Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4001/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องคดีโดยระบุที่อยู่จำเลยว่าอยู่บ้านเลขที่ 4/75 และดำเนินกระบวนพิจารณาตลอดมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในครั้งแรกคือวันที่ 10 มิถุนายน 2541 โดยจำเลยไม่เคยแจ้งให้ศาลชั้นต้นทราบว่าจำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่บ้านเลขที่ 706/3ตามคำร้องแต่อย่างใด ที่จำเลยอ้างว่าได้ย้ายไปตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน2539 นั้น ตามคำร้องขอถ่ายเอกสารที่จำเลยยื่นต่อศาลชั้นต้นลงวันที่ 25กุมภาพันธ์ 2540 ซึ่งจำเลยเป็นผู้เรียงเองก็ยังคงระบุไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยอยู่บ้านเลขที่ 4/75 ตามฟ้องโจทก์ หาใช่บ้านเลขที่ 706/3 ดังที่จำเลยอ้างในคำร้องไม่ เมื่อภูมิลำเนาของจำเลยตามหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนขณะที่ส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้แก่จำเลยคือบ้านเลขที่ 4/75 ตามฟ้องโจทก์ การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้แก่จำเลยตามภูมิลำเนาดังกล่าวจึงชอบแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์และโจทก์ร่วมได้ฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2538 ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 และศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด1 ปี

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ต่อมาศาลชั้นต้นได้นัดคู่ความฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในวันที่ 10 มิถุนายน 2541 เวลา 9 นาฬิกา โดยศาลชั้นต้นได้มีหมายนัดถึงคู่ความและผู้ประกันตัวจำเลยให้ส่งตัวจำเลยมาศาลตามนัด สำหรับการส่งหมายนัดให้จำเลยนั้น ศาลชั้นต้นส่งให้จำเลยโดยการปิดหมายไว้ที่ภูมิลำเนาของจำเลยซึ่งระบุไว้ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นว่าอยู่ที่บ้านเลขที่ 4/75ซอยเผือกจิตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เหตุที่ต้องปิดหมายเนื่องจากบ้านปิด ไม่มีผู้ใดรับแทน ส่วนผู้ประกันตัวจำเลยซึ่งมีทั้งหมด 3 คน ศาลชั้นต้นสามารถแจ้งวันนัดได้ 2 คน ส่วนอีก 1 คนส่งไม่ได้ ครั้นถึงวันเวลานัดจำเลยไม่มาศาลและผู้ประกันที่ทราบนัดแล้วก็ไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้องในการส่งตัวจำเลยต่อศาลชั้นต้นตามนัด

ศาลชั้นต้นจึงออกหมายจับจำเลยเพราะมีเหตุสงสัยว่าจำเลยจะหลบหนีแล้วให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2541 เวลา10 นาฬิกา ครั้นถึงวันนัดจำเลยและผู้ประกันที่ทราบนัดและที่ยังไม่ทราบนัดก็ไม่มาศาลอีกทั้งผู้ประกันที่ทราบนัดก็ไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้องต่อศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นจึงสั่งให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 22กันยายน 2541 เวลา 9 นาฬิกา และศาลชั้นต้นได้ออกหมายจับจำเลยซ้ำพร้อมกับประกาศวันนัดให้ผู้ประกันที่ทราบนัดแล้วทราบนัด โดยปิดประกาศหน้าศาลแทนการส่งหมายนัด ครั้งถึงวันเวลานัดจำเลยและผู้ประกันที่ทราบนัดไม่มาศาล โดยผู้ประกันดังกล่าวมิได้แจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลชั้นต้นทราบ ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยโดยถือว่าจำเลยทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามกฎหมายแล้ว และให้ออกหมายจับจำเลยมาจัดการตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อไปต่อมาวันที่ 4 มิถุนายน 2542 จำเลยได้ยื่นคำร้องขอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยอ้างว่าเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2539 จำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาจากบ้านเลขที่ 4/75 ซอยเผือกจิตร

แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครไปยังบ้านเลขที่ 706/3 ซอยพหลโยธิน 32 แขวงลาดยาว เขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร ดังนั้น เมื่อมีการส่งเอกสารหรือหมายศาลไปยังบ้านเลขที่4/75 ดังกล่าว จำเลยจึงไม่ทราบเรื่องเป็นเหตุให้จำเลยไม่ทราบว่าศาลชั้นต้นได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และไม่ทราบว่าถูกออกหมายจับ อีกทั้งยังไม่ทราบเรื่องจากผู้ประกัน ถือว่าการที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังจำเลย โดยถือว่าจำเลยทราบผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วนั้น เป็นการไม่ชอบ จำเลยจึงขอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ยื่นคำร้องดังกล่าว เพื่อที่จำเลยจะได้ใช้สิทธิฎีกาต่อไปศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วไม่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังโดยมีคำสั่งว่าศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 22 กันยายน 2541และถือว่าจำเลยทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วในวันดังกล่าวจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้แก่จำเลยโดยชอบแล้วหรือไม่ จำเลยอ้างในคำร้องขอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลงวันที่ 4มิถุนายน 2542 ว่า จำเลยย้ายที่อยู่จากบ้านเลขที่ 4/75 ซอยเผือกจิตรพหลโยธิน 23 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครไปอยู่ที่บ้านเลขที่ 706/3 ซอยพหลโยธิน 32 แขวงลาดยาว เขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2539 หากมีเอกสารใด ๆส่งไปยังบ้านเลขที่ 4/75 ซอยเผือกจิตรฯ จำเลยจะไม่ทราบเรื่อง จำเลยจึงไม่ทราบเรื่องการนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีโดยระบุที่อยู่จำเลยว่าอยู่บ้านเลขที่ 4/75 ซอยเผือกจิตร

แขวงลาดยาวเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และดำเนินกระบวนพิจารณาตลอดมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในครั้งแรก คือวันที่ 10 มิถุนายน2541 โดยจำเลยไม่เคยแจ้งให้ศาลชั้นต้นทราบว่าจำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่บ้านเลขที่ 706/3 ซอยพหลโยธิน 32 แขวงลาดยาว เขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร ตามคำร้องแต่อย่างใด ที่จำเลยอ้างว่าได้ย้ายไปตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2539 นั้น ตามคำร้องขอถ่ายเอกสารที่จำเลยยื่นต่อศาลชั้นต้นลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2540 เอกสารอันดับที่ 93 ในสำนวนซึ่งจำเลยเป็นผู้เรียงเอง ก็ยังคงระบุไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยอยู่บ้านเลขที่ 4/75ซอยเผือกจิตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตามฟ้องโจทก์หาใช่บ้านเลขที่ 706/3 ซอยพหลโยธิน 32 แขวงลาดยาว

เขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร ดังที่จำเลยอ้างในคำร้องไม่ เมื่อภูมิลำเนาของจำเลยตามหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนขณะที่ส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้แก่จำเลย คือบ้านเลขที่ 4/75 ซอยเผือกจิตร แขวงลาดยาวเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตามฟ้องโจทก์ ดังนี้ การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้แก่จำเลยตามภูมิลำเนาดังกล่าวจึงชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ระพินทร บรรจงศิลป · สมชาย จุลนิติ์ · ชวลิต ตุลยสิงห์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้