Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 40/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำนองเป็นสัญญาที่เอาทรัพย์สินตราไว้เป็นประกันการชำระหนี้ จึงมีหนี้ที่จะต้องชำระแก่กันอันเป็นหนี้ประธาน และมีจำนองเป็นอุปกรณ์ของหนี้นั้น การบังคับจำนองแก่ทรัพย์ซึ่งจำนองจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อมีการไม่ชำระหนี้อันเป็นประธานเกิดขึ้น ดังนั้น ในกรณีที่มีการบังคับจำนองโดยเอาทรัพย์สินของจำเลยซึ่งจำนองไว้ออกขายทอดตลาดเพื่อใช้เงินที่จำเลยกู้โจทก์ไป แต่ขายได้เงินสุทธิน้อยกว่าเงินที่จำเลยค้างชำระอยู่ หากในสัญญาจำนองไม่ปรากฏว่าจำเลยยอมให้เอาทรัพย์อื่นนอกจากทรัพย์ที่จำนองชำระหนี้ได้อีกแล้ว จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดในจำนวนเงินที่ขาด โจทก์จะขอให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยมาชำระหนี้อีกหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ มูลกรณีสืบเนื่องมาจากจำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ โดยจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๙ และจำเลยที่ ๑๐ เอาที่ดินรวม ๑๗ แปลง ซึ่งเป็นของจำเลยทั้งสามจำนองไว้ต่อโจทก์เป็นการประกันการชำระหนี้รายนี้ ต่อมาโจทก์ได้ฟ้องเรียกเงินกู้และขอบังคับจำนองด้วย ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี และได้เอาทรัพย์ซึ่งจำนองทั้งหมดออกขายทอดตลาดใช้หนี้ ได้เงินสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่จำเลยที่ ๑ ค้างชำระ โจทก์จึงขอให้ศาลดำเนินการบังคับคดีต่อไป ศาลมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยที่ ๑ ไว้รวม ๔๗ รายการ และประกาศขาดทอดตลาด จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งถอนการยึดทรัพย์ดังกล่าวเสียอ้างโจทก์ได้ยึดที่ดิน ๑๗ แปลง ซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำนองออกขาดทอดตลาด และโจทก์ได้รับชำระหนี้ไปแล้ว แม้จะน้อยว่าจำนวนหนี้ที่ค้างชำระอยู่ก็ตาม ความรับผิดของจำเลยที่ ๑ ก็เป็นอันหมดไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๓๓ โจทก์คัดค้านว่า จำเลยที่ ๑ ยังต้องรับผิดชำระหนี้ตามคำพิพากษาอยู่อีก แม้จะได้ขายทรัพย์ที่จำนองไปแล้วก็ตาม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลได้ยึดและขายทอดตลาดทรัพย์ที่จำนองไปแล้ว เป็นกรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๓๓ จึงมีคำสั่งให้ปล่อยทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ เสีย

โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์มีสิทธิยึดทรัพย์รายนี้ได้

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ เกิดขึ้นโดยสัญญากู้ มิใช่เกิดขึ้นจากการจำนอง หนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จึงยังคงมีอยู่จนกว่า จำเลยที่ ๑ จะชำระครบตามคำพิพากษา มิได้ระงับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๓๓ พิพากษากลับ ให้ดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ เพื่อใช้หนี้โจทก์ต่อไปจนครบตามคำพิพากษา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ทำความเห็นแย้งว่า ควรพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดในจำนวนเงินที่ขาด ปัญหามีเพียงว่า เมื่อได้เอาทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ที่ ๙ และที่ ๑๐ ซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้เงินที่จำเลยที่ ๑ กู้โจทก์ไป ได้เงินสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่จำเลยที่๑ ยังค้างชำระอยู่ โจทก์จะขอให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยที่ ๑ มาชำระหนี้ โดยถือว่า จำเลยที่ ๑ ยังต้องรับผิดในเงินที่ยังขาดจำนวนอยู่ได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๐๒, ๗๐๓และ ๖๘๑ จำนองเป็นสัญญาที่เอาทรัพย์สินตราไว้เป็นประกันการชำระหนี้ โดยหนี้ที่มีจำนองเป็นประกันจะเป็นหนี้ที่มีอยู่ในขณะทำสัญญาจำนองหรือหนี้ในอนาคตก็ได้ ในกรณีจำนองจึงมีหนี้ที่จะพึงต้องชำระแก่กันเป็นหนี้ประธานและหนี้จำนองเป็นอุปกรณ์ของหนี้นั้น การบังคับจำนอง โดยฟ้องศาลเพื่อให้พิพากษาสั่งให้ยึดทรัพย์สินซึ่งจำนองและให้ขายทอดตลาด จะกระทำได้ต่อเมื่อมีการไม่ชำระหนี้ที่เป็นประธานเกิดขึ้น (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๒๘) หรืออีกนัยหนึ่ง การบังคับจำนองเป็นการบังคับแก่ทรัพย์สินซึ่งจำนองเพื่อชำระหนี้ที่เป็นประธานนั่นเอง เมื่อได้มีการบังคับด้วยการเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใช้หนี้

ได้เงินจำนองสุทธิน้อยว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระกันอยู่ เงินยังขาดจำนวนเท่าใด ลูกหนี้ก็ไม่ต้องรับผิดในเงินนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๑๔ และ ๗๓๓ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๕ ฉะนั้น เมื่อในสัญญาจำนองไม่ปรากฏว่าจำเลยยอมให้เอาทรัพย์อื่นนอกจากทรัพย์ที่จำนองชำระหนี้อีก จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกหนี้เงินกู้ จึงไม่ต้องรับผิดในจำนวนที่ยังขาดอยู่อีก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๑๔ และ มาตรา ๗๓๓ ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ โจทก์จะขอให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยที่ ๑ มาชำระหนี้อีกไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จินตา บุณยอาคม · บัญญัติ สุขารมณ์ · แสวง จินดานนท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลำปาง - นายสุจริต ถาวรสุข
ศาลอุทธรณ์ - นายอัศนี เกาไศยนันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้