Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3983/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีมีใจความเพียงว่า จำเลยที่ 1ให้การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนในข้อหาขับขี่รถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเท่านั้น ไม่มีสาระสำคัญแสดง การที่จำเลยที่ 1 เจรจาตกลงกับคนขับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ในเรื่องการชำระค่าเสียหายให้ชัดแจ้งจึงไม่มีผลเป็นการประนีประนอมยอมความ จำเลยที่ 2 ยินยอมให้จำเลยที่ 1 นำรถยนต์แท็กซี่คันเกิดเหตุของจำเลยที่ 2 ออกแล่นรับคนโดยสารในนามบริษัทจำเลยที่ 2 โดยเปิดเผย และโดยจำเลยที่ 2 ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ใช้รถยนต์และรอยตราของจำเลยที่ 2 สุจริตชนย่อมเข้าใจว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ประกอบการเดินรถยนต์รับจ้างโดยสารในกิจการของจำเลยที่ 2 เองพฤติการณ์ดังกล่าวเท่ากับจำเลยที่ 2 ยินยอมให้จำเลยที่ 1เชิดตัวเองออกแสดงเป็นพนักงานหรือตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 2ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821 ซึ่งจำเลยที่ 2ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งละเมิดในคดีนี้ตามมาตรา 427 โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 880 สิทธิของโจทก์ที่จะรับช่วงสิทธิย่อมเกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่โจทก์ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นต้นไปโจทก์จะคิดดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิดเสมือนเป็นผู้เสียหายโดยตรงมิได้ จึงชอบที่จะคิดดอกเบี้ยได้นับแต่วันที่โจทก์ชำระค่าสินไหมทดแทน โจทก์ไม่นำสืบให้ปรากฏแน่ชัดว่าโจทก์ชำระค่าสินไหมทดแทนไปในวันใด โจทก์จึงควรได้ดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างสาธารณะคันหมายเลขทะเบียน 1 ท-7193 กรุงเทพมหานคร ไปในทางการที่จ้างในฐานะตัวแทนหรือลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวด้วยความประมาทด้วยความเร็วสูง เป็นเหตุให้ชนกับรถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียน ม-0345 เพชรบูรณ์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดแดนสัยธุรกิจ ที่โจทก์รับประกันภัยไว้ขณะนายวิชัย พัฒนารัตนเจริญ ขับขี่ ได้รับความเสียหายโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัย จึงได้จัดการยกรถยนต์มาซ่อมเสียค่าจ้างยกรถยนต์ 300 บาท ค่าซ่อม 39,219 บาท โจทก์จึงได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันทำละเมิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 2,963 บาท

รวมเป็นเงิน 42,482 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแก่โจทก์กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 39,519 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 เนื่องจากโจทก์ไม่ยื่นคำขอต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ

จำเลยที่ 2ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 แต่เป็นเพียงผู้เช่ารถยนต์คันเกิดเหตุเท่านั้น โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2 เมื่อเกิดเหตุคดีนี้ขึ้นนายวิชัย พัฒนารัตนาเจริญ กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่กรณีได้แสดงเจตนาระงับข้อพิพาทต่อกัน โดยจำเลยที่ 2ไม่มีรู้เห็นยินยอมเป็นหนังสือ โจทก์ชำระค่าเสียหายโดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีหน้าที่ต้องชำระ ตามกรมธรรม์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะรับช่วงสิทธิ ค่าเสียหายไม่เกิน 8,000 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยที่ 2 ใช้เงิน 42,482 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 39,519 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะใช้เสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาข้อแรกฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่บรรยายว่านายวิชัย พัฒนาเจริญเจริญ เกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้เอาประกันภัยและได้รับความยินยอมในการขับขี่รถยนต์จากห้างหุ้นส่วนจำกัดแดนสัยธุรกิจผู้เอาประกันภัยอย่างไร โจทก์ชำระค่าเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยจำนวนเท่าใด เมื่อไร เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์โดยขับขี่รถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน

ม-0345 เพชรบูรณ์ซึ่งโจทก์รับประกันภัยไว้ตามสำเนากรมธรรม์ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ซึ่งนายวิชัย พัฒนารัตนเจริญ ขับขี่รับความเสียหายโจทก์ต้องเสียค่าจ้างยกรถยนต์ 300 บาท และได้จ่ายเงินค่าซ่อมไปแล้ว 39,219 บาท โจทก์จึงได้รับช่วงสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง เห็นว่า ความรับผิดของผู้รับประกันภัยอยู่ที่ทรัพย์ที่เอาประกันภัยได้รับความเสียหาย ทั้งโจทก์ได้แนบรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เอาประกันภัยตามสำเนากรมธรรม์เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ไว้แล้ว ฟ้องโจทก์บรรยายชัดเจนซึ่งสภาพแห่งข้อหาละเมิดและรับช่วงสิทธิ คำขอบังคับ ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว โจทก์ไม่จำต้องบรรยายรายละเอียดดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกาเพราะอาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณาจำเลยที่ 2 ฎีกาข้อต่อไปว่า

มูลหนี้คดีนี้ระงับไปแล้วเพราะจำเลยที่ 1 ได้ตกลงประนีประนอมยอมความกับนายวิชัยคนขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ม-0345 เพชรบูรณ์ แล้ว เห็นว่าการประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 นั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่ หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน แต่สำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย ล.1 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2527 ที่จำเลยที่ 2 อ้างมีใจความเพียงว่า จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนในข้อหาขับขี่รถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเท่านั้น ไม่มีสาระสำคัญแสดงการที่จำเลยที่ 1 เจรจาตกลงกับนายวิชัยคนขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน

ม-0345 เพชรบูรณ์ ในเรื่องการชำระค่าเสียหายให้ชัดแจ้งแต่อย่างใด จึงไม่มีผลเป็นการประนีประนอมยอมความตามกฎหมายจำเลยที่ 2 ฎีกาข้อต่อไปว่า จำเลยที่ 2 ไม่ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการทำละเมิดของจำเลยที่ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 2ให้การโดยมิได้ปฏิเสธฟ้องในเรื่องวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 2และเรื่องความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 2รับตามฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นบริษัทจำกัดมีวัตถุประสงค์ในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์แท็กซี่คันหมายเลขทะเบียน 1 ท-7193 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจำเลยที่ 1ขับโดยประมาทเลินเล่อโดยวันเกิดเหตุจริง และได้ความจากนายวิชัย พัฒนารัตนเจริญ ประจักษ์พยานโจทก์ประกอบภาพถ่ายหมาย

จ.26 ว่า ด้านข้างของรถยนต์แท็กซี่ดังกล่าวมีรอยตราหรือเครื่องหมายและคำว่า "สหไทย" ซึ่งเป็นชื่อย่อของจำเลยที่ 2และคล้ายคลึงกับรอยตราของจำเลยที่ 2 ที่ปรากฏในหนังสือมอบอำนาจท้ายคำให้การ จำเลยที่ 2 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ยินยอมให้จำเลยที่ 1 นำรถยนต์แท็กซี่คันเกิดเหตุของจำเลยที่ 2 ออกแล่นรับคนโดยสารในนามบริษัทจำเลยที่ 2 โดยเปิดเผย และโดยจำเลยที่ 2ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ใช้รถยนต์และรอยตราของจำเลยที่ 2 สุจริตชนย่อมเข้าใจว่าจำเลยที่ 2เป็นผู้ประกอบการเดินรถยนต์รับจ้างโดยสาร ในกิจการของจำเลยที่ 2 เอง นอกจากนั้นยังได้ความจากนายสมพงษ์ ธีระพรเพิ่มสุขผู้รับมอบอำนาจและเป็นพยานจำเลยที่ 2 เองว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ได้ให้นายสมพงษ์ไปตรวจดูความเสียหายของรถยนต์และปรึกษาถามความเห็นว่าจะรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจำนวนเท่าใดพฤติการณ์ดังกล่าวเท่ากับจำเลยที่ 2 ยินยอมให้จำเลยที่ 1เชิดตัวเองออกแสดงเป็นพนักงานหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2ในขับขี่รถยนต์

จำเลยที่ 1 จึงเป็นตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 2ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821 ซึ่งจำเลยที่ 2ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งละเมิดในคดีนี้ ตามมาตรา 427มีปัญหาต่อไปว่า จำเลยที่ 2 จะต้องร่วมรับผิดในความเสียหายเพียงใด จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โจทก์ไม่ส่งสำเนาเอกสารหมาย จ.4,จ.5, จ.11 ถึง จ.14, จ.19 จ.24 ให้จำเลยที่ 2 และคำเบิกความของนายเสาร์ พรหมโสภา พยานโจทก์ประกอบเอกสารแสดงถึงความเสียหายของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ม-0345 เพชรบูรณ์ไม่น่าเชื่อถือ เห็นว่าเอกสารหมาย จ.4, จ.5 เป็นบันทึกการต่อรองเรื่องค่าเสียหาย เอกสารนอกนั้นแสดงถึงการที่บริษัทกรุงเทพแสงอรุณค้ายาง จำกัด จำหน่ายวัสดุให้โจทก์และอู่ถาวรทำการซ่อมรถยนต์ให้โจทก์

รวมทั้งนายวิชัยรับเงินจากโจทก์ แม้โจทก์ไม่ส่งสำเนาเอกสารดังที่จำเลยที่ 2 อ้างแต่ก็ได้ความจากนายวิชัยประจักษ์พยานและนายเสาร์ช่างประจำอู่ถาวรผู้ดำเนินการซ่อมรถยนต์ให้โจทก์เบิกความประกอบภาพถ่ายรถยนต์หมายเลขทะเบียน ม-0345 เพชรบูรณ์ หลังจากถูกชนหมาย จ.6ใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย จ.7, จ.8, จ.10, จ.16, จ.17, จ.18,จ.20, จ.21, จ.23 ใบสั่งจ่ายเงินเอกสารหมาย จ.9, จ.15, จ.22เพียงพอฟังได้ว่า โจทก์จ่ายค่าซ่อมรถยนต์แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดวิชัยบริการ ผู้เอาประกันภัยคนใหม่ไปจำนวน 39,519 บาทแล้วจริงได้ความจากนายเสาร์ว่าค่าซ่อมรถยนต์หมายเลขทะเบียน ม-0345เพชรบูรณ์ ที่โจทก์จ่ายให้นั้นเป็นราคาต่ำสุดของผู้เข้าประมูล4 ราย พิเคราะห์ภาพถ่ายรถยนต์หลังถูกชนหมาย จ.6 ประกอบแล้วเห็นว่าจำนวนค่าใช้จ่ายดังกล่าวเหมาะสมแล้ว เมื่อโจทก์ผู้รับประกันภัยจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนแก่นายวิชัยในฐานะผู้เอาประกันภัยแล้วโจทก์ก็ย่อมรับช่วงสิทธิที่จะเรียกร้องต่อจำเลยที่ 2 ได้ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 2เสียดอกเบี้ยนับแต่วันละเมิดไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 880สิทธิของโจทก์ที่จะรับช่วงสิทธิย่อมเกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่โจทก์ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นต้นไป โจทก์จะคิดดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิดเสมือนเป็นผู้เสียหายโดยตรงมิได้ จึงชอบที่จะคิดดอกเบี้ยได้นับแต่วันที่โจทก์ชำระค่าสินไหมทดแทน แต่ตามฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏวันที่โจทก์ชำระค่าสินไหมทดแทน ทั้งโจทก์ไม่นำสืบให้ปรากฏแน่ชัดว่าโจทก์ชำระค่าสินไหมทดแทนไปในวันใดโจทก์จึงควรได้ดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้นจำเลยที่ 2 ฎีกาข้อสุดท้ายว่า

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมเกินจากคำขอในอุทธรณ์ของโจทก์นั้นเห็นว่า

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 2 ซึ่งแพ้คดีใช้ค่าฤชาธรรมเนียมรวมสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้2,000 บาท นั้นถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 161, 167, 246 แล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 39,519 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้