Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3982/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยไม่ใช่เจ้าของอาคารผู้ดำเนินการก่อสร้างต่อเติมอาคารขณะที่โจทก์ทราบเรื่องการก่อสร้างต่อเติมอาคารก็ตามแต่ข้อหาตามที่โจทก์ฟ้องเป็นเรื่องที่กล่าวหาว่าจำเลยเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองอาคารที่ก่อสร้างต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยสามีจำเลยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างต่อเติม ซึ่งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 42 ประกอบมาตรา 40 ให้อำนาจโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งการให้ผู้ดำเนินการก่อสร้างต่อเติมหรือจำเลยเจ้าของผู้ครอบครองอาคารให้รื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างต่อเติมดังกล่าวได้ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามโจทก์ก็มีอำนาจฟ้องบังคับได้และไม่ขัดต่อมาตรา 71 เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การและคำเบิกความพยานโจทก์เพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติได้แล้วก็อาจมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยที่เหลือได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 104 โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเจ้าของผู้ครอบครองอาคารที่ก่อสร้างต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตให้รื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างต่อเติมเป็นการบังคับให้จำเลยกระทำการทางแพ่ง ไม่ได้ฟ้องให้ลงโทษจำเลยทางอาญา เมื่อพระราชบัญญัติควบคุมอาคารฯ ไม่ได้บัญญัติเรื่องอายุความฟ้องร้องไว้เป็นพิเศษจึงต้องถือหลักอายุความทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 คือ 10 ปี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะเป็นเจ้าของผู้ครอบครองอาคารตึกแถวเลขที่ 261/82 และเลขที่ 191/101 หมู่ 3 ถนนสรงประภาแขวงสีกัน เขตบางเขต กรุงเทพมหานคร ทำการรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างต่อเติม ถ้าจำเลยไม่ยอมรื้อถอน ขอให้โจทก์เป็นผู้ทำการรื้อถอนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนจำเลยให้การว่า นายเทียม สามีของจำเลย ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างต่อเติมอาคาร จำเลยได้ซื้ออาคารดังกล่าวมาจากผู้รับเหมาก่อสร้าง และโอนกรรมสิทธิ์กันเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2524เจ้าหน้าที่ของโจทก์ตรวจพบเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2524 การก่อสร้างต่อเติมได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว การก่อสร้างต่อเติมอาคารอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติควบคุมอาหาร

พ.ศ. 2522 มาตรา 42 และขัดต่อขัอบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมก่อสร้างอาคารพ.ศ. 2522 ข้อ 76(3) จำเลยหรือนายเทียมมิได้เป็นผู้กระทำเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2524 จำเลยยังไม่ได้เป็นเจ้าของอาคารตามฟ้องการที่โจทก์มีหนังสือสั่งให้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของผู้ครอบครองอาคารรื้อถอนอาคารเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย เพราะจำเลยไม่ได้เป็นเจ้าของอาคารและผู้ครอบครองอาคารขณะกระทำผิด ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม คดีโจทก์ขาดอายุความจำเลยมิได้เป็นผู้เป็นผู้รับอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารตึกแถวที่พิพาทและมิได้เป็นผู้ต่อเติมอาคารเชื่อมตามฟ้อง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะเป็นเจ้าของผู้ครอบครองอาคารตึกแถวทำการรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างต่อเติม

ถ้าจำเลยไม่รื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้ทำการรื้อถอนโดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "แม้จะฟังว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าของอาคารผู้ดำเนินการก่อสร้างต่อเติมอาคารดังกล่าวขณะที่โจทก์ทราบเรื่องการก่อสร้างต่อเติมอาคารเมื่อเดือนกันยายน 2524 ก็ตามแต่ข้อหาตามที่โจทก์ฟ้องเป็นเรื่องที่กล่าวหาว่าจำเลยเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองอาคารที่ก่อสร้างต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยนายเทียม เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างต่อเติมซึ่งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 42 ประกอบมาตรา 40ให้อำนาจโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งการให้นายเทียมผู้ดำเนินการก่อสร้างต่อเติม หรือจำเลยเจ้าของผู้ครอบครองอาคารให้รื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างต่อเติมดังกล่าวได้

เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามโจทก์ก็มีอำนาจฟ้องบังคับได้ตามอำนาจที่กฎหมายให้ไว้และไม่ขัดต่อมาตรา 71 และเมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การและคำเบิกความพยานโจทก์เพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติได้แล้วก็อาจมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยที่เหลือได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 104 คดีมีปัญหาต่อไปว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องหรือไม่โดยจำเลยฎีกาว่าตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มีโทษทางอาญาแก่ผู้ฝ่าฝืนจึงต้องนำอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 มาใช้บังคับนายเทียม ดำเนินการก่อสร้างต่อเติมเสร็จเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2524โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2528 เกิน 1 ปี นับแต่โจทก์ทราบคดีจึงขาดอายุความ

เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยเจ้าของผู้ครอบครองอาคารที่ก่อสร้างต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตให้รื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างต่อเติม เป็นการบังคับให้จำเลยกระทำการทางแพ่ง ไม่ได้ฟ้องให้ลงโทษจำเลยทางอาญา เมื่อพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้บัญญัติเรื่องอายุความฟ้องร้องไว้เป็นพิเศษ จึงต้องถือหลักอายุความทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164คือ 10 ปี โจทก์ทราบการกระทำผิดวันที่ 2 ตุลาคม 2526 และโจทก์ฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2528 ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อุดม เฟื้องฟุ้ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้