Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4007/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่า "เนยเทียม" ตามบัญชีที่ 1 หมวด 1(3) ท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า(ฉบับที่ 54) พ.ศ. 2517 มิได้ให้คำนิยามไว้โดยเฉพาะ จึงมีความหมายตามธรรมดา ซึ่งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้คำนิยามคำว่า "เนยเทียม" ไว้ว่า สิ่งที่ทำจากไขมันหรือน้ำมันที่ได้จากพืชและสัตว์นำมาทำให้บริสุทธิ์ ผสมวิตามินเอ วิตามินดี เติมนมและสีที่เหมาะสม แบคทีเรีย ในนมจะทำให้เกิดกลิ่นและรสคล้ายเนยใช้เป็นอาหารได้ เมื่อปรากฏว่าโจทก์เอาน้ำมันปาล์มไปกลั่นทำให้ได้น้ำมันปาล์มโอเลอีนและไขมันสเตียรีน อันเป็นสินค้า รายพิพาทจึงเป็นเพียงไขมันที่ได้จากพืช ที่ยังไม่ได้ผสมวิตามินเอ และดี กับยังไม่ได้เติมนมและสีที่เหมาะสมให้แบคทีเรีย ในนมทำให้เกิดกลิ่นและรสคล้ายเนย สเตียรีน จึงไม่เป็นเนยเทียมตามบัญชีที่ 1หมวด 1(3) ท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว โจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 1 ชนิด 1.(ก) แห่งประมวลรัษฎากร.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 77

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้แจ้งการประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าของเดือนตุลาคม 2525 ถึงเดือนกันยายน 2527 รวม2 รอบระยะเวลาบัญชี พร้อมเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีบำรุงเทศบาลรวม6,013,970 บาท โดยอ้างว่าสินค้าสเตียรีน ที่โจทก์ผลิตขายเป็นเนยเทียมเข้าลักษณะตามหมวด 1(3) บัญชี 1 ท้ายพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 54)พ.ศ. 2517 โจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินจึงได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการวินิจฉัยว่าการประเมินชอบแล้ว โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว ทั้งนี้ก็เพราะสินค้าสเตียรีน ได้มาจากการสกัดน้ำมันปาล์มโอเลอีน และไขมันสเตียรีน ออกจากกัน ไขมันสเตียรีน จึงไม่ใช่เนยเทียมตามหมวด 1(3)

บัญชี 1 ท้ายพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 54) พ.ศ. 2517 และไม่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงสาธารณสุข ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 37(พ.ศ. 2522) จึงขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนหนังสือแจ้งการประเมินภาษีการค้าเลขที่ 2747/3/02231, 2447/3/02232 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ ภ.ส.7 เลขที่ 2/2532 ลงวันที่10 พฤษภาคม 2532จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอีน ซึ่งสกัดจากน้ำมันปาล์มส่วนไขมันสเตรียรีน สินค้ารายพิพาทเป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันปาล์ม มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับเนยเทียม จึงเป็นสินค้าตามหมวด 1ผ3) ของบัญชี 1 แห่งบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 54)พ.ศ. 2517 จะต้องเสียภาษีการค้า ตามประเภทการค้า 1 ชนิด 1.(ก)

การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้า เลขที่2747/3/02231 และเลขที่ 2447/3/02232 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2531คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่ 2/2532 ลงวันที่10 พฤษภาคม 2532จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คณะกรรมการอาหารและยาได้ส่งสินค้ารายพิพาทไปยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทำการตรวจวิเคราะห์แล้วปรากฏผลการวิเคราะห์สรุปได้ว่า สินค้ารายพิพาทเป็นไขมันสเตียริน จากเนื้อปาล์มไม่มีคุณสมบัติเป็นเนยเทียมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 37 (พ.ศ.2522)ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า

สเตียรีน อันเป็นสินค้ารายพิพาทเป็นเนยเทียมตามบัญชีที่ 1 หมวด 1(3) ท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า (ฉบับที่ 54)พ.ศ. 2517 หรือไม่ เห็นว่า คำว่า "เนยเทียม" ตามที่ระบุไว้ในบัญชีที่ 1 หมวด 1(3) ท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมิได้ให้คำนิยามไว้โดยเฉพาะจึงมีความหมายตามธรรมดา ซึ่งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานพ.ศ. 2525 ให้คำนิยามคำว่า "เนยเทียม" ไว้ว่า สิ่งที่ทำจากไขมันหรือน้ำมันที่ได้จากพืชและสัตว์ นำมาทำให้บริสุทธิ์ ผสมวิตามินเอวิตามินดี เติมนมและสีทีเหมาะสม แบคทีเรีย ในนมจะทำให้เกิดกลิ่นและรสคล้ายเนย ใช้เป็นอาหารได้เมื่อตามคำฟ้องและคำให้การได้ความตรงกันว่า โจทก์เอาน้ำมันปาล์มไปกลั่นทำให้ได้น้ำมันปาล์มโอเลอีนและไขมันสเตียรีน

ไขมันสเตียรีน ที่ได้คือสินค้ารายพิพาทมีคุณสมบัติในส่วนสำคัญและใช้ประโยชน์เช่นเดียวกับเนยเทียม มิได้โต้แย้งว่าสินค้ารายพิพาทได้ผสมวิตามินเอและดี เติมนมและสีทีเหมาะสมให้แบคทีเรีย ในนมทำให้เกิดกลิ่นและรสคล้ายเนย ทั้งผลการวิเคราะห์สินค้ารายพิพาทก็พบเพียงว่า มีน้ำและสิ่งที่ระเหย ได้ เพอร์ออกไซด์ และกรดชนิดต่าง ๆ แต่ไม่พบวิตามินเอ เกลือโซเดียมคลอไรด์ แป้ง น้ำมันแร่และไม่มีกลิ่นหืน เจ้าหน้าที่ผู้วิเคราะห์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข สรุปความเห็นว่า สินค้ารายพิพาทที่ส่งไปให้วิเคราะห์เป็นไขมันปาล์มสเตียรีน จากเนื้อปาล์ม ไม่มีคุณสมบัติเป็นเนยเทียมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 37 (พ.ศ. 2522)จำเลยก็มิได้คัดค้าน ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าสเตียรีน

อันเป็นสินค้ารายพิพาทนั้นเป็นเพียงไขมันที่ได้จากพืช ที่ยังไม่ได้ผสมวิตามินเอและดี กับยังไม่ได้เติมนมและสีทีเหมาะสมให้แบคทีเรีย ในนมทำให้เกิดกลิ่นและรสคล้ายเนย สเตียรีน อันเป็นสินค้ารายพิพาทจึงไม่เป็นเนยเทียมตามที่ระบุไว้ในบัญชีที่ 1 หมวด 1(3) ท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า(ฉบับที่ 54) พ.ศ. 2517 การที่เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินให้โจทก์ชำระค่าภาษีการค้าสำหรับสินค้ารายพิพาทจึงเป็นการไม่ชอบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่เห็นว่าการประเมินชอบแล้ว จึงไม่ชอบไปด้วยพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · ก้าน อันนานนท์ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5366/2552

แม้ภาษีมูลค่าเพิ่มจะเป็นภาษีอากรประเมินตามมาตรา 77 แห่งประมวลรัษฎากร แต่การที่โจทก์มีหนังสือขอให้จำเลยคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่จำเลยใช้สิทธิขอคืนและได้รับไปก่อนการตรวจปฏิบัติการเพื่อคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2549

ตามพฤติการณ์ที่โจทก์กับ อ. ตกลงร่วมกันซื้อที่ดินพิพาทจาก ส. เมื่อถึงวันโอนโจทก์ไม่ว่างจึงให้ อ. เป็นผู้ซื้อตามสัญญาซื้อขายที่ดินเพียงผู้เดียว การจ่ายเงินค่าที่ดินโจทก์ร่วมจ่ายกับ อ. ตั้งแต่แรกคนละครึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11979/2547

หนังสือทวงถามของโจทก์กรณีเรียกภาษีมูลค่าเพิ่มที่จำเลยที่ 1 ได้รับคืนไป แม้จะมิใช่หนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ข้ออ้างสิทธิของโจทก์และจำนวนเงินที่โจทก์ทวงถามตามหนังสือดังกล่าว ก็เป็นมูลเดียว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4987/2546

โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองฮ่องกงและมีสำนักงานสาขาในประเทศไทยทำสัญญากับบริษัท ย. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศอังกฤษและไม่ได้ประกอบกิจการในประเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3691/2545

กรณีไม่อาจนำคำสั่งของกรมสรรพากรที่ ป. 65/2539 เรื่อง การชำระภาษี เงินเพิ่ม และหรือเบี้ยปรับบางส่วน ตามข้อ 1 (3) ที่กำหนดให้การชำระภาษีและเงินเพิ่มต้องมีการเฉลี่ยตามสัดส่วนของจำนวนภาษี เงินเพิ่ม และเบี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้