Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4006/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยนำกุญแจไปคล้อง ห้องพักที่โจทก์เช่าจากจำเลยเพราะโจทก์ไม่จ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้าทำให้โจทก์เข้าห้องไม่ได้ เมื่อโจทก์ได้ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่าได้รับความเสียหายไม่สามารถเข้าห้องพักได้ ถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์กับจำเลยมีข้อพิพาทกันแล้ว รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่จำเลยยอมจ่ายเงินให้แก่โจทก์จำนวน 20,000 บาท จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 และเมื่อสัญญาประนีประนอมยอมความตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีไม่มีข้อความที่โจทก์และจำเลยตกลงระงับคดีอาญาแผ่นดินแต่ประการใดคงกล่าวถึงเรื่องที่จำเลยนำกุญแจไปล็อกห้องที่โจทก์เช่าไว้ ทำให้โจทก์เข้าห้องไม่ได้ และได้รับความเสียหาย กับจำเลยทั้งสองตกลงที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ซึ่งเป็นเรื่องทางแพ่งเท่านั้นสัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่มีวัตถุที่ประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2525 จำเลยทั้งสองได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อต่อโจทก์โดยผิดกฎหมาย คือจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการห้องพักให้เช่า ได้ใช้ให้จำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 นำกุญแจไปสวมไว้ที่ห้องพักที่โจทก์เช่า ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่สามารถเข้าไปในห้องพักกับใช้สอยทรัพย์สินของโจทก์ที่อยู่ในห้องพักได้ เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลดินแดง ต่อมาในคืนวันเดียวกันจำเลยทั้งสองได้ไปพบโจทก์ที่สถานีตำรวจนครบาลดินแดง ได้มีการตกลงในเรื่องการละเมิดและค่าเสียหายที่จำเลยทั้งสองกระทำต่อโจทก์ โดยจำเลยทั้งสองตกลงใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 20,000 บาท

กำหนดเวลาชำระในวันที่ 26 เดือนเดียวกันที่สถานีตำรวจนครบาลดินแดงโดยได้ทำบันทึกลงในสมุดบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจนครบาลดินแดง ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2525 อันเป็นหลักฐานเป็นหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อถึงกำหนดจำเลยทั้งสองไม่ชำระเงินให้โจทก์ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินให้โจทก์21,375 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 20,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ตกลงเช่าห้องพักตามคำฟ้องกับจำเลยที่ 1 แต่ไม่ยอมชำระค่าเช่าตามสัญญาเช่า จำเลยที่ 1จึงบอกเลิกสัญญากับโจทก์ พร้อมกับปิดห้องและริบเงินประกันโจทก์ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลดินแดงในข้อหาบุกรุกโดยระบุว่าจำเลยที่ 2 ใช้ให้จำเลยที่ 1 นำกุญแจไปสวมไว้ที่ห้องพักโจทก์ ในที่สุดพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองมิได้ร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ และตามบันทึกประจำวันท้ายคำฟ้องไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ และขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์21,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงิน20,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองคือ เอกสารหมาย จ.1 เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 850 หรือไม่

ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสองต่อสู้ว่าจำเลยทั้งสองมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์อันจะทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโจทก์กับจำเลยทั้งสองจึงไม่มีกรณีพิพาทต่อกัน คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ก่อนที่จำเลยทั้งสองจะนำลูกกุญแจไปคล้องห้องพักโจทก์ ได้มีข้อโต้แย้งกันเกี่ยวกับค่าเช่าห้องพักอยู่ก่อนแล้ว โดยฝ่ายโจทก์ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าตามกำหนดและขอให้ฝ่ายจำเลยหักเงินจากเงินประกันความเสียหายที่จำเลยเรียกเก็บไว้เมื่อฝ่ายจำเลยเห็นว่าฝ่ายโจทก์ไม่จ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้าให้จำเลยจึงนำกุญแจไปคล้องห้องพักโจทก์ไว้

ทำให้โจทก์เข้าห้องพักไม่ได้ และขณะที่ไปสถานีตำรวจครั้งแรกจำเลยมิได้โต้แย้งว่าบอกเลิกสัญญาเช่าซึ่งโจทก์ถือว่าเป็นละเมิด จากข้อเท็จจริงดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองนำกุญแจไปคล้องห้องพักโจทก์ ทำให้โจทก์เข้าห้องพักไม่ได้ และโจทก์ได้ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่า ได้รับความเสียหายไม่สามารถเข้าห้องพักได้ จนมีการทำรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี เอกสารหมาย จ.1 โดยจำเลยทั้งสองยอมจ่ายเงินให้แก่โจทก์ผู้เสียหายจำนวน 20,000 บาทถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์กับจำเลยทั้งสองมีข้อพิพาทกันแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เอกสารหมาย จ.1 มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เพราะโจทก์มีเจตนาที่จะระงับคดีอาญาแผ่นดินนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์เอกสารหมายจ.1 โดยตลอดแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีข้อความที่โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงกันระงับคดีอาญาแผ่นดินแต่ประการใด คงกล่าวถึงเรื่องที่จำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์ โดยนำกุญแจไปล็อกห้องที่โจทก์เช่าไว้ ทำให้โจทก์เข้าห้องไม่ได้ และโจทก์ได้รับความเสียหายกับจำเลยทั้งสองตกลงที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ซึ่งเป็นเรื่องทางแพ่งเท่านั้น สัญญาประนีประนอมยอมความตามเอกสารหมาย จ.1จึงไม่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนดังที่จำเลยทั้งสองฎีกาต่อสู้ขึ้นมาจำเลยทั้งสองฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า

ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมโดยโจทก์มิได้บรรยายให้จำเลยเห็นว่าโจทก์เสียหายอย่างไร กล่าวคือเป็นการเสียหายค่าอะไรทั้งนี้เพราะเอกสารหมาย จ.1 มิได้ระบุว่าเป็นค่าเสียหายอะไรบ้าง และการที่จำเลยทั้งสองไปปิดกุญแจห้องเช่านั้นเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ หรือผิดอาญาฐานบุกรุกอันจะมีข้อพิพาทระหว่างกัน อันจะเกิดเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความและเอกสารดังกล่าวก็มิได้มีตอนใดที่บันทึกเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาท

ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้จำเลยมิได้ตั้งประเด็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เคียง บุญเพิ่ม · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้