Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 400/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นผู้บอกให้จำเลยที่ 2 ไปซื้อของกลางที่ถูกยึด ในครั้งแรกแล้วนำไปขายนำเงินมาแบ่ง และจำเลยที่ 1 ยังเป็นผู้เดินนำจำเลยที่ 2 เข้าไปในป่าละเมาะบริเวณที่ของกลางซุกซ่อนอยู่และก้มลง หยิบเฟืองเกียร์ของกลางจึงถูกจับกุม พฤติการณ์ดังกล่าวจำเลยที่ 1ย่อม ทราบมาก่อนว่า ของกลางเป็นของร้ายที่ซุกซ่อนไว้ จำเลยที่ 1มีความผิดฐานรับของโจร.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,357, 83 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 39,070 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี คำให้การของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนและจำเลยที่ 2 นำสืบในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 2 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 1คำขอนอกจากนี้ให้ยกโจทก์ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก

ลงโทษจำคุก 3 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยที่ 2ฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 3ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยคงมีปัญหา...ว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานรับของโจรตามฟ้องหรือไม่เห็นว่า โจทก์มีนายสมศักดิ์ อนุกูลกาญจน์ ผู้เสียหายเบิกความว่าทรัพย์ของกลางตามเอกสารหมาย จ.2 ที่ผู้เสียหายนำเจ้าพนักงานตำรวจไปตรวจยึดจากนายภิญโญ ประทีป ณ ถลาง ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์2532 นั้น นายภิญโญบอกว่าซื้อมาจากจำเลยที่ 2 วันรุ่งขึ้นผู้เสียหายจึงไปสอบถามจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 บอกว่าซื้อมาจากจำเลยที่ 1ผู้เสียหายจึงบอกจำเลยที่ 2 ว่าถ้าจำเลยที่ 1 เอาทรัพย์ของผู้เสียหายที่เหลือมาบอกขายอีก ให้บอกให้ผู้เสียหายทราบ วันที่ 26กุมภาพันธ์ 2532 จำเลยที่ 2 มาบอกผู้เสียหายว่าจำเลยที่ 1 จะเอาของมาขายให้ที่บริเวณป่าละเมาะข้างโรงงานแทนทาลั่มในเวลา 15 นาฬิกาของวันเดียวกัน

ผู้เสียหายจึงแจ้งเจ้าพนักงานตำรวจและร่วมกับจ่าสิบตำรวจองอาจ เซ่งยี่ กับพวก นำรถติดตามจำเลยทั้งสองไปถึงป่าละเมาะตรงกันข้ามกับโรงงานแทนทาลั่ม จำเลยที่ 1 ลงจากรถจักรยานยนต์ที่นั่งซ้อนท้ายรถที่จำเลยที่ 2 ขับ จำเลยที่ 1ได้เดินนำหน้าจำเลยที่ 2 เข้าไปที่ป่าละเมาะดังกล่าวเมื่อผู้เสียหายและจ่าสิบตำรวจองอาจกับพวกตามไป ก็เห็นจำเลยที่ 1 กำลังก้มลงหยิบเฟืองเกียร์ซึ่งเป็นทรัพย์ของผู้เสียหายที่ถูกลักไป จ่าสิบตำรวจองอาจกับพวกจึงเข้าจับกุมจำเลยที่ 1 ไว้พร้อมเฟืองเกียร์ 6 ชิ้นตามเอกสารหมาย จ.5 ในบริเวณป่าละเมาะนั้น ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.4 นำส่งพนักงานสอบสวน คำเบิกความของผู้เสียหายดังกล่าวสอดคล้องตรงกับคำเบิกความของจ่าสิบตำรวจองอาจพยานโจทก์รับฟังเป็นความจริงได้

ได้ความจากร้อยตำรวจโทโชติ ชิดไชยพนักงานสอบสวนพยานโจทก์อีกว่า จำเลยที่ 1 บอกแก่ร้อยตำรวจโทโชติว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้แนะนำให้ชายไม่ทราบชื่อขายของกลางให้แก่จำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 2 นำของกลางมาชั่งน้ำหนักที่บ้านจำเลยที่ 2 นั้น จำเลยที่ 1 อยู่ด้วยเมื่อชั่งแล้วจำเลยที่ 2นำเอาของไปขายให้แก่นายภิญโญแล้วเอาเงินที่ได้มาให้แก่ชายผู้ขายของกลางและแบ่งให้แก่จำเลยที่ 1 ดังนี้เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1เป็นผู้บอกให้จำเลยที่ 2 ไปซื้อของกลางตามเอกสารหมาย จ.2ที่ถูกยึดในครั้งแรกแล้วนำของกลางไปขายนำเงินมาแบ่ง และจำเลยที่ 1 ยังเป็นผู้เดินนำจำเลยที่ 2 เข้าไปในป่าละเมาะบริเวณที่ของกลางตามเอกสารหมาย จ.5 ซุกซ่อนอยู่และจำเลยที่ 1 ได้ก้มลงหยิบเฟืองเกียร์ของกลางจึงถูกจับกุม พฤติการณ์ดังกล่าวจำเลยที่ 1ย่อมทราบมาก่อนว่าของกลางเป็นของร้ายซุกซ่อนไว้ รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานรับของโจรตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 โดยไม่รอการลงโทษชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ศิริบุตร · อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2566

จำเลยให้ ม. กู้ยืมเงิน 80,000 บาท โดย ม. ส่งรถแทรกเตอร์ของโจทก์ร่วมให้แก่จำเลยยึดไว้เป็นประกันการชำระหนี้ อันเป็นการรับจำนำ และเมื่อ ม. เคยนำรถยนต์กระบะไปจำนำเป็นประกันการชำระหนี้ที่ ม. กู้ยืมเงินจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1599/2563

แม้จำเลยจะส่งมอบนาฬิกาของกลางที่ประเทศกัมพูชา แต่จำเลยแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคาร ก. ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ให้ ว. โอนเงินค่านาฬิกาเข้าบัญชีดังกล่าว ถือว่าจำเลยในฐานะตัวการได้กระทำผิดในราชอาณาจั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2373/2562

จำเลยที่ 2 ในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 993/2558 ของศาลชั้นต้น และเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 821/2560 ของศาลชั้นต้น ซึ่งในคดีอาญาหมายเลขแดงที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8491/2561

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร เป็นการฟ้องให้ศาลเลือกลงโทษจำเลยในข้อหาใดข้อหาหนึ่งตามที่พิจารณาได้ความ ศาลไม่อาจลงโทษจำเลยพร้อมกันทั้งสองข้อหาได้ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2561

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่งเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในฟ้อง" แม้โจทก์จะนำสืบข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 336 ทวิ และจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้