Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 399/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 17 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดองค์คณะผู้พิพากษาในคดีแรงงานไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่นำพระธรรมนูญศาลยุติธรรม พ.ศ.2477 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะศาลแรงงานกลางพิพากษาคดีนี้ ที่บัญญัติเรื่ององค์คณะของผู้พิพากษาในคดีทั่วไปมาใช้บังคับและคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางคดีนี้ ผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบทั้งสองฝ่ายได้ลงลายมือชื่อครบทั้งสามคนแล้ว จึงเป็นคำพิพากษาที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 17 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พ.ศ.2477 มาตรา 23

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๔๑ จำเลยทั้งสิบซึ่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ได้มีคำสั่งที่ ๓๖๖-๘๑๕/๒๕๔๑ ว่าการที่โจทก์เลิกจ้างผู้กล่าวหาที่ ๑ ถึงที่ ๔๓๕ เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ และ ๑๒๓และให้โจทก์จ่ายค่าเสียหาย และมีคำสั่งว่าการที่โจทก์ไม่ให้ผู้กล่าวหาที่ ๔๓๖ถึง ๔๕๐ เข้าทำงานและไม่มอบหมายงานให้ทำเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ และสั่งให้โจทก์จัดให้ผู้กล่าวหาที่ ๔๓๖ ถึง ๔๕๐ เข้าทำงานและมอบหมายงานให้ทำในตำแหน่งหน้าที่และสภาพการจ้างเดิม คำสั่งดังกล่าวของจำเลยทั้งสิบไม่ชอบด้วยกฎหมายกล่าวคือ

เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๔๐ โจทก์ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อลูกจ้างและผู้กล่าวหาจำนวน ๑๕ ข้อ ทั้งนี้เนื่องจากโจทก์ประสบภาวะค่าใช้จ่ายและสภาพคล่องทางการเงิน หลังจากยื่นข้อเรียกร้องแล้วได้มีการเจรจากันหลายครั้งแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ต่อมาโจทก์จึงได้ใช้สิทธิปิดงานตั้งแต่วันที่ ๒๖ธันวาคม ๒๕๔๐ ในที่สุดลูกจ้างยินยอมตามข้อเรียกร้องของโจทก์ และได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อกันไว้โดยให้มีผลใช้บังคับ ๒ ปี และโจทก์ตกลงเปิดงานให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานตามปกติตั้งแต่วันที่ ๑๙ มกราคม๒๕๔๑ เป็นต้นไป แต่เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๑ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโจทก์ได้พบเห็นบุคคลที่น่าสงสัยกระโดดลงไปนอกแนวกำแพงบริเวณด้านหลังโรงงาน และเมื่อตรวจสอบสถานที่แล้วพบถุงพลาสติก ๑ ใบภายในถุงมีขวดแก้วสีชาบรรจุอยู่

เมื่อตรวจสอบแล้วเป็นยาอันตราย โจทก์จึงเรียกกรรมการมาประชุมเป็นการด่วน ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของลูกจ้างและผู้บริโภคน้ำดื่มของโจทก์ ซึ่งก่อนหน้านี้โจทก์เคยได้ข่าวว่าจะมีผู้วางยาพิษในน้ำดื่มของโจทก์ ต่อมาในวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๔๑ โจทก์จึงได้ประกาศให้ลูกจ้างรวมทั้งผู้กล่าวหาไปรายงานตัว ณ บริษัทสาขาของโจทก์ที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๔๑ เพื่อเข้ารับการอบรม ทั้งนี้เพื่อเป็นการแก้สถานการณ์โดยโจทก์จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายผู้กล่าวหาและลูกจ้างได้ไปรายงานตัวเพื่อเข้ารับการอบรมเพียง ๒ วันคือวันที่ ๑๙ และวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๑ หลังจากนั้นไม่ไปอีก การกระทำดังกล่าวของผู้กล่าวหาที่ ๑ ถึง ๔๕๐ เป็นการฝ่าฝืนประกาศ และคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฐานละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา ๓ วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อีกทั้งเป็นความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗ (๔)และ (๕) โจทก์จึงเลิกจ้างผู้กล่าวหาที่ ๑ ถึง ๔๓๕ เพราะเหตุละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา ๓ วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีผลเหตุอันสมควรตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ (๔) จึงไม่ถือว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ส่วนผู้กล่าวหาที่ ๔๓๖ ถึง ๔๕๐ เป็นกรรมการลูกจ้าง โจทก์จึงยังมิได้มีคำสั่งเลิกจ้าง แต่ยังคงจ่ายค่าจ้างตามปกติ มิได้มีเจตนากลั่นแกล้งไม่ให้เข้าทำงานและไม่มอบหมายงานแต่ประการใด จึงไม่ถือว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ ๓๖๖-๘๑๕/๒๕๔๑ ของจำเลยทั้งสิบ

จำเลยทั้งสิบให้การว่า ผู้กล่าวหาที่ ๑ ถึง ๔๓๕ เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานโพลาลิส มีผู้กล่าวหาที่ ๔๓๗ เป็นประธาน และผู้กล่าวหาที่ ๔๓๖ ถึง ๔๕๐ เป็นกรรมการ เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๔๐ โจทก์ได้ยื่นข้อเรียกร้องเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ต่อมาโจทก์ใช้สิทธิปิดงาน (สาขางามวงศ์วาน) ตั้งแต่วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๐ เป็นต้นไป และต่อมาเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๑โจทก์กับลูกจ้างรวมทั้งผู้กล่าวหาทั้งหมดสามารถเจรจาตกลงกันได้ โดยลูกจ้างยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของโจทก์และได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อกันไว้โดยให้มีผลใช้บังคับเป็นเวลา ๒ ปี และให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานตามปกติตั้งแต่วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๔๑ เป็นต้นไป

ต่อมาโจทก์เลิกจ้างผู้กล่าวหาที่ ๑ ถึง ๔๓๕ ในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับและโจทก์กระทำการให้ผู้กล่าวหาที่ ๔๓๖ ถึง ๔๕๐ ไม่สามารถทนทำงานอยู่ต่อไปได้ จึงเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๑ และ ๑๒๓ คำสั่งที่ ๓๖๖-๘๑๕/๒๕๔๑ของจำเลยทั้งสิบชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอน ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาของศาลแรงงานกลาง ลูกจ้างของโจทก์ผู้มีส่วนได้เสียจำนวน ๑๓ คน ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลแรงงานกลางอนุญาต ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางยกฟ้องโจทก์โดยไม่ได้พิพากษายืนตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ โจทก์ไม่อาจรู้ได้ว่าโจทก์จะต้องปฏิบัติอย่างไรตามคำพิพากษา คำพิพากษาดังกล่าวมิได้เป็นคำพิพากษาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยทั้งสิบ ที่ ๓๖๖-๘๑๕/๒๕๔๑ เมื่อศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง คำสั่งของจำเลยทั้งสิบดังกล่าวจึงยังคงมีผลบังคับอยู่ซึ่งโจทก์ย่อมทราบดีว่าโจทก์จะต้องปฏิบัติอย่างไร อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๓๑ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่า คำพิพากษาศาลแรงงานกลางไม่ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๒๓วรรคหนึ่ง เพราะมีผู้พิพากษาลงชื่อเพียงนายเดียวเท่านั้น เห็นว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๑๗ บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับมาตรา ๑๘ ศาลแรงงานต้องมีผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละเท่า ๆ กัน จึงจะเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดี" ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่กำหนดองค์คณะผู้พิพากษาในคดีแรงงานไว้โดยเฉพาะแล้วจึงไม่นำพระธรรมนูญศาลยุติธรรม พุทธศักราช ๒๔๗๗ มาตรา ๒๓วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะศาลแรงงานกลางพิพากษาคดีนี้ที่บัญญัติเรื่ององค์คณะของผู้พิพากษาในคดีทั่วไปมาใช้บังคับ และคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางคดีนี้ผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างได้ลงลายมือชื่อครบทั้งสามคนแล้ว จึงเป็นคำพิพากษาที่ชอบด้วยบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวข้างต้น อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · กมล เพียรพิทักษ์ · หัสดี ไกรทองสุก
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายบัณฑิต แก้วทอง
ศาลอุทธรณ์ - ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12352/2558

การระบุวัน เดือน ปีในหนังสือมอบอำนาจเป็นการมุ่งหมายให้ทราบว่ามีการมอบอำนาจเมื่อใดเพื่อแสดงว่าขณะตัวแทนทำการนั้นตัวแทนมีอำนาจหรือไม่ แม้หนังสือมอบอำนาจจะไม่ได้ลงวัน เดือน ปี ส. ผู้ลงลายมือชื่อในคำฟ้องใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4336/2546

โจทก์เป็นผู้ชายทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงานซึ่งเป็นผู้หญิงโดยใช้มือตบที่บริเวณใบหน้าเพียงครั้งเดียวมีความผิดอาญาข้อหาทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โจทก์กระทำอย่างอุกอาจในที…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 44688)

การนั่งพิจารณาคดีของศาลแรงงานต้องมีผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละเท่า ๆ กัน เป็นองค์คณะพิจารณา และต้องนั่งพิจารณาติดต่อกันไปโดยไม่ต้องเลื่อน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่สำคัญและจะเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2543 (เลขอ้างอิง 39904)

ศาลแรงงานจะต้องประกอบด้วยผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายละอย่างน้อย 1 คนรวมกันแล้วอย่างน้อยสามคนจึงจะเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีแต่ในคำพิพากษาศาลแรงงานมีเพียงลาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7473/2543

ศาลแรงงานจะต้องประกอบด้วยผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายละอย่างน้อย 1 คน รวมกันแล้วอย่างน้อยสามคนจึงจะเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดี แต่ในคำพิพากษาศาลแรงงานมีเพียงล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้