Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 400/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมจำเลยให้การรับสารภาพโดยที่ข้อหาที่โจทก์ฟ้องจำเลยตามฟ้องข้อ1ก.ก็ดีตามฟ้องข้อ2ก็ดีล้วนเป็นข้อหาฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองได้ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา78บทมาตราเดียวกันวันเวลาที่กล่าวหาตามฟ้องข้อ1ก.คือวันที่18สิงหาคม2526ตามฟ้องข้อ2คือวันที่17สิงหาคม2526เวลากลางคืนก่อนเที่ยงถึงวันที่18สิงหาคม2526เวลากลางวันติดต่อกันซึ่งเป็นความผิดต่อเนื่องกันตลอดเวลาที่ยังครอบครองอยู่เรื่อยมาจะถือว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่17กรรมหนึ่งและกระทำผิดในวันที่18อีกกรรมหนึ่งหาได้ไม่ต้องถือว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่18วันเดียวกันนั่นเองโดยเฉพาะจำเลยถูกจับในคราวเดียวกันในคำร้องขอฝากขังครั้งที่1และในฟ้องของโจทก์ก็ได้กล่าวไว้ชัดเจนว่าตำรวจตรวจค้นจับกุมยึดเครื่องกระสุนปืนตามฟ้องข้อ1ก.และข้อ2ได้ในวันที่18สิงหาคม2526วันเดียวกันจึงต้องถือว่าจำเลยกระทำผิดในคราวเดียวกันโดยมีเจตนาให้เกิดผลเป็นกรรมเดียวกันลักษณะของการกระทำก็อย่างเดียวกันผิดกฎหมายบทเดียวกันและในวันเวลาเดียวกันด้วยแม้สถานที่ที่จำเลยซุกซ่อนเครื่องกระสุนปืนเหล่านั้นไว้จะอยู่ต่างตำบลกันบ้างก็หาทำให้มีผลแตกต่างกันไปไม่ในเมื่อจำเลยได้มีเครื่องกระสุนปืนเหล่านั้นไว้ในครอบครองโดยเจตนากระทำผิดกฎหมายบทเดียวกันในคราวเดียวกันนั่นเองจึงต้องถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียวกัน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91 ป.วิ.อ. มาตรา 176 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 78

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ ฟ้อง ว่า จำเลย กระทำ ความผิด หลาย บท หลาย กรรม ต่าง กัน คือ ข้อ 1 ก. เมื่อ วันที่ 18 สิงหาคม 2526 เวลา กลางคืน ก่อน เที่ยงจำเลย ทั้ง สาม บังอาจ ร่วมกัน มี เครื่อง กระสุน ปืน ประเภท ที่ นายทะเบียน ไม่ อาจ ออก ใบอนุญาต ให้ ผู้ใด มี ไว้ ใน ครอบครอง ได้ คือกระสุน ปืน อาร์ก้า ขนาด 7.62 มม. รัสเซี่ยน จำนวน 25,945 นัด เครื่องกระสุน ปืน ชนิด จรวด ยิง ต่อสู้ รถถัง แบบ อาร์.พี.จี. ขนาด 40 มม.จำนวน 2 ลูก พร้อม ดิน ขับ จรวด และ หาง จรวด จำนวน 2 แห่ง ข. ตามวัน เวลา ดังกล่าว จำเลย ทั้ง สาม บังอาจ ร่วมกัน มี เครื่อง วิทยุคมนาคม คลื่น สั้น ชนิด ถือ ประจำ ตัว รวม 2 เครื่อง ไว้ ใน ครอบครองโดย ไม่ ได้ รับอนุญาต

อีก ด้วย เหตุเกิด ที่ ตำบล ลุง อำเภอ กันทรลักษ์ จังหวัด ศรีสะเกษ ข้อ 2. เมื่อ ระหว่าง วันที่ 17 ถึง วันที่ 18 สิงหาคม 2526 เวลากลางคืน และ กลางวัน ติดต่อ กัน จำเลย ที่ 1 บังอาจ มี เครื่อง กระสุนปืน ประเภท ที่ นาย ทะเบียน ไม่ อาจ ออก ใบอนุญาต ให้ ผู้ใด มี ไว้ ในครอบครอง ได้ คือ กระสุน ปืน เอ็ม. 16 ขนาด .223 จำนวน 292 นัดเครื่อง กระสุน ปืน ยิง ระเบิด แบบ เอ็ม. 79 ขนาด 40 มม. จำนวน 16 นัดเหตุเกิด ที่ ตำบล กระหวัน อำเภอ ขุนหาญ และ ที่ ตำบล น้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัด ศรีสะเกษ เกี่ยวพัน กัน ข้อ 3. จำเลย ที่ 1 กับพวก ที่ ยัง ไม่ ได้ ตัว มา ฟ้อง บังอาจ ร่วมกันปลอม บัตร ประจำตัว ข้าราชการทหาร สังกัด

กระทรวง กลาโหม ฉบับ เลขที่70/2524 อัน เป็น เอกสาร ราชการ ขอ ให้ ลงโทษ จำเลย ใน การ กระทำ ตาม ฟ้อง ทั้ง 3 ข้อ นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 32, 33, 83, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 55, 78 ซึ่ง แก้ไข ใหม่พระราชบัญญัติ วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6, 23 และ ริบ ของกลางทั้งหมด จำเลย ที่ 1 ให้การ รับ สารภาพ ตาม ฟ้อง ตลอด ข้อกล่าวหา ส่วนจำเลย ที่ 2 ที่ 3 ให้การ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้น จึง จำหน่าย คดี เพื่อให้ โจทก์ ยื่น ฟ้อง ใหม่ โจทก์ และ จำเลย ที่ 1 ต่าง ไม่ สืบพยาน ศาลชั้นต้น พิพากษา ว่า จำเลย ที่ 1 มี ความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268 พระราชบัญญัติ

อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 55,78 พระราชบัญญัติ วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6, 23 ลงโทษ ฐาน มีเครื่อง กระสุน ปืน ที่ นายทะเบียน ไม่ อาจ ออก ใบอนุญาต ให้ ได้ ไว้ใน ความ ครอบครอง กรรม แรก จำคุก 20 ปี กรรม ที่ สอง จำคุก 12 ปีรวม สอง กรรม จำคุก 32 ปี ฐาน มี เครื่อง วิทยุ คมนาคม โดย ไม่ ได้รับอนุญาต จำคุก 4 ปี ฐาน ใช้ เอกสาร ราชการ ปลอม จำคุก 4 ปี รวม แล้วให้ จำคุก จำเลย ที่ 1 ไว้ 40 ปี จำเลย ให้การ รับสารภาพ ลดโทษ ให้กึ่ง หนึ่ง ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คง จำคุก จำเลย ที่ 1 ไว้20 ปี ริบ ของกลาง ทั้งหมด คำขอ อื่น นอกจาก นี้ ให้ ยก เสีย จำเลย ที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ เห็นว่า จำเลย ที่ 1 มี ความผิด ฐาน มี เครื่อง กระสุน ปืนที่ นายทะเบียน ไม่ อาจ ออก ใบอนุญาต ให้ ได้ ไว้ ใน ความ ครอบครองเพียง กรรมเดียว ไม่ ใช่ สอง กรรม และ ศาลชั้นต้น กำหนด โทษ หนัก เกินไป พิพากษา แก้ เป็น ว่า ให้ จำคุก จำเลย ที่ 1 ฐาน มี เครื่อง กระสุนปืน 15 ปี ฐาน มี เครื่อง วิทยุ คมนาคม โดย ไม่ ได้ รับอนุญาต 2 ปีฐาน ใช้ เอกสาร ราชการ ปลอม 2 ปี รวม จำคุก จำเลย ที่ 1 มี กำหนด19 ปี จำเลย ที่ 1 ให้การ รับสารภาพ ลดโทษ ให้ กึ่ง หนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คง จำคุก จำเลย ที่ 1 ไว้ 9 ปี 6 เดือนนอกจาก ที่ แก้ ให้ เป็น ไป ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้น โจทก์ ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า ข้อหา ที่

โจทก์ ฟ้อง จำเลย ที่ 1 ตาม ฟ้อง ข้อ1 ก. ก็ ดี ตาม ฟ้อง ข้อ 2 ก็ ดี ล้วน เป็น ข้อหา ฐาน มี เครื่อง กระสุนปืน นอกจาก ที่ กำหนด ใน กฎ กระทรวง (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2522 ข้อ 3ตาม ที่ บัญญัติ ไว้ ใน พระราชบัญญัติ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 78ซึ่ง เป็น ความผิด ใน บท มาตรา เดียว กัน นั่น เอง วัน เวลา ที่ กล่าวหาตาม ฟ้อง ข้อ 1 ก. คือ วันที่ 18 สิงหาคม 2526 เวลา กลางคืน วัน เวลาที่ กล่าวหา ตาม ฟ้อง ข้อ 2 คือ วันที่ 17 สิงหาคม 2526 เวลา กลางคืนก่อน เที่ยง ถึง วันที่ 18 สิงหาคม 2526 เวลา กลางวัน ติดต่อ กันซึ่ง เป็น ความผิด ต่อ เนื่อง กัน ตลอด เวลา ที่

ยัง ครอบครอง อยู่เรื่อย มา จะ ถือ ว่า จำเลย กระทำ ผิด ใน วันที่ 17 กรรม หนึ่ง และกระทำ ผิด ใน วันที่ 18 อีก กรรม หนึ่ง หา ได้ ไม่ ต้อง ถือ ว่า จำเลยกระทำ ผิด ใน วันที่ 18 วัน เดียว กัน นั่น เอง โดย เฉพาะ จำเลย ก็ถูก จับ ได้ ใน คราว เดียว กัน ดัง จะ เห็น ได้ ใน คำร้อง ขอ ฝากขัง ครั้ง ที่ 1 และ ใน ฟ้อง ข้อ 4 ของ โจทก์ ได้ กล่าว ไว้ ชัดเจนว่า ตำรวจ ตรวจ ค้น จับกุม ยึด เครื่อง กระสุน ปืน ตาม ฟ้อง ข้อ 1 ก.และ ข้อ 2 ได้ ใน วันที่ 18 สิงหาคม 2526 วัน เดียว กัน จึง ต้อง ถือว่า จำเลย กระทำ ผิด ใน คราว เดียว กัน โดย มี เจตนา ให้ เกิด ผล เป็นกรรม เดียว กัน ลักษณะ ของ การ กระทำ ก็ อย่าง เดียว กัน ผิด กฎหมายบท

เดียว กัน และ ใน วัน เวลา เดียว กัน ด้วย แม้ สถานที่ ที่ จำเลยซุกซ่อน เครื่อง กระสุน ปืน เหล่านั้น ไว้ จะ อยู่ ต่าง ตำบล กัน บ้างก็ หา ทำ ให้ มี ผล แตกต่าง กัน ไป ไม่ ใน เมื่อง จำเลย ได้ มี เครื่องกระสุน ปืน เหล่านั้น ไว้ ใน ครอบครอง โดย เจตนา กระทำ ผิด กฎหมายบท เดียว กัน ใน คราว เดียว กัน นั่นเอง จึง ต้อง ถือ ว่า เป็น ความผิดกรรม เดียว กัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · จำนง นิยมวิภาต · สวัสดิ์ รอดเจริญ
แหล่งที่มา
ADMINแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3761/2563

แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยกับพวกร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันโดยบรรยายฟ้องเป็นข้อ 1 (ก) ว่า จำเลยกับพวกร่วมกันทำวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4088/2545

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 4,55,78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80,83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีลูกระเบิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7017/2544

ความผิดฐานพรากเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดาโดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจาร ตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม จำเลยมีเจตนากระทำต่อบิดาผู้เสียหาย เป็นความผิดกรรมหนึ่ง ส่วนความผิดฐานกระทำชำเร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2543

ความผิดฐานทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 11, 73 วรรคสอง(2)และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, 31 วรรคสอง กับความผิดฐานมีไว้ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6079/2540

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีเฮโรอีนจำนวน 1 หลอดฉีดยาไว้ในครอบครอง และจำเลยได้เสพเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวนั้นโดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันจึงเป็นกรณีที่โจทก์ ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้