีมีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปี 4 เดือนของกลางริบ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้