Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3974/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมีอาวุธปืนพกขนาด .223 ไม่มีหมายเลขทะเบียนพร้อมด้วยกระสุนปืนเล็กกล ขนาด .223 แม้กระสุนปืนดังกล่าวเป็นเครื่องกระสุนปืนประเภท ขนาด และชนิดซึ่งนายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ แต่เมื่ออาวุธปืนกับเครื่องกระสุนปืนนั้นใช้ร่วมกันได้ จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 72 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 55 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 78

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 55, 72, 72 ทวิ, 78 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคมพ.ศ. 2519 ข้อ 3, 6 และ 7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 7)พ.ศ. 2522 มาตรา 6 และสั่งริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคแรก, 55ลงโทษฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 72 วรรคแรก

จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง จำคุก 6 เดือน และฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในความครอบครองตามมาตรา 78 จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 3 ปี 6 เดือน ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้คงริบของกลางโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในวันเกิดเหตุระหว่างที่จำเลยเดินไปตามถนนเพื่อไปยังบ้านที่อยู่ของนายประชานั้นร้อยตำรวจตรีสมพงษ์ จิตชาญวิชัย และสิบตำรวจเอกกิตติรงค์ รุ่งเรืองนั่งรถยนต์ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุในคดีอาญาเรื่องหนึ่งขณะแล่นรถไปตามถนนสายเดียวกันนั้นได้พบจำเลยเดินสวนมาจึงหยุดรถลงไปตรวจค้นตัวจำเลย พบอาวุธปืนพกขนาด

.223ไม่มีหมายเลขทะเบียนจำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนเล็กกลขนาดกับพบกระสุนปืนชนิดและขนาดเดียวกันอีก 6 นัด ที่จำเลยนำติดตัวไปเพื่อคืนให้นายประชาหรือบิดาของนายประชาได้ยึดมาเป็นของกลาง กระสุนปืนทั้งเจ็ดนัดดังกล่าวเป็นเครื่องกระสุนปืนประเภทขนาดและชนิดซึ่งนายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์มีร้อยตำรวจตรีสมพงษ์กับสิบตำรวจเอกกิตติณรงค์พยานผู้จับกุมจำเลยเบิกความยืนยันว่าขณะจับกุมนั้นพบอาวุธปืนพกเหน็บอยู่ที่เอวจำเลยทางด้านซ้ายมีกระสุนปืนขนาด .223 บรรจุอยู่ในรังเพลิง 1 นัด กับพบกระสุนปืนขนาดเดียวกันในกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายของจำเลยอีก 6 นัดจึงยึดมาเป็นของกลาง กับมีร้อยตำรวจโทธเนศร์

พวงมณีพนักงานสอบสวนมาเบิกความประกอบ ได้ความสอดคล้องต้องกันทั้งตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ. ก็ดี บันทึกคำให้การชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.4 ก็ดี ซึ่งจำเลยลงลายมือชื่อไว้ต่างก็ระบุต้องกันว่า ขณะเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นและจับกุมจำเลยนั้นอาวุธปืนของกลางเหน็บอยู่ที่เอวจำเลยด้านซ้าย พยานโจทก์ไม่รู้จักจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุที่จะปรุงแต่งพยานหลักฐานขึ้นปรักปรำจำเลยพยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักฟังได้ว่า จำเลยนำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางไปคืนให้นายประชาหรือบิดานายประชาโดยเหน็บอาวุธปืนซึ่งมีกระสุนปืนบรรจุอยู่ 1 นัดนั้นไว้ที่เอวด้านซ้ายและเอากระสุนปืนอีก 6 นัด ใส่ไปในกระเป๋าเสื้อด้านซ้าย แล้ววินิจฉัยว่า

การที่จำเลยเอาอาวุธปืนของกลางซึ่งมีกระสุนปืนบรรจุอยู่ 1 นัด เหน็บเอวและเอากระสุนปืนของกลางที่เหลือใส่กระเป๋าเสื้อเดินไปตามถนน เพื่อเอาไปคืนให้นายประชานั้น จึงเป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานมีเครื่องกระสุนปืนชนิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครอง กับฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตกับฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองเป็น 2 กรรมนั้น ยังคลาดเคลื่อนอยู่เพราะอาวุธปืนกับเครื่องกระสุนปืนของกลางในคดีนี้ใช้ร่วมกันได้ ความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

คือเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 ทั้งตามมาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง และมาตรา 55, 78นอกจากนี้ยังปรากฏว่าคำให้การรับของจำเลยทั้งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอีกด้วย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องและลดโทษให้จำเลยตามสมควรพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง, มาตรา 55, 78 และมาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองตามมาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง และมาตรา 55, 78 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 55, 78 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนัก

จำคุก 2 ปี ความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะตามมาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ให้จำคุก 6 เดือนรวมจำคุก 2 ปี 6 เดือน คำให้การของจำเลยทั้งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก1 ปี 8 เดือน ของกลางริบ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิน อักขรายุธ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4088/2545

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 4,55,78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80,83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีลูกระเบิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2073/2523

มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามกฎหมายบัญญัติบทความผิดและบทลงโทษไว้คนละ มาตรา ย่อมเห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ว่ามีความประสงค์ที่จะแยก ความผิด 2 ฐานนี้ออกจากกันท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2509

จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายที่โหนกแก้มซ้ายทะลุท้ายทอยล้มลงขาดใจตาย เมื่อจำเลยถูกจับกุมตัวได้ จำเลยได้ลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจรับสารภาพผิดว่าได้ยิงผู้ตายจริง นับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลอยู่ ดังนี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7911/2547

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เฉพาะมาตรา 66 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ เป็นมาตรา 66 วรรคหนึ่ง ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ไม่ได้แก้เป็นบทมาตราอื่นแต่อย่างใด ส่วนโทษก็แก้เฉพาะโทษในความผิดฐานจำหน่ายเมทแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5305/2539

การมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง และการมีกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้เป็นความผิดตามมาตรา 55, 78 วรรคหนึ่ง การที่กฎหมายบัญญัติความผิด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้