Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4008/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยได้ทำการก่อสร้างเพิ่มเติมโรงภาพยนตร์แล้วมายื่นขออนุญาตต่อกรมโยธาธิการในภายหลัง แม้จะได้รับอนุญาตก็เป็นการอนุญาตที่มิชอบ เมื่อจำเลยร่วมกันกระทำละเมิดโดยใช้สิทธิในทางแต่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง จนโจทก์ทั้งสองได้รับความเดือดร้อนรำคาญ เสียสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจติดต่อกันนับแต่ก่อสร้างเพิ่มเติมเสร็จตลอดมาจนปัจจุบัน คดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ โจทก์ทั้งสองมีสิทธิที่จะกำจัดความเดือดร้อนรำคาญให้สิ้นไปได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337และมีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 446

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ เป็นเจ้าของโรงภาพยนตร์นครสวรรค์รามา จำเลยที่ ๖ เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายโดยมีจำเลยที่ ๗ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อระหว่างวันที่ ๑พฤศจิกายน ๒๕๒๑ ถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๒ จำเลยทั้งเจ็ดได้ทำการก่อสร้างส่วนที่เพิ่มเติมดัดแปลงโรงภาพยนตร์นครสวรรค์รามาในที่ดินซึ่งติดกับที่ดินและบ้านของโจทก์ มีความสูงถึง ๖ ชั้น ยาว๓๐ เมตร กว้าง ๓ เมตร โดยทำการก่อสร้างทั้งกลางวันและกลางคืนในขณะก่อสร้างตอกเสาเข็มนั้น ได้ส่งเสียงรบกวนโจทก์ ทำให้โจทก์และบริวารไม่เป็นอันหลับนอน และจำเลยทั้งเจ็ดมิได้มีความระมัดระวังที่จะป้องกันอันตรายจากการก่อสร้าง ไม่มีสิ่งปิดกั้นรองรับวัสดุก่อสร้างที่จะตกลงมาในเขตบ้านของโจทก์ในระหว่างการก่อสร้างเป็นเหตุให้เศษวัสดุฝุ่นละอองตกลงมาในบริเวณบ้านของโจทก์

ก้อนหินหล่นมาลงถูกฝาโอ่งฉีก เสาปูนซีเมนต์ของโจทก์หักใช้การไม่ได้บางครั้งคนงานของจำเลยปีนหลังคาบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการรบกวนโจทก์และบริวาร บริเวณบ้านของโจทก์สกปรกต้องจ้างคนกวาดโจทก์ไม่สามารถเปิดหน้าต่างบ้านรับแสงแดดและอากาศบริสุทธิ์โจทก์ที่ ๒ เป็นโรคตาเนื่องจากฝุ่นละอองดังกล่าว ตามวันเวลาดังกล่าวข้างต้น จำเลยยังได้ต่อเติมดัดแปลงโรงภาพยนตร์นครสวรรค์รามาโดยไม่รับอนุญาต กล่าวคือ ได้ขยายโรงภาพยนตร์ตามแบบแปลนเดิมซึ่งห่างจากแนวเขตที่ดินของโจทก์ประมาณ ๓ เมตรก่อสร้างผนังด้านติดกับที่ดินโจทก์ออกมาทางด้านหน้า ห่างจากที่ดินโจทก์ ๑ ศอก และทางด้านหลังซึ่งติดกับที่ดินโจทก์ จำเลยเจาะหน้าต่างปล่อยเป็นช่องว่างช่องต่อระหว่างชั้น ๒ ถึงชั้น ๖ มีกันสาดออกมาทุกชั้น

จำเลยติดตั้งพัดลมดูดอากาศทางด้านติดกับที่ดินของโจทก์ ๔ ตัว ชั้น ๓ ด้านที่ติดกับที่ดินโจทก์ทำเป็นห้องสุขาและมีท่อออกมาทางผนังตึกชั้น ๒ ของโรงภาพยนตร์มีช่องลมอยู่ตรงบริเวณห้องนอนของโจทก์ ทำให้อากาศเสียเข้ามาในบ้านของโจทก์ต่อมาเมื่อระหว่างวันที่ ๑๒ ถึงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ จำเลยได้เปิดฉายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาตก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่โจทก์ การกระทำของจำเลยทั้งเจ็ดดังกล่าวข้างต้นก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่โจทก์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทรัพย์สินโจทก์เสียหาย โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบแล้ว แต่จำเลยไม่จัดการแต่อย่างใด ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายเนื่องจากโจทก์และบริวารต้องได้รับความเดือดร้อน ทรัพย์สินเสียหายเป็นเงินรวม๑๐๓,๐๐๐ บาท

ค่าเสียหายเนื่องจากโจทก์ไม่อาจใช้บริเวณบ้านของโจทก์ และโจทก์ต้องเสียสุขภาพทางกายและจิตใจ นับแต่วันที่ ๑พฤษภาคม ๒๕๒๒ ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท และต่อไปอีกเดือนละ ๒๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะเลิก ให้จำเลยรื้อถอนส่วนที่ต่อเติมดัดแปลงที่ผิดจากแบบแปลนเดิมที่กรมโยธาธิการอนุญาตและทางด้านติดแนวเขตที่ดินโจทก์ให้จำเลยทำการก่อสร้างให้ถูกตามแบบแปลนเดิมที่กรมโยธาธิการอนุญาต ให้จำเลยทั้งเจ็ดชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากความเดือดร้อนรำคาญตั้งแต่วันที่ ๑๒พฤศจิกายน ๒๕๒๑ ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และค่าเสียหายเดือนละ ๕,๐๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะได้จัดการแก้ไขสถานที่จอดรถและการใช้เสียง ให้จำเลยชดใช้ค่าที่ดินและบ้านของโจทก์ซึ่งราคาตกต่ำเพราะการก่อสร้างของจำเลยเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๕ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณ จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๗ ให้การว่า การก่อสร้างเพิ่มเติมอาคารโรงภาพยนตร์นครสวรรค์รามานั้น ปัจจุบันจำเลยได้รับอนุญาตโดยถูกต้องตามกฎหมายจากกรมโยธาธิการและเทศบาลเมืองนครสวรรค์แล้วและก่อสร้างตรงตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างเพิ่มเติม จำเลยมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ขณะก่อสร้างจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังอย่างวิญญูชนพึงกระทำ และได้กระทำการป้องกันมิให้เศษวัสดุฝุ่นละอองเข้าบ้านโจทก์ โจทก์มิได้รับความเสียหายดังฟ้อง สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายของโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหาย คดียังไม่ขาดอายุความ โจทก์พิสูจน์ความเสียหายไม่ได้แน่ชัด จึงกำหนดค่าเสียหายให้ ๑๐๐,๐๐๐บาท พิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ๕,๐๐๐ บาท ส่วนคำขอท้ายฟ้องข้อ ๓ นั้น เป็นเรื่องของเทศบาลจัดการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๗ ต่างอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การก่อสร้างเพิ่มเติมอาคารโรงภาพยนตร์เป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง แต่โจทก์ทั้งสองฟ้องเมื่อเกินหนึ่งปีจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ ส่วนที่ว่าได้กระทำละเมิดตลอดมานั้น พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้แม้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๕ จะมิได้อุทธรณ์ด้วย ก็ให้มีผลถึงจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๕ ด้วย พิพากษากลับให้ยกฟ้องค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๕ เพราะโจทก์ทิ้งฟ้องฎีกาเนื่องจากไม่ส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยดังกล่าวและวินิจฉัยว่า จำเลยได้ทำการก่อสร้างเพิ่มเติมแล้วมายื่นขออนุญาตต่อกรมโยธาธิการในภายหลัง แม้จะได้รับอนุญาตก็เป็นการอนุญาตที่มิชอบ เมื่อฟังได้ว่า จำเลยร่วมกันกระทำละเมิดโดยใช้สิทธิในทางแต่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง จนโจทก์ทั้งสองได้รับความเดือดร้อน รำคาญ เสียสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจติดต่อกันนับแต่ก่อสร้างเพิ่มเติมเสร็จตลอดมาจนปัจจุบันจึงไม่ขาดอายุความ โจทก์ทั้งสองมีสิทธิที่จะกำจัดความเดือดร้อนรำคาญให้สิ้นไปได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๗ และมีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๖ส่วนค่าเสียหายที่โจทก์ทั้งสองเรียกร้องมาเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะแก้ไขความเดือดร้อนรำคาญให้หมดไปนั้น เห็นว่า มากเกินไปสมควรกำหนดให้เดือนละ ๗,๐๐๐ บาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๗ร่วมกันรื้อถอนอาคารโรงภาพยนตร์นครสวรรค์รามาเฉพาะส่วนที่สร้างเพิ่มเติมมาชิดเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสองมีความกว้าง ๓ เมตรยาวตลอดแนวอาคารโรงภาพยนตร์ดังกล่าวให้คงสภาพเดิมตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตในครั้งแรก ให้จำเลยดังกล่าวร่วมกันใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๗,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๒๓)เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยดังกล่าวจะรื้อถอนเสร็จ ให้จำเลยดังกล่าวใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ทั้งสองโดยกำหนดค่าทนายความรวม ๑๐,๐๐๐ บาทแทนโจทก์ทั้งสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายวินัย บุญพราหมณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้